Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1876/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยฟ้องคดีแพ่งว่า ม.บุกรุกที่ดินของจำเลย ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย แต่ ม. แย่งการครอบครองไปแล้ว คงเป็นของจำเลย 15 ไร่ ระหว่างฎีกาจำเลยจ้างคนเข้าหยอดปอในที่ดินส่วนที่ศาลพิพากษาว่าเป็นของ ม. และพนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลย ข้อหาบุกรุก ศาลพิพากษายกฟ้องโดยเห็นว่าที่ดินที่กล่าวหายังพิพาทเป็นคดีแพ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ฟังไม่ได้ว่าใครเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิโดยแน่แท้ ยังไม่มีมูลความผิดทางอาญาคดีถึงที่สุด ต่อมาเมื่อคดีแพ่งยุติลงว่าที่ดินเป็นของจำเลย 15 ไร่แล้ว จำเลยได้จ้างคนเข้ารื้อที่ดินเป็นส่วนของ ม. อีก ดังนี้ จำเลยเข้าครอบครองที่พิพาทตั้งแต่เข้าหยอดปอ ซึ่งศาลพิพากษายกฟ้องฐานบุกรุกไปแล้ว เป็นเรื่องที่จำเลยยังไม่ยอมสละการครอบครอง มิใช่เข้าไปไถ่ที่พิพาทเป็นการแย่งการครอบครองใหม่ จึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๑๘ จำเลยร่วมกันบุกรุกเข้าไปในที่ดินของนาย ค. เนื้อที่ ๕๗ ไร่ เพื่อถือการครอบครอง และใช้รถไถพรวนดินทั้งแปลงอันเป็นการรบกวนการครอบครอง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒,๓๖๕

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๓ เดือน ข้อหาสำหรับจำเลยที่ ๒ ให้ยก จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ที่ดินที่กล่าวหาว่าจำเลยบุกรุกเป็นที่สำหรับปลูกปอ เมื่อปลูกปอแล้วก็ว่างมิได้ทำประโยชน์ เดิมจำเลยครอบครองทำไร่ปอมาก่อนแล้วถูกฝ่ายผู้เสียหายแย่งการครอบครองเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ ครั้ง พ.ศ. ๒๕๑๕ จำเลยแย่งการครอบครองคืนและคงครอบครองตลอดมาจนบัดนี้ หาใช่เพิ่งบุกรุกที่ดินในวันเวลาฟ้องไม่ พฤติการณ์แห่งคดีเป็นกรณีพิพาททางแพ่งพิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ จำเลยที่ ๑ ได้ฟ้องต่อศาลจังหวัดชัยภูมิขอให้ห้าม ม.บิดา ค.ผู้เสียหายคดีนี้ มิให้เข้าเกี่ยวข้องที่ดินเนื้อที่ ๖๓ ไร่เศษ จำเลยที่ ๑ ม.ต่อสู้ว่าที่ดินเป็นของตน ศาลจังหวัดชัยภูมิฟังว่าจำเลยที่ ๑ ครอบครองที่ดินอยู่เพียง ๑๕ ไร่ นอกนั้นถูก ม.แย่งการครอบครอง พิพากษาว่าส่วนหนึ่งของที่พิพาทและ ม.อุทธรณ์ฎีกาต่อมา ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน เดือนมีนาคม ๒๔๑๕ ในระหว่างคดี จำเลยจ้าง ส.กับพวกหยอดปกในที่ดินส่วนที่ศาลจังหวัดชัยภูมิฟังว่าเป็นของ ม. พนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยที่ ๑ กับพวกว่าบุกรุก ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าที่ดินที่กล่าวมา จำเลยที่ ๑ กับ

ม.ยังพิพาทเป็นคดีแพ่งอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ยังฟังไม่ได้ว่าใครเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิโดยแน่แท้เป็นการแย่งกันทำกินมากกว่า ยังไม่มีมูลความผิดทางอาญา พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีถึงที่สุด และจำเลยที่ ๑ ได้ทำไร่ปอในที่พิพาทต่อมาจนศาลฎีกาพิพากษาคดีแพ่งและศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๑๗ ต่อมาวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๑๘ จำเลยที่ ๑ ได้จ้างจำเลยที่ ๒ ไถ่ที่ดินพิพาท ค.ไปแจ้งความ จำเลยที่ ๑ จึงถูกฟ้องคดีนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ เข้าไปยึดถือครอบครองที่พิพาทตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๑๕ แล้ว หาใช่เพิ่มเข้าไปเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ ไม่ การยึดถือครอบครองที่พิพาทในครั้งนั้นเป็นการเข้าครอบครองโดยจำเลยที่ ๑ ถือว่าที่พิพาทเป็นของตน ไม่ใช่เข้าแย่งการครอบครองที่ดินผู้อื่น ซึ่งศาลก็ได้พิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วว่า ไม่เป็นความผิดทางอาญาฐานบุกรุก การที่จำเลยที่ ๑ ยังคงครอบครองที่พิพาทต่อมา โดยจ้างจำเลยที่ ๒ ในที่พิพาทเมื่อถึงฤดูทำปอใน พ.ศ. ๒๕๑๘ ทั้งที่ทราบอยู่แล้วว่าที่พิพาทไม่ใช่ของตนนั้น เป็นเรื่องไม่ยอมสละการครอบครอง หาเป็นความผิดทางอาญาดังฟ้องไม่ เจ้าของที่พิพาทชอบที่จะดำเนินคดีแพ่งกับจำเลยที่ ๑ ต่อไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม ทันด่วน · ชลอ จามรมาน · สมคิด มงคลชาติ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายประสาร ปทุมบาล
ศาลอุทธรณ์ - นายเสนอ ศรีนิยม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้