Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1884/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาขายที่ดินพร้อมด้วยตึกแถวให้จำเลยที่ 1 ห้องละ 80,000 บาท จำเลยที่ 1 มาขอให้โจทก์ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนโอนขายให้จำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 1 นำหนังสือมอบอำนาจนั้นไปแสดงแก่เจ้าพนักงานที่ดิน โดยจำเลยทั้งสองแจ้งความเท็จว่าโจทก์โอนขายให้ในราคา 40,000 บาทความจริงจำเลยที่ 1 ขายให้จำเลยที่ 2 ในราคากว่า 80,000 บาท ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมและค่าอากร อาจทำให้โจทก์เสียหายคืออาจถูกฟ้องฐานแจ้งความเท็จ อาจถูกเรียกค่าธรรมเนียมและค่าอากรแสตมป์ที่ขาดและถูกปรับหลายเท่า และอาจถูกฟ้องฐานหลีกเลี่ยงภาษีอากรด้วย ดังนี้ เห็นได้ว่าโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้โอนขายแทนเท่านั้น โจทก์ไม่ได้เป็นผู้แจ้งหรือร่วมรู้เห็นในการแจ้งว่าซื้อขายกันเป็นเงินเท่าใด ไม่ต้องรับผิดฐานแจ้งความเท็จนั้น การแจ้งราคาซื้อขายน้อยกว่าความจริง เป็นเหตุให้รัฐบาลขาดรายได้รัฐบาลก็เป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่โจทก์ข้อที่ว่าโจทก์อาจถูกเรียกค่าธรรมเนียมและค่าอากรแสตมป์ที่ขาดและจะถูกปรับ ก็ปรากฏตามสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้มีหน้าที่ชำระ เมื่อตามข้อเท็จจริงเป็นการแจ้งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยเฉพาะตัวแล้ว โจทก์ก็ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกันแจ้งความเท็จ ศาลย่อมมีอำนาจยกฟ้องได้โดยไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่าเดิมโจทก์ได้ทำหนังสือสัญญาขายที่ดินโฉนดที่ 1813 ตำบลบางรัก อำเภอบางรัก จังหวัดพระนคร พร้อมทั้งตึกแถวที่ปลูกสร้างจำนวน 60 ห้อง ให้แก่จำเลยที่ 1 ในราคาห้องละ 80,000 บาท ครบกำหนดชำระราคาในวันที่ 15 พฤษภาคม 2512 แต่ได้ตกลงกันว่า หากมีผู้มาซื้อที่ดินพร้อมด้วยตึกแถวแต่ละห้องจากจำเลยที่ 1 ก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว โจทก์ยอมจดทะเบียนขายที่ดินและตึกแถวห้องนั้น ๆ โดยตรง ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้มาหาโจทก์ให้โอนขายที่ดินโฉนดที่ 8916 พร้อมตึกแถวหนึ่งห้อง ซึ่งแบ่งแยกจากโฉนดดังกล่าวเสร็จแล้วให้แก่จำเลยที่ 2 โดยให้โจทก์ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนไปจัดการโอนขายให้แก่จำเลยที่ 2 โจทก์ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปตามความประสงค์ของจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่าโจทก์โอนขายที่ดินพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ 2 ในราคา 40,000 บาท

ความจริงจำเลยที่ 1 ขายต่อให้จำเลยที่ 2 อีกทอดหนึ่งกว่า 80,000 บาท จึงเป็นการแจ้งราคาค่าซื้อขายทรัพย์สินต่อเจ้าพนักงานต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งจำเลยทั้งสองทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นความเท็จ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 83

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้องคดีโจทก์ไม่มีมูลความผิด ให้ยกฟ้องโจทก์โดยไม่จำต้องไต่สวนมูลฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า คดีของโจทก์มีมูลความผิดตามโจทก์ฟ้อง ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีนี้ โจทก์ได้ทำใบมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้โอนขายกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมตึกแถวเลขที่ 771/98 ให้แก่จำเลยที่ 2 ผู้ซื้อ แทนโจทก์เท่านั้นส่วนการแจ้งว่าซื้อขายกันเป็นจำนวนเงินเท่าใด จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เป็นผู้แจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินโดยลำพัง โจทก์ไม่ได้เป็นผู้แจ้งและไม่ได้ร่วมรู้เห็นในการแจ้งข้อความนั้นด้วย โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดในฐานแจ้งข้อความนั้น การแจ้งจำนวนราคาซื้อขายน้อยกว่าความจริง เป็นการหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมการโอนและค่าอากรแสตมป์ เป็นเหตุให้รัฐบาลขาดรายได้รัฐบาลจึงเป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่โจทก์ ข้อที่โจทก์อ้างว่าโจทก์อาจถูกสำนักงานที่ดินจังหวัดพระนครเรียกค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ขาดไป และจะถูกกรมสรรพากรเรียกค่าอากรแสตมป์ที่ขาดไป และจะถูกปรับหลายเท่า

ก็ปรากฏตามสัญญาซื้อขายว่าจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมเหล่านั้น ไม่ใช่โจทก์ เมื่อข้อเท็จจริงเป็นการแจ้งของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 โดยเฉพาะตัวแล้ว โจทก์ก็ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองได้

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสาท สุคนธมาน · ประพนธ์ ศาตะมาน · แผ้ว ศิวะบวร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้