Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1877/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา โดยไม่ได้ยื่นอุทธรณ์มาด้วย เป็นการไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคหนึ่ง จึงไม่ชอบที่จะรับไว้พิจารณาศาลชั้นต้นสามารถสั่งยกคำร้องได้ทันทีโดยไม่ต้องไต่สวน และไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะกำหนดเวลาให้จำเลยที่ 4 นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระเพราะจำเลยที่ 4 มิได้ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และมีคำสั่งต่อไปว่าหากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ยังติดใจอุทธรณ์ให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 7 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ไปฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ตามนัด ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำสั่งให้ฝ่ายโจทก์ฟังฝ่ายเดียวและถือว่าได้อ่านคำสั่งดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฟังโดยชอบแล้ว ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในส่วนที่กำหนดให้นำค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นด้วย เพราะเป็นคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่ จึงไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะต้องแจ้งให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระอีก

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 1,842,041.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,800,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 40,000 บาท จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อุทธรณ์และจำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสี่มิได้เป็นคนยากจน ให้ยกคำร้อง หากจำเลยทั้งสี่ประสงค์จะอุทธรณ์ให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระภายใน 15 วัน จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่ง (ที่ถูกต้องทำเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง) ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งยกคำร้อง หากจำเลยทั้งสี่ยังติดใจอุทธรณ์ ให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง แต่จำเลยทั้งสี่ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระภายในกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องว่า จำเลยทั้งสี่ไม่ได้ไปฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพราะยังไม่ได้รับหมายนัด จำเลยทั้งสี่ไม่ทราบว่าศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสี่นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นและศาลชั้นต้นก็มิได้มีหมายแจ้งกำหนดวันให้จำเลยทั้งสี่นำเงินดังกล่าวมาชำระ ขอให้ไต่สวนและมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทั้งสี่นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสี่ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า การขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ผู้ขอจะต้องยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอฟ้องอุทธรณ์อย่างคนอนาถามาพร้อมกับคำฟ้องอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคหนึ่ง คดีข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา โดยไม่ได้ยื่นอุทธรณ์มาด้วย เป็นการไม่ปฏบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้ คำร้องของจำเลยที่ 4 จึงไม่ชอบที่จะรับไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นสามารถสั่งยกคำร้องดังกล่าวได้ทันทีโดยไม่ต้องไต่สวน และไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะกำหนดเวลาให้จำเลยที่ 4 นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระเพราะจำเลยที่ 4 มิได้ยื่นอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 และศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่ของจำเลยที่ 4 แล้วมีคำสั่งต่อไปว่าหากจำเลยที่ 4 ยังติดใจอุทธรณ์ให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน

กำหนด 7 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง จึงเป็นการไม่ชอบ ดังนั้น ที่จำเลยที่ 4 ฎีกาอ้างว่า จำเลยที่ 4 ยังไม่ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดังกล่าว ขอให้ทำการไต่สวนและมีคำสั่งให้จำเลยที่ 4 นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระนั้นย่อมไม่เป็นสาระแก่คดีเพราะไม่ว่าจะวินิจฉัยไปในทางใดจำเลยที่ 4 ก็ไม่มีหน้าที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าว ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 4 ปัญหาต้องวินิจฉัยเฉพาะฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 แล้วหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นนัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 วันที่ 30 มิถุนายน 2546 พร้อมกับมีคำสั่งให้ส่งหมายนัดแก่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และทนายจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ด้วย ในการส่งหมายดังกล่าวปรากฏว่าส่งให้ทนายจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้โดยทนายจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 รับหมายด้วยตนเอง จึงถือว่าทนายจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ทราบนัดโดยชอบแล้ว

เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แต่งตั้งทนายจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้เป็นทนายความแก้ต่าง ทนายจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ย่อมเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ในการดำเนินกระบวนพิจารณาการที่ทนายจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ทราบนัดโดยชอบแล้วจึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ทราบนัดดังกล่าวด้วย กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่าการส่งหมายนัดให้แก่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ทางไปรษณีย์ตอบรับเป็นการส่งที่ชอบหรือไม่เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ส่วนที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 กำหนด จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 จึงไม่ทราบว่าจะต้องนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระในวันใดนั้น

เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และมีคำสั่งต่อไปว่าหากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ยังติดใจอุทธรณ์ให้นำค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 7 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ไปฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ตามนัด ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำสั่งให้ฝ่ายโจทก์ฟังฝ่ายเดียวและถือว่าได้อ่านคำสั่งดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฟังโดยชอบแล้ว กรณีเช่นนี้ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในส่วนที่กำหนดให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นด้วย เพราะเป็นคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่ซึ่งสั่งในคราวเดียวกันจึงไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะต้องแจ้งให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระอีก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ส่วนฎีกาของจำเลยที่ 4 ให้ยก จำเลยที่ 4 ยื่นฎีการวมมากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 จึงไม่มีค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่จะคืนให้.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระชาติ เอี่ยมประไพ · เรวัตร อิศราภรณ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้