Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1885/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยมีเครื่องตวง เครื่องชั่ง ซึ่งไม่ถูกต้องตามความประสงค์ทุกประการของพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัดไว้ในความครอบครองตั้งแต่อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลกตลอดมาจนกระทั่งถูกจับที่อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดต่อเนื่อง และกระทำต่อเนื่องกันในท้องที่ดังกล่าว เมื่อจำเลยถูกจับในท้องที่อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย และเมื่อได้มีการสอบสวนโดยชอบแล้ว พนักงานอัยการจังหวัดสุโขทัย จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดสุโขทัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 22 แม้จำเลยมีเครื่องตวง เครื่องชั่ง ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายไว้ในความครอบครองเพื่อใช้ในการพาณิชย์ ก็จะฟังว่าจำเลยมีเครื่องตวง เครื่องชั่งที่ผิดอัตราเพื่อเอาเปรียบในทางการค้าไปทีเดียวไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยมีเจตนาเอาเปรียบในทางการค้าเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบให้ปรากฏ เมื่อโจทก์ไม่นำสืบหรือนำสืบไม่ได้ย่อมไม่อาจลงโทษจำเลยในข้อหานี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๒๕ เวลากลางวัน จำเลยรับจ้างซื้อข้าวเปลือกนำไปมอบให้นายจ้างขายต่อเพื่อค้ากำไร มีเครื่องตวงของแห้งชนิดถังไม้ ๑ ถัง ขนาดพิกัดกำลัง ๒๐ ลิตร ซึ่งไม่มีหมายเลขประจำเครื่องเครื่องหมายส่วนตัวและเครื่องหมายรับรองของเจ้าพนักงาน และมีเครื่องชั่งชนิดที่ ๔ เต็มพิกัดกำลังเครื่อง ๕๐๐ กิโลกรัม ๑ เครื่อง โดยไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๔๖๖ คือ เครื่องตวงผิดปริมาตรทำให้ผู้ซื้อได้เปรียบผู้ขาย ๑,๘๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร เครื่องชั่งผิดน้ำหนักผู้ซื้อได้เปรียบผู้ขาย ๓ กิโลกรัมต่อน้ำหนัก ๑๐๐ กิโลกรัม เป็นการมีเครื่องตวงเครื่องชั่งไว้เพื่อเอาเปรียบผู้ขายในการค้า จำเลยได้ใช้เครื่องดังกล่าวประทับเครื่องหมายรับรองเป็นรูปขอบนอกของครุฑปลอมใช้ตวงข้าวเปลือกเพื่อให้ชาวนาหลงเชื่อว่าตราเครื่องหมายรับรองนั้นเป็นเอกสารที่แท้จริง

ทำให้ผู้ขายข้าวเปลือกเสียหายโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าตราเครื่องหมายรับรองบนเครื่องตวงไม้นั้นเป็นตราปลอมและเป็นเอกสารราชการปลอมและจำเลยซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาโดยใช้เครื่องตวงของแห้ง มิได้กระทำการซื้อโดยวิธีการชั่งตามมาตราชั่งวิธีเมตริกอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๒๑ ลงวันที่ ๓มีนาคม ๒๕๒๑ เหตุเกิดที่ตำบลใดไม่ปรากฏชัด อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลกและตำบลโตนด อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัยเกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พุทธศักราช ๒๔๖๖ มาตรา ๔ ทวิ, ๓๑, ๓๒, ๓๕ ทวิพระราชบัญญัติตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๔๖๖ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗มาตรา ๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๗๑ ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๒๕ข้อ ๒, ๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘, ๒๖๕, ๒๗๐, ๙๑, ๓๒, ๓๓ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ริบถังไม้ เครื่องชั่งและข้าวเปลือกของกลาง ให้จำเลยชำระเงินสินบนผู้นำความแจ้งต่อเจ้าพนักงานตามกฎหมาย

จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้น พิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๔๖๖ มาตรา ๔ ทวิ, ๓๑ ให้จำคุก ๒ เดือน ปรับ ๒,๐๐๐ บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ภายในกำหนด๒ ปี ริบเครื่องตวง ของกลางนอกนั้นคืนจำเลย ข้อหานอกจากนี้ให้ยก ที่โจทก์ขอให้จ่ายสินบนนำจับให้ยก

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะข้อหาความผิดฐานมีเครื่องชั่งเครื่องตวงไม่ถูกต้องไว้ในครอบครอง จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๐ ด้วย การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๐ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา ๙๐ คงจำคุก จำเลย ๒ เดือน (โดยไม่ปรับและไม่รอการลงโทษ) เครื่องชั่งของกลางให้ริบนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยมีเครื่องตวง เครื่องชั่งของกลาง ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายไว้ในครอบครองเพื่อใช้ในการพาณิชย์

ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยกระทำความผิดสำเร็จในเขตท้องที่จังหวัดพิษณุโลกโจทก์ไม่สามารถนำคดีมาฟ้องที่ศาลจังหวัดสุโขทัยนั้น

พิเคราะห์แล้วปรากฏว่าจำเลยมีเครื่องตวง เครื่องชั่ง ซึ่งไม่ถูกต้องตามความประสงค์ทุกประการของพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัดไว้ในครอบครองตั้งแต่อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลกตลอดมาจนกระทั่งถูกจับที่อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดต่อเนื่องและกระทำต่อเนื่องกันในท้องที่อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลกกับอำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย เมื่อจำเลยถูกจับในท้องที่อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัยและเมื่อได้มีการสอบสวนโดยชอบแล้ว พนักงานอัยการจังหวัดสุโขทัยจึงมีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดสุโขทัย ซึ่งท้องที่อำเภอคีรีมาศอยู่ในเขตอำนาจได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๐ เป็นการไม่ชอบเพราะโจทก์ไม่มีพยานมานำสืบให้ปรากฏว่า จำเลยมีหรือใช้เครื่องตวงหรือเครื่องชั่งที่ผิดอัตราเพื่อเอาเปรียบในการค้านั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังเป็นยุติแต่เพียงว่า จำเลยมีเครื่องตวงและเครื่องชั่งซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายไว้ในครอบครองเพื่อใช้ในการพาณิชย์เท่านั้นโจทก์ไม่ได้นำสืบให้ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนาเพื่อเอาเปรียบในทางการค้าแต่อย่างใดลำพังการมีเครื่องตวง เครื่องชั่ง ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายไว้ในครอบครองเพื่อใช้ในการพาณิชย์เพียงอย่างเดียวจะฟังว่าจำเลยมีเครื่องตวง เครื่องชั่งที่ผิดอัตราเพื่อเอาเปรียบในทางการค้าไปทีเดียวไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยมีเจตนาเอาเปรียบในทางการค้าเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบให้ปรากฏเมื่อโจทก์ไม่นำสืบหรือนำสืบไม่ได้ ย่อมไม่อาจลงโทษจำเลยในข้อหานี้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๐ ศาลฎีกาจึงไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยในข้อนี้ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์ · โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุโขทัย - นายบุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายกระสินธุ์ นันทกิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้