Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1872/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 77 เม็ด ไว้ในครอบครองอยู่ภายในห้องพักของจำเลยนั้น ถึงแม้มีจำนวนมิใช่น้อย แต่ก็อยู่ในวิสัยที่อาจมีไว้เพื่อเสพเองก็ได้ เมื่อโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นพฤติการณ์ของจำเลยในการครอบครองเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายคงฟังได้เพียงว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และศาลฎีกามีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งมีบทลงโทษเบากว่าความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามที่โจทก์ฟ้องได้ เพราะความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการกระทำความผิดที่รวมอยู่ในการกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามฟ้อง ซึ่งเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเองทั้งตามคำขอท้ายฟ้องยังระบุมาตรา 67 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ ซึ่งเป็นบทลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตไว้ด้วยแล้ว ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5)ฯ มาตรา 8 และ 19 ยกเลิกความในมาตรา 15 และ 67 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ และให้ใช้ข้อความใหม่แทน โดยในบทความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง ทั้งกฎหมายเดิมและกฎหมายใหม่คงใช้ข้อความทำนองเดียวกัน จึงต้องใช้ฉบับเดิมบังคับแก่จำเลยในส่วนนี้ ส่วนบทกำหนดโทษนั้น มาตรา 67 กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างจากกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดและกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดเป็นคุณมากกว่าในส่วนที่เกี่ยวกับโทษซึ่งมีหลายสถานที่จะลงได้ จึงต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณบังคับแก่จำเลยไม่ว่าในทางใดตาม ป.อ. มาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงมีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขโดยปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง รวมทั้งแก้ไขโทษเสียใหม่ให้เหมาะสมสอดคล้องกับบทกฎหมายที่แก้ไขใหม่ดังกล่าวได้ด้วยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 79 เม็ด นำหนัก 7.28 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2 เม็ด น้ำหนักไม่ปรากฏชัด อันเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายดังกล่าวให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อในราคา 200 บาท เหตุเกิดที่แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 2 ฉบับ รวม 200 บาท ซึ่งเป็นเงินที่จำเลยได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนและค้นพบเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายที่เหลือจากการจำหน่ายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อจำนวน 77 เม็ด และได้เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยจำหน่ายให้แก่สายลับอีกจำนวน 2 เม็ด เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางและคืนธนบัตรล่อซื้อแก่เจ้าของ

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 7 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 12 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางและคืนธนบัตรล่อซื้อแก่เจ้าของ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลฉลองกรุงได้จับกุมจำเลยในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวน 79 เม็ด และธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 2 ฉบับ เป็นของกลาง ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ โจทก์มีจ่าสิบตำรวจสุนทร เนื้อนาบุญ และสิบตำรวจเอกไพโรจน์ ชื่นชมน้อย เป็นพยานเบิกความว่า ก่อนเกิดเหตุได้สืบทราบว่ามีการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนในสถานที่เกิดเหตุจึงได้วางแผนล่อซื้อ ร้อยตำรวจโทอนุรักษ์ ยังสูน ถ่ายสำเนาธนบัตรของกลางเอกสารหมาย

จ.2 และนำไปบันทึกหมายเลขธนบัตรในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.1 จากนั้นจ่าสิบตำรวจสุนทรและสิบตำรวจเอกไพโรจน์กับพวกได้พาสายลับไปสถานที่เกิดเหตุและมอบธนบัตรของกลางให้สายลับไปซื้อเมทแอมเฟตามีนสายลับนำธนบัตรไปในห้องพักของจำเลยแล้วกลับมามอบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2 เม็ด ให้แก่จ่าสิบตำรวจสุนทรกับพวกพร้อมกับแจ้งว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2 เม็ด หญิงผิวคล้ำ สวมเสื้อกล้ามสีดำ ผ้าถุงลายดอก ห้องพักเลขที่ 17 จ่าสิบตำรวจสุนทรและสิบตำรวจเอกไพโรจน์กับพวกจึงเข้าไปในห้องพักของจำเลยตรวจค้นตัวจำเลยไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย ตรวจค้นภายในห้องพบธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 2 ฉบับ มีหมายเลขตรงกับที่ถ่ายสำเนาไว้อยู่ภายในกระป๋องเก็บเงินเมทแอมเฟตามีนจำนวน 17 เม็ดอยู่ในหลอดกาแฟปิดหัวท้ายซุกซ่อนอยู่ในปากกาเขียนกระดาน และเมทแอมเฟตามีนอยู่ในหลอดกาแฟปิดหัวท้ายหลอดละ 10 เม็ด

จำนวน 6 หลอดซุกซ่อนอยู่ในปกเสื้อแจ็กเก็ตแขวนอยู่ภายในห้อง เห็นว่า ในการตรวจค้นจำเลยและห้องพักของจำเลย เจ้าพนักงานตำรวจค้นได้ธนบัตรของกลางซึ่งอยู่ภายในกระป๋องใส่เงิน โดยจ่าสิบตำรวจสุนทรเบิกความว่า กระป๋องเก็บเงินอยู่ที่พื้นห้องข้างตัวจำเลยและได้บันทึกข้อความดังกล่าวลงในสำเนาธนบัตรเอกสารหมาย จ.2 และ จ.5 แต่สิบตำรวจเอกไพโรจน์เบิกความว่า ตนเป็นผู้ค้นพบธนบัตรของกลางอยู่ภายในกระป๋องวางอยู่ในตู้เสื้อผ้า นอกจากนั้นเมื่อตรวจดูสำเนาบันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.1 ตรงช่องเวลามีการลงเวลาไว้ครั้งแรก 13 นาฬิกา แต่แล้วภายหลังได้แก้ไขเป็นเวลา 12 นาฬิกา และบันทึกการตรวจค้นจับกุมเอกสารหมาย จ.4 ลงเวลาในครั้งแรกเป็น 13 นาฬิกาเศษ แต่ภายหลังมีการแก้ไขเป็นเวลา 14.30 นาฬิกา

ทำให้มีข้อน่าสงสัยว่ามีสายลับนำธนบัตรของกลางมาล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยจริงหรือไม่ ทั้งในการซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยโจทก์แต่คำเบิกความของจ่าสิบตำรวจสุนทรและสิบตำรวจเอกไพโรจน์ว่า สายลับนำธนบัตรของกลางไปในห้องพักที่เกิดเหตุนานประมาณ 10 นาที จึงกลับมาและนำเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2 เม็ด มอบให้บอกว่าซื้อมาจากจำเลยในราคาเม็ดละ 100 บาท จำเลยเป็นหญิงผิวคล้ำ สวมเสื้อกล้ามสีดำ ผ้าถุงลายดอก ซึ่งคำเบิกความดังกล่าวเป็นพยานบอกเล่า ส่วนคำรับของจำเลยที่ปรากฏในบันทึกการตรวจค้นจับกุมเอกสารหมาย จ.4 ก็เป็นพยานบอกเล่าเช่นเดียวกัน พยานหลักฐานของโจทก์ในข้อหาจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมีความน่าสงสัยตามสมควร ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นแก่จำเลย

ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังขึ้น ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยต่อไปมีว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ ในข้อนี้พยานหลักฐานของโจทก์ได้ความว่า เจ้าพนักงานตำรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 17 เม็ด บรรจุในหลอดกาแฟปิดหัวท้ายซุกซ่อนอยู่ภายในปากกาสำหรับเขียนกระดานวางอยู่ข้างตัวจำเลย และจำนวน 60 เม็ด บรรจุหลอดกาแฟปิดหัวท้ายจำนวน 6 หลอดซุกซ่อนอยู่ภายในปกเสื้อแจ็กเก็ตซึ่งแขวนอยู่ในห้องพักของจำเลย เห็นว่า จำเลยเป็นผู้ครอบครองห้องพักที่เกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุจำเลยก็อยู่ภายในห้อง ทั้งเมทแอมเฟตามีนทั้งสองจำนวนที่ถูกค้นพบนั้นซุกซ่อนอยู่ในปากกาและเสื้อซึ่งอยู่ภายในห้อง เมื่อไม่มีข้อเท็จจริงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

เมทแอมเฟตามีนดังกล่าวจึงอยู่ในครอบครองของจำเลย ที่จำเลยนำสืบว่าขณะเกิดเหตุมีนายชาตรีและนางบังอรอยู่ภายในห้องที่เกิดเหตุและนายชาตรีเป็นเจ้าของเสื้อแจ็กเก็ตซึ่งค้นพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 60 เม็ด ซ่อนอยู่ภายในปกเสื้อนั้น เห็นว่า ความข้อนี้จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ในชั้นสอบสวนและในชั้นที่จำเลยร้องขอความเป็นธรรมต่อเจ้าพนักงานตำรวจและพนักงานอัยการตามเอกสารหมาย ล.4 คงมีแต่คำเบิกความของนางสาวสุพรรณษาพยานจำเลยซึ่งเบิกความลอยๆ จึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ แต่การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 77 เม็ด ไว้ในครอบครองอยู่ภายในห้องพักของจำเลยนั้น ถึงแม้เมทแอมเฟตามีนมีจำนวนมิใช่น้อยแต่ก็อยู่ในวิสัยที่อาจมีไว้เพื่อเสพเองก็ได้

เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อสนับสนุนฟ้องและพิสูจน์ให้ได้ความว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดจริง เมื่อโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นพฤติการณ์ของจำเลยในการครอบครองเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย จึงยังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงฟังได้เพียงว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และศาลฎีกามีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งมีบทลงโทษเบากว่าความผิดฐานเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามที่โจทก์ฟ้องได้ เพราะความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการกระทำความผิดที่รวมอยู่ในการกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามฟ้อง ซึ่งเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง

ทั้งตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ยังได้ระบุมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งเป็นบทลงโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตไว้ด้วยแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยบางส่วน ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน

อนึ่ง ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 8 และมาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 15 และมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และให้ใช้ข้อความใหม่แทนโดยในบทความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง ทั้งกฎหมายเดิมและกฎหมายที่แก้ไขใหม่คงใช้ข้อความทำนองเดียวกัน จึงต้องใช้กฎหมายเดิมบังคับแก่จำเลยในส่วนนี้ ส่วนบทกำหนดโทษนั้นตามมาตรา 67 กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างจากกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด และกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดเป็นคุณมากกว่าในส่วนที่เกี่ยวกับโทษซึ่งมีหลายสถานที่จะลงได้จึงต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณบังคับแก่จำเลยไม่ว่าในทางใดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย

ศาลฎีกาจึงมีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขโดยปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง รวมทั้งแก้ไขโทษเสียใหม่ให้เหมาะสมสอดคล้องกับบทกฎหมายที่แก้ไขใหม่ดังกล่าวได้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม) 67 (ที่แก้ไขใหม่) ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 5 ปี ยกฟ้องข้อหาอื่น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้