Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1887/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ว่าโจทก์เลิกจ้างในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมขอให้จ่ายค่าเสียหาย ต่อมาจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์เรียกค่าเสียหายโดยอ้างว่าการที่โจทก์เลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และโจทก์จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยโจทก์ยอมจ่ายเงินแก่จำเลยที่ 1 จำนวนหนึ่ง ศาลพิพากษาตามยอมแล้ว หลังจากนั้นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีคำสั่งให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายแก่จำเลยที่ 1 อีก ดังนี้ การที่โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความยอมจ่ายเงินให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ไม่ติดใจเรียกร้องจากโจทก์อีก ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้รับชดใช้ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างของโจทก์แล้ว ไม่สมควรให้โจทก์ต้องใช้ค่าเสียหายตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์อีก ศาลย่อมพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เสีย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ ๑ ด้วยเหตุเกษียณอายุจำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๔ กล่าวหาว่าการที่โจทก์เลิกจ้างเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ให้จ่ายค่าเสียหาย ต่อมาจำเลยที่ ๑ ฟ้องโจทก์ต่อศาลแรงงานกลางกล่าวหาว่าโจทก์เลิกจ้างไม่เป็นธรรมเรียกค่าเสียหาย แต่คดีตกลงกันได้ โดยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาล โจทก์ยอมชำระเงิน ๕,๐๐๐ บาท และจำเลยที่ ๑ ไม่ติดใจเรียกร้องจากโจทก์อีก หลังจากนั้นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๔ มีคำสั่งให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายแก่จำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๓๑,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เพราะเมื่อโจทก์จำเลยที่ ๑ ได้ตกลงประนีประนอมยอมความและศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว

สิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ ๑ ที่ได้ร้องไว้ต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ย่อมระงับไปด้วย ขอให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๔ และให้จำเลยที่ ๑ถอนคำร้องที่ยื่นไว้ต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ เคยฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลางและได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมต่อหน้าศาลจริง แต่จำเลยที่ ๑ยืนยันแล้วว่าจะไม่ถอนคำร้องที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ซึ่งโจทก์ทราบและตกลงด้วยแล้ว จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๔ ให้การว่า คดีก่อนที่จำเลยที่ ๑ ฟ้องเรียกค่าเสียหายและทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันไม่ทำให้สิทธิของจำเลยที่ ๑ ที่จะได้รับค่าเสียหายเนื่องจากการกระทำอันไม่เป็นธรรมระงับสิ้นไปเพราะเป็นคนละส่วนกัน เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายคนละฉบับ ทั้งตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ได้ระบุว่าจำเลยที่ ๑ สละสิทธิไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๔ จึงไม่จำต้องยกประเด็นนี้ขึ้นวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าเดิมจำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างโจทก์ ถูกเลิกจ้างเมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม๒๕๒๙ โดยโจทก์อ้างว่าครบเกษียณอายุและจำเลยที่ ๑ ได้รับค่าชดเชยไปแล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ จำเลยที่ ๑ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ว่า โจทก์กระทำการอันไม่เป็นธรรม เลิกจ้างจำเลยที่ ๑ ในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ ขอให้จ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน๕๓,๒๘๐ บาท ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ จำเลยที่ ๑ ยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลแรงงานกลาง กล่าวหาว่าโจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ ๑โดยมิได้กระทำความผิด ซึ่งเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน ๕๓,๒๘๐ บาท และเงินโบนัส ๖,๖๖๐ บาทวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๓๐ โจทก์และจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยโจทก์ยอมจ่ายเงินให้จำเลยที่ ๑ เป็นเงิน๕,๐๐๐ บาท และจำเลยที่ ๑ ไม่ติดใจเรียกร้องจากโจทก์อีก

ศาลพิพากษาตามยอม ต่อมาคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยที่ ๒ ถึงที่๑๔ มีคำสั่งที่ ๒๐/๒๕๓๐ ให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายแก่จำเลยที่ ๑เป็นเงิน ๓๑,๐๐๐ บาท โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ขอให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ที่ ๒๐/๒๕๓๐ นั้นเสีย เห็นว่าการที่จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยที่ ๒ถึงที่ ๑๔ ว่า โจทก์กระทำการอันไม่เป็นธรรม เลิกจ้างจำเลยที่ ๑ ขอให้จ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน ๕๓,๒๘๐ บาทโดยอาศัยสิทธิตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓ และต่อมาจำเลยที่๑ ได้ยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลแรงงานกลาง กล่าวหาว่าโจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ ๑ โดยไม่เป็นธรรม เรียกค่าเสียหายเป็นเงิน ๕๓,๒๘๐ บาทและเงินโบนัส ๖,๖๖๐ บาทโดยอาศัยสิทธิตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ นั้น มีมูลฐานมาจากการที่โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ ๑ ในคราวเดียวกันนั้นเอง เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าคดีที่จำเลยที่ ๑ ฟ้องโจทก์ต่อศาลแรงงานกลางนั้น โจทก์และจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์ยอมจ่ายเงินให้จำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท และจำเลยที่ ๑ ไม่ติดใจเรียกร้องจากโจทก์อีกศาลพิพากษาตามยอมดังปรากฏตามคดีหมายเลขแดงที่ ๘๓๗/๒๕๓๐ ของศาลแรงงานกลาง ดังนี้ถือได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างของโจทก์ในครั้งนี้แล้ว ศาลฎีกาจึงไม่เห็นสมควรให้โจทก์ต้องใช้ค่าเสียหายตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์อีก เพราะจะเป็นการเรียกค่าเสียหายซ้ำซ้อน โดยอาศัยเหตุจากการเลิกจ้างของโจทก์ในคราวเดียวกันซึ่งจะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม อันมิใช่วัตถุประสงค์ของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งที่ ๒๐/๒๕๓๐ ของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๔ นั้นเสีย.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำนง นิยมวิภาต · จุนท์ จันทรวงศ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายศุภชัย ภู่งามศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้