Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1891/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยออกเช็คให้ ม. และ ม. สลักหลังชำระหนี้ให้โจทก์โจทก์ลงลายมือชื่อด้านหลังเช็คและส่งมอบเช็คให้ ป.นำไปเข้าบัญชีของ ป. ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ดังนี้ ป. จึงเป็นผู้ทรงเช็คโดยตรง หาใช่เป็นตัวแทนในการเรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ เมื่อ ป. เป็นผู้ทรงเช็คในวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน อันเป็นวันเกิดเหตุ ป. จึงเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา การที่เช็คกลับมาอยู่ที่โจทก์ แม้จะเป็นเช็คให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ ก็หามีผลให้โจทก์กลับเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาไม่โจทก์ไม่มีอำนาจนำเช็คมาฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ให้จำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยออกเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด สาขาบางกะปิ ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2522 จำนวนเงิน 158,011 บาท ให้นายมานิตย์และนายมานิตย์สลักหลังชำระหนี้ให้โจทก์ เช็คดังกล่าวให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ โจทก์ลงลายมือชื่อด้านหลังเช็คและส่งมอบเช็คให้นายประสิทธิ์นำไปเข้าบัญชีของนายประสิทธิ์ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาพลับพลาไชย ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน เช็คดังกล่าวกลับมาอยู่ที่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์นำมาฟ้องโจทก์ฎีกาว่า จำเลยไม่สืบพยานถึงการโอนเช็คของโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคาดการณ์เอาเอง การที่โจทก์ลงลายมือชื่อด้านหลังเช็คว่า "ฮุย ไพโรจน์กิจถาวร" เป็นเพียงเครื่องหมายแสดงให้ทราบว่าเป็นเช็คของโจทก์ไม่ใช่เป็นการสลักหลัง ถ้าโจทก์จะสลักหลังต้องเขียนชื่อเต็มว่า "นายเอี่ยมฮุยไพโรจน์กิจถาวร" ดังปรากฏในใบแต่งทนายความและท้ายฟ้องโจทก์ยังคงเป็นผู้ทรงเช็คและเป็นผู้เสียหายเพราะนายประสิทธิ์เป็นเพียงตัวแทนโจทก์ในการเรียกเก็บเงินตามเช็ค ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ลายมือชื่อของโจทก์ด้านหลังเช็คเอกสารหมาย จ.1 เป็นอย่างเดียวกันกับในใบแต่งทนายความและท้ายฟ้องทั้งมีลักษณะอย่างเดียวกันกับลายมือชื่อตัวอย่างของโจทก์ตามเอกสารหมาย ล.1ถือเป็นการสลักหลังตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 916ประกอบกับมาตรา 989 โจทก์เบิกความว่า

ได้สลักหลังเช็คให้นายประสิทธิ์เอาไปเข้าบัญชีของนายประสิทธิ์ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาพลับพลาไชย ศาลอุทธรณ์ฟังว่าโจทก์ลงลายมือชื่อสลักหลังโอนเช็คให้นายประสิทธิ์เป็นการฟังจากพยานบหลักฐาน มิใช่คาดการณ์เอาเองดังฎีกาโจทก์ การที่โจทก์สลักหลังเช็คและส่งมอบเช็คให้แก่นายประสิทธิ์ย่อมมีผลเป็นการโอนไปซึ่งบรรดาสิทธิอันเกิดแต่เช็คนั้นแก่นายประสิทธิ์แล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 920 ประกอบด้วยมาตรา 484 นายประสิทธิ์จึงเป็นผู้ทรงเช็คโดยตรงหาใช่เป็นตัวแทนในการเรียกเก็บเงินตามเช็คดังข้อฎีกาของโจทก์ไม่ คำพิพากษาฎีกาที่ 110/2520 ที่โจทก์อ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ เมื่อนายประสิทธิ์เป็นผู้ทรงเช็คในวันที่ธนาคารจ่ายเงินอันเป็นวันเกิดเหตุตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค นายประสิทธิ์จึงเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาการที่เช็คกลับมาอยู่ที่โจทก์แม้จะเป็นเช็คให้ใช้เงินแก่ผู้ถือก็หามีผลให้โจทก์กลับเป็นผู้เสียหายในคดีอาญาไม่ โจทก์ไม่มีอำนาจนำเช็คมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิติ บูรพรรณ์ · เพียร ศรีอรุณ · ประสม ศรีเจริญ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3817/2568

จำเลยทั้งสองปักเสาคอนกรีตและล้อมลวดหนามในที่ดินบริเวณไหล่ทางหลวงชนบทซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือหน้าที่ดินโจทก์จากด้านทิศตะวันตกไปด้านทิศตะวันออกตามจุด A1 ถึง A2 แนวเขตที่ดินของโจทก์ตามแนว B1 ถึง B2 บ่งชี้ให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3672/2568

โจทก์บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า จำเลยลักเงินสดของผู้เสียหายไปรวม 5 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 9,804,760 บาท โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3119/2568

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ ด. บิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์เป็นผู้สืบสันดานของ ด. ผู้ตาย ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 291 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยข้อเท็จจริงฟังเป็นย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1327/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 227 อันเป็นความผิดในลักษณะ 6 ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน เป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน โดยมีวัตถุประสงค์ให้ลงโทษแก่ผู้ที่ละเว้นไม่ปฏิบัติต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2568

การที่โจทก์ทั้งสองโอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการเชื่อจากกลอุบายการหลอกลวงของจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ต้นโดยใช้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูงเป็นเครื่องล่อใจเป็นวิธีการหลอกลวงอย่างหนึ่งและจำเลยทั้งสองยัง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้