Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1883/2497

พ.ศ. 2497 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตัวการมอบอำนาจให้ตัวแทนทำการแทนในกิจการต่างๆ รวมทั้งให้ฟ้องคดีได้ และให้ตั้งตัวแทนช่วงได้ ตัวแทนตั้งตัวแทนช่วงต่อไปให้มีอำนาจกระทำเหมือนอย่างที่ตัวแทนได้รับมอบอำนาจมา แม้จะไม่ระบุว่าให้ฟ้องคดีได้ตัวแทนช่วงก็ฟ้องคดีแทนตัวการได้อัตราแลกเปลี่ยนตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 196 หมายถึงอัตราแลกเปลี่ยนเสรี ซึ่งอาจไม่ตรงกับอัตราของรัฐบาลก็ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ใน พ.ศ. 2492 จำเลยได้ว่าจ้างให้โจทก์ขนยาง 4 ราย ไปยังสหรัฐอเมริกา ตามสัญญาระหว่างจำเลยกับผู้ซื้อยางในสหรัฐอเมริกานั้นจำเลยจะขอรับเงินซึ่งผู้ซื้อได้เปิดเครดิตให้ไว้ในธนาคารกรุงเทพฯ ได้ต่อเมื่อนำตั๋วบรรทุกสินค้า (Bill of Lading) ไปแสดงต่อธนาคารว่า ได้บรรทุกสินค้าลงเรือครบถ้วนมีคุณภาพถูกต้องตามสัญญาซื้อขายแล้ว ซึ่งตั๋วบรรทุกลักษณะนี้ฝ่ายโจทก์จะออกให้ต่อเมื่อจำเลยได้บรรทุกสินค้าครบถ้วนมีคุณภาพถูกต้องตามสัญญาซื้อขายแล้ว และเจ้าหน้าที่ประจำเรือออกใบรับสินค้า (Mate'sreceipts) ยืนยันมา แต่เพื่ออำนวยความสะดวกให้จำเลยได้รับเงินก่อนปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น โจทก์ได้ออกตั๋วบรรทุกสินค้ารับรองความครบถ้วนมีคุณภาพถูกต้องของสินค้าบรรทุกให้แก่จำเลยไปก่อนที่จำเลยจะได้นำเอาใบรับรองเจ้าหน้าที่ประจำเรือมาแสดง

การออกตั๋วบรรทุกสินค้าเช่นนี้เป็นการกระทำที่ฝ่ายโจทก์รับรองต่อผู้ซื้อว่า จำเลยได้บรรทุกสินค้าตามจำนวนและคุณภาพถูกต้องตามสัญญาซื้อขายลงเรือฝ่ายโจทก์แล้วจริง ซึ่งยังผลให้ฝ่ายโจทก์ต้องรับผิดต่อผู้ซื้อนั้นด้วย การที่โจทก์ออกตั๋วบรรทุกให้จำเลยดังกล่าวแล้ว ก็โดยจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาในนามของจำเลยที่ 1 รับรองให้โจทก์ไว้ว่า ถ้าหากโจทก์ต้องชดใช้เงินแก่ผู้ซื้อไปเท่าใดเพราะการออกตั๋วบรรทุกของโจทก์ดังกล่าวแล้ว จำเลยจะชดใช้คืนให้ทั้งสิ้น ดังปรากฏตามสำเนาเอกสารหมาย 2 และ 3 ท้ายฟ้อง ต่อมาโจทก์ถูกเรียกร้องว่า สินค้ายางตามตั๋วบรรทุกสินค้าที่โจทก์บรรทุกโดยเรือ "ไชได๊" (Schiedyk) นั้นเปียกน้ำก่อนบรรทุก เสียหายเป็นเงิน 3,277 เหรียญ 21 เซ็นต์อเมริกัน และสินค้ายางที่โจทก์บรรทุกโดยเรือ

"เดร๊นท์" (Drente) ส่งขาดไป 1 มัด ราคา 32 เหรียญ 99 เซ็นต์อเมริกัน ซึ่งโจทก์ได้โอนบัญชีหักชำระไปแล้ว นอกจากนี้ในการที่จำเลยได้ว่าจ้างให้โจทก์ขนส่งยางไปยังกรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกาโดยเรือ "สโลเตอร์ดิ๊ก" (Sloterdyk) นั้น จำเลยได้ขอให้เปลี่ยนเป็นส่งไปยังกรุงบอสตันแทน ซึ่งจำเลยทำสัญญารับรองจะชดใช้ค่าเสียหายให้ตามสำเนาเอกสารหมาย 4 ท้ายฟ้อง ซึ่งต่อมาโจทก์ได้ถูกเรียกร้องให้ชำระเป็นจำนวน 714 เหรียญ 38 เซ็นต์อเมริกัน และโจทก์ได้ชำระไปแล้ว รวมเงินที่โจทก์ต้องชำระไปทั้งสิ้น 4,024 เหรียญ 58 เซ็นต์อเมริกัน คิดเป็นเงินไทยตามราคาตลาดในวันฟ้องอัตราเหรียญละ 22 บาท 20 สตางค์ เป็นเงิน89,345 บาท 68 สตางค์โจทก์ได้ทวงถามแล้ว

จำเลยไม่ชำระ จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินดังกล่าวพร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ให้การตัดฟ้องว่า นายเออนส์ดิคเคนแมนผู้รับมอบอำนาจของโจทก์ ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้แทนโจทก์ เพราะตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องหมาย 1 ไม่ได้ให้อำนาจฟ้องคดีไว้ จำเลยคงรับว่าได้ลงนามในเอกสารตามสำเนาท้ายฟ้องจริงและยอมรับผิดใช้ยางที่ขาดไป 1 มัดเป็นเงิน 32 เหรียญ 99 เซ็นต์เท่านั้น ส่วนยางที่เปียกน้ำ ถ้าเกิดเปียกน้ำขึ้นจริง ก็เกิดขึ้นภายหลังบรรทุกลงเรือซึ่งอยู่ในครอบครองของโจทก์หรือผู้แทน จำเลยไม่ต้องรับผิด จำนวนเงินที่โจทก์ฟ้องหากจำเลยจะต้องรับผิดก็ไม่ถึงจำนวนนั้น และอัตราแลกเปลี่ยนเงินเหรียญอเมริการัฐบาลกำหนดไว้เหรียญละ 12 บาท 50 สตางค์เท่านั้นจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธความผิด

เพราะเป็นแต่ตัวแทนของจำเลยที่ 1ศาลแพ่งพิจารณาแล้ว เห็นว่าจำเลยที่ 1 ต้องรับผิด แต่จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงิน81,757 บาท 50 สตางค์ กับดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เงินเสร็จ ให้จำเลยที่ 1 เสียค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนาย 2,000 บาทแทนโจทก์จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 เสียค่าทนายชั้นศาลอุทธรณ์ 2,000 บาทแทนโจทก์ ค่าทนายระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาแล้ว ข้อที่จำเลยฎีกาว่านายดิคเคนแมนไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์นั้น ได้ความว่าบริษัทโจทก์จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด ในประเทศสวิส ชั้นเดิมบริษัทได้ทำหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2491 ให้นาย เอ.เอฟ. ซอมม์เป็นผู้ทำการแทนบริษัทในกิจการต่าง ๆ รวมทั้งให้มีอำนาจฟ้องคดีได้ด้วย นอกจากนี้ยังให้มีอำนาจแต่งตั้งผู้รับมอบอำนาจหรือตัวแทนช่วง เพื่อกระทำการต่าง ๆ ดังกล่าวแล้วนั้นแทนบริษัทได้ด้วย(เอกสารหมาย จ.2) ต่อมา นาย เอ.เอฟ. ซอมม์ ได้ทำหนังสือตั้งตัวแทนช่วงมอบอำนาจให้แก่นายดิคเคนแมนเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทและให้มีอำนาจกระทำการทุกอย่างแทนบริษัทเหมือนอย่างที่นาย เอ.เอฟ. ซอมม์ ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทนั้น (เอกสารหมาย จ.1)นายดิคเคนแมนจึงอาศัยใบมอบอำนาจหรือหนังสือตั้งตัวแทนช่วงฉบับหลังนี้มาฟ้องจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าจริงอยู่ในหนังสือตั้งตัวแทนช่วงหรือมอบอำนาจฉบับหลังนี้แม้จะมิได้มีข้อความว่า ให้มีอำนาจฟ้องคดีอยู่ด้วยก็ตาม แต่หนังสือฉบับหลังนี้ก็ได้มีข้อความกล่าวท้าวถึงใบมอบอำนาจฉบับแรกอยู่ โดยให้นายดิคเคนแมนมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทเหมือนอย่างที่นาย เอ.เอฟ. ซอมม์ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทตามหนังสือมอบอำนาจฉบับแรกซึ่งรวมทั้งการฟ้องคดีด้วยนั้น ฉะนั้นเมื่ออ่านหนังสือมอบอำนาจทั้ง 2 ฉบับรวมกันก็จะเห็นได้ว่านายดิคเคนแมนได้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแทนบริษัทแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยจึงตกไปสำหรับในข้อความรับผิดของจำเลยในเรื่องยางเปียกน้ำนั้น ได้ความตามคำพยานโจทก์ว่า ก่อนที่จะขนยางสู่เรือใหญ่ของโจทก์ที่สงขลานั้น

เรือบรรทุกยางของจำเลยล่มลง และมีเรืออื่นสองลำมาช่วยขนถ่ายยางขึ้นเรือ 2 ลำนั้น แล้วเรือสองลำนั้นจึงเข้าเทียบเรือโจทก์และขนยางขึ้น ตามใบรับสินค้า (Mate's Receipts) ของเจ้าหน้าที่เรือของโจทก์ที่ออกให้แก่จำเลยก็ปรากฏว่ายางที่ขนขึ้นเรือใหญ่นั้นอยู่ในสภาพที่เปียกเพราะจมน้ำเค็ม ในข้อนี้ถ้าไม่เป็นความจริงจำเลยก็ชอบที่จะทักท้วง เมื่อจำเลยมิได้ทักท้วงและจำเลยไม่สามารถนำพยานมาสืบหักล้างเป็นอย่างอื่น จะฟังว่าการที่ยางเปียกน้ำเป็นความผิดของโจทก์อย่างไรได้ ส่วนเรื่องเปลี่ยนเส้นทางขนยางนั้นจำเลยต่อสู้แต่เพียงว่าค่าขนส่งที่โจทก์เรียกสูงผิดธรรมดาเท่านั้นและจำเลยมิได้นำสืบอย่างไรในประเด็นข้อนี้ ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยใช้เงินจำนวนนี้

ศาลฎีกาไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ฎีกาของจำเลยข้อสุดท้ายอ้างว่า การแลกเปลี่ยนเงินต้องถือตามอัตราที่รัฐบาลกำหนดไว้ คือ 1 ดอลล่าร์อเมริกาต่อ 12 บาท 50 สตางค์นั้น ข้อนี้ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยไว้เป็นแบบอย่างแล้วว่าอัตราแลกเปลี่ยนเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 196 นั้น หมายถึงอัตราที่จะแลกเปลี่ยนกันได้โดยเสรี (คำพิพากษาฎีกาที่ 1693/2493 คดีระหว่าง บริษัทพัธนา จำกัด โจทก์ นายอับดุลไตเย็บอิสไมล์ยีมัสกาตี จำเลย) ฎีกาข้อนี้ของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้นอาศัยเหตุดังกล่าวมาแล้ว ศาลนี้คงพิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1เสียค่าทนายในชั้นนี้ 2,500 บาทแทนโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · นาถปริญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้