Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 189/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ทายาทคนหนึ่งครอบครองทรัพย์มรดกไว้นั้น ไม่มีกฎหมายสนับสนุนว่าเป็นการครอบครองแทนทายาทอื่นด้วย กรณีจะเป็นการครอบครองทรัพย์มรดกไว้แทนทายาทอื่นหรือครอบครองไว้เพื่อตนเองย่อมแล้วแต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในแต่ละคดี เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ครอบครอง ทรัพย์มรดกแต่จำเลยเป็นผู้ครอบครองซึ่งเป็นการครอบครองไว้เพื่อ ตนเอง มิได้ครอบครองไว้แทนโจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นทายาทด้วย โจทก์ทั้งสามฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกที่พิพาทเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่ จ้ามรดกตาย คดีของโจทก์ทั้งสามจึงขาดอายุความ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามและจำเลยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนายมากและนางหยวก คเชนทร ซึ่งถึงแก่ความตายแล้วที่ดินและบ้านพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนายมาก นางหยวก ตกทอดแก่โจทก์ทั้งสามและจำเลยคนละส่วน โจทก์ทั้งสามขอรับส่วนแบ่งมรดก แต่จำเลยไม่ยอมแบ่งให้ ขอให้บังคับจำเลยแบ่งที่ดินและบ้านพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสามตามส่วน หากแบ่งไม่ได้ให้นำออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสามคนละ 29,600 บาท ถ้าจำเลยไม่ยอมแบ่งให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสามแต่งงานแยกครอบครัวออกไปอยู่ต่างหากโดยบิดามารดาได้ยกที่ดินและทรัพย์สินให้แก่โจทก์ทุกคนไปแล้ว ต่อมาจำเลยแต่งงานบิดามารดาได้ยกที่ดินและบ้านพิพาทให้แก่จำเลย ที่ดินและบ้านพิพาทจึงมิใช่ทรัพย์มรดกที่จะต้องแบ่งให้แก่โจทก์

ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ทั้งสามและจำเลยเป็นบุตรนายมากและนางหยวก โจทก์ทั้งสามแต่งงานแยกไปอยู่ต่างหาก ส่วนจำเลยอยู่กับนายมากและนางหยวกจนนายมากและนางหยวกถึงแก่ความตายเมื่อเดือนเมษายน 2525 มีทรัพย์มรดก คือ ที่ดินโฉนดเลขที่ 1106 และที่ดินโฉนดเลขที่ 1290 พร้อมบ้านเลขที่ 8 ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อนายมากและนางหยวกตายแล้ว จำเลยยังคงทำกินและอาศัยอยู่ในที่ดินและบ้านพิพาทดังกล่าวตลอดมา เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2525 โจทก์ทั้งสามและจำเลยไปยื่นเรื่องราวขอรับมรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 1106 แต่จำเลยไม่ยอมส่งโฉนดที่ดินเพื่อจดทะเบียนโอนมรดกโดยอ้างเหตุว่าเดิมโจทก์ทั้งสามตกลงว่ารับมรดกแล้วจะยกให้จำเลยทั้งหมด แต่ต่อมาโจทก์ทั้งสามไม่ยอมยกให้ และเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2526 โจทก์ที่ 1ได้ร้องเรียนต่อนายอำเภอสองพี่น้องว่าจำเลยไม่ยอมแบ่งทรัพย์มรดกจำเลยโต้แย้งว่าโจทก์ที่ 1 ไม่มีสิทธิได้รับมรดก

โจทก์ทั้งสามจึงฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2530ข้อต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสามมีว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โจทก์ทั้งสามฎีกาว่า เมื่อเจ้ามรดกตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์ดังกล่าวย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาททุกคน โจทก์ทั้งสามมิได้สละมรดก เมื่อจำเลยครอบครองทรัพย์มรดกถือว่าครอบครองแทนทายาททุกคน เห็นว่า การที่จำเลยครอบครองทรัพย์มรดกจะเป็นการครอบครองแทนทายาทคนอื่นด้วยหรือไม่ ย่อมแล้วแต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในแต่ละคดีว่าพฤติการณ์ใดบ้างที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่นหรือครอบครองเพื่อตนเอง เพราะไม่มีกฎหมายสนับสนุนว่าใครครอบครองทรัพย์มรดกแล้วถือว่าครอบครองแทนทายาทอื่นดังที่โจทก์ทั้งสามฎีกา

ส่วนข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ที่โจทก์ทั้งสามอ้างว่าจำเลยครอบครองทรัพย์มรดกแทนนั้น โจทก์ทั้งสามเบิกความลอย ๆ ไม่น่าเชื่อถือ แต่กลับปรากฏจากข้อนำสืบของจำเลยว่า จำเลยเป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกแต่ผู้เดียวโดยมิได้ครอบครองแทนโจทก์ทั้งสาม เมื่อจำเลยจะไปขอรับมรดก พนักงานเจ้าหน้าที่บอกให้ทายาทอื่นสละมรดก จำเลยจึงให้โจทก์ทั้งสามไปยื่นขอรับมรดกด้วย และเมื่อได้รับแล้วโจทก์ทั้งสามจะโอนให้จำเลยแต่หลังจากยื่นเรื่องราวแล้วโจทก์ทั้งสามจะเอาทรัพย์มรดกเป็นของตนเอง จำเลยจึงไม่ยอมส่งโฉนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อจดทะเบียนรับมรดกจนพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องยกคำขอ เมื่อโจทก์ที่ 1 ให้นายอำเภอเปรียบเทียบจำเลยอ้างว่าโจทก์ที่ 1 ไม่มีสิทธิรับมรดก การกระทำของจำเลยแสดงให้เห็นว่า จำเลยมิได้ครอบครองทรัพย์มรดกแทนโจทก์ทั้งสาม แต่เป็นการครอบครองเพื่อจำเลยเองเมื่อเป็นเช่นนี้การที่เจ้ามรดกตายตั้งแต่ปี 2525

โจทก์ทั้งสามฟ้องเมื่อวันที่ 5 มกราคม2530 เกิน 1 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1754 ฎีกาข้ออื่นนอกจากนี้ไม่จำต้องวินิจฉัยพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3402/2566

ป.พ.พ. มาตรา 1754 การฟ้องคดีพิพาทเกี่ยวด้วยทรัพย์มรดกระหว่างทายาทด้วยกัน มีอายุความ 1 ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก แต่ต้องไม่เกิน 10 ปี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9992/2560

ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามมิให้ฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก" และวรรคสี่ บัญญัติว่า "ถึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5418/2560

ที่ดินพิพาทคือที่ดินโฉนดเลขที่ 39466 ตำบลแสมดำ อำเภอบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ติดจำนองธนาคาร ก. ยังไม่มีลู่ทางว่าจำเลยซึ่งยังเรียนหนังสืออยู่ ไม่ได้ประกอบอาชีพอันใดจะสามารถหารายได้มาช่วยเหลือครอบครัวห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1533/2557

อายุความฟ้องคดีมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 เป็นกรณีที่ทายาทที่ไม่ได้ครอบครองทรัพย์มรดกฟ้องขอแบ่งมรดกในฐานะที่มีสิทธิรับมรดกตามกฎหมาย แต่หากเป็นกรณีที่ทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งและทายาทผู้นั้นยังครอบครอง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12972/2557

ตามพินัยกรรมข้อ 22 มีข้อความระบุให้สถานีบริการน้ำมันพร้อมที่ดินได้แก่ ช. ผู้เป็นทายาท เมื่อ ช. ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นบุตรจึงเป็นทายาทผู้รับโอนทรัพย์มรดกจาก ช. ชอบที่จะใช้สิทธิของทา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้