Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1875/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำพิพากษาของศาลแขวงที่ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปีแต่มีผู้พิพากษาเพียงคนเดียวลงชื่อ เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 15 วรรคท้ายศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจพิจารณาและพิพากษาไปในทันทีเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี แต่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการดังกล่าวให้ถูกต้องเสียก่อนโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสองทำสัญญาจะขายอาคารพร้อมที่ดิน ให้แก่นายสมบูรณ์ โล่วีรวุฒิ ผู้เสียหาย ตกลงโอนกรรมสิทธิ์เมื่อผู้เสียหายผ่อนชำระเงินครบถ้วนตามสัญญา ต่อมาจำเลยทั้งสองโดยทุจริตได้ไปเก็บเงินค่าอาคารและที่ดินงวดที่ 5จำนวน 250,000 บาท จากผู้เสียหายโดยร่วมกันหลอกลวง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่า จำเลยทั้งสองจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์อาคารพร้อมที่ดินให้ตามสัญญาได้จริง แต่ความจริงจำเลยทั้งสองได้ไปทำสัญญาจะขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารดังกล่าวบางส่วนให้แก่ผู้อื่

คำฟ้องและคำให้การ

คำพิพากษาของศาลแขวงที่ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปีแต่มีผู้พิพากษาเพียงคนเดียวลงชื่อ เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 15 วรรคท้ายศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจพิจารณาและพิพากษาไปในทันทีเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี แต่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการดังกล่าวให้ถูกต้องเสียก่อนโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสองทำสัญญาจะขายอาคารพร้อมที่ดิน ให้แก่นายสมบูรณ์ โล่วีรวุฒิ ผู้เสียหาย ตกลงโอนกรรมสิทธิ์เมื่อผู้เสียหายผ่อนชำระเงินครบถ้วนตามสัญญา ต่อมาจำเลยทั้งสองโดยทุจริตได้ไปเก็บเงินค่าอาคารและที่ดินงวดที่ 5จำนวน 250,000 บาท จากผู้เสียหายโดยร่วมกันหลอกลวง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่า

จำเลยทั้งสองจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์อาคารพร้อมที่ดินให้ตามสัญญาได้จริง แต่ความจริงจำเลยทั้งสองได้ไปทำสัญญาจะขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารดังกล่าวบางส่วนให้แก่ผู้อื่นไปแล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือชดใช้เงินจำนวน 250,000 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธระหว่างการพิจารณา นายสมบูรณ์ โล่วีรวุฒิ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 ลงโทษจำเลยที่ 1 ปรับ 4,000 บาทจำเลยที่ 2 จำคุก 2 ปี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือชดใช้เงินจำนวน 250,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาข้อกฎหมายว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นมีผู้พิพากษาคนเดียวลงนามให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปีนั้น เป็นการขัดต่อกฎหมายพิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 15 วรรคท้ายกำหนดว่าในการพิจารณาคดีอาญาตามมาตรา 22(5) ถ้าศาลแขวงเห็นว่าควรลงโทษจำคุกจำเลยเกินหกเดือนหรือปรับเกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับก็ให้มีอำนาจพิพากษาได้ แต่จะต้องให้ผู้พิพากษาอีกอย่างน้อยคนหนึ่งตรวจสำนวนและลงลายมือชื่อในคำพิพากษาเป็นองค์คณะด้วย คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยที่ 2 มีกำหนด2 ปี แต่มีผู้พิพากษาลงนามเพียงคนเดียว จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาในปัญหานี้ต้องให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้ถูกต้องเสียก่อนฎีกาจำเลยทั้งสองในข้อนี้ฟังขึ้น กรณีจึงยังไม่สมควรวินิจฉัยฎีกาจำเลยทั้งสองข้ออื่นในชั้นนี้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เริงธรรม ลัดพลี · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้