Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1872/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยมีภาชนะหรือเครื่องกลั่นสำหรับทำสุราไว้ในครอบครองก็เป็นความผิดกรรมหนึ่งแล้ว เมื่อจำเลยทำสุราแช่-สุรากลั่นขึ้นย่อมเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากแยกออกจากกันได้ ความผิดทั้งสองข้อหาจึงเป็นความผิดต่างกรรมกัน.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 มาตรา 5 พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 มาตรา 30 พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 มาตรา 32

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493มาตรา 5, 30, 32, 45จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานทำสุรากลั่นฯ ตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 5, 30 จำคุก 2 เดือน ฐานทำสุราแช่ฯ ตามมาตรา 5, 30 ปรับ 200 บาท ฐานมีสุรากลั่นไว้ในครอบครองฯ ตามมาตรา 5, 32 ปรับ 1,000 บาท ฐานมีสุราแช่ไว้ในครอบครองฯ ตามมาตรา 5, 32 ปรับ 1,000 บาท และฐานมีภาชนะเครื่องกลั่นสำหรับทำสุราไว้ในครอบครองฯ ตามมาตรา 5, 30 จำคุก2 เดือน เรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุก 4 เดือน และปรับ 2,200 บาทริบของกลางทั้งหมดจำเลยอุทธรณ์ว่า ความผิดฐานทำสุราแช่ และฐานมีภาชนะหรือเครื่องกลั่นสำหรับทำสุราไว้ในครอบครอง เป็นการกระทำกรรมเดียวและขอให้รอการลงโทษศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า

จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 5, 30, 32 ลงโทษฐานทำสุรากลั่นสุราแช่ จำคุก 2 เดือน ฐานมีสุรากลั่นสุราแช่ ปรับ 1,000 บาทเมื่อรวมกับโทษฐานมีภาชนะและเครื่องกลั่นสำหรับทำสุราแล้ว คงเป็นจำคุก 4 เดือน ปรับ 1,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า ความผิดฐานทำสุราแช่-สุรากลั่นและฐานมีภาชนะหรือเครื่องกลั่นสำหรับทำสุราไว้ในครอบครองเป็นความผิดกรรมเดียวนั้น เห็นว่า ความผิดทั้งสองข้อหาดังกล่าวเป็นความผิดคนละกรรมซึ่งแยกออกจากกันได้ การที่จำเลยมีภาชนะหรือเครื่องกลั่นสำหรับทำสุราไว้ในครอบครองก็เป็นความผิดกรรมหนึ่งแล้ว เมื่อจำเลยทำสุราแช่สุรากลั่นขึ้นย่อมเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากซึ่งต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ฯลฯพิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานทำสุรากลั่นสุราแช่ ให้จำคุก 2เดือน และปรับ 2,000 บาท ฐานมีภาชนะหรือเครื่องกลั่นสำหรับทำสุราจำคุก 2 เดือน และปรับ 2,000 บาท เมื่อรวมกับโทษฐานมีสุรากลั่นสุราแช่แล้วเป็นจำคุก 4 เดือน และปรับ 5,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม มั่งมีดี · พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 23/2534

ความผิดฐานทำสุราโดยไม่ได้รับอนุญาตกับการมีไว้ในครอบครองซึ่งสุราโดยฝ่าฝืนกฎหมายนั้น พระราชบัญญัติสุราพ.ศ. 2493 มาตรา 5,30,32 บัญญัติความผิดและบทลงโทษไว้คนละมาตรากัน การที่จำเลยทำสุราแช่กับการที่จำเลยมี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5202/2533

จำเลยทำสุราแช่และทำสุรากลั่น กับการที่จำเลยมีสุราแช่และมีสุรากลั่นไว้ในครอบครอง ได้กระทำขึ้นคนละวันและมีไว้ในครอบครองคนละวัน การกระทำประกอบด้วยเจตนาต่างกัน ของกลางก็เป็นคนละส่วนกัน ความผิดสามารถแยกออก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1128/2531

พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 5,30,32 บัญญัติ ความผิดและบทลงโทษฐานทำสุรากับฐานมีสุราไว้ในครอบครองไว้คนละมาตราจึงเป็นความผิดต่างกรรมกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ข้อหาทำสุราและข้อหามีสุราไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3310/2541

ตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 5บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดทำสุราโดยมิได้รับอนุญาต และมาตรา 32บัญญัติเกี่ยวกับการมีไว้ในครอบครองซึ่งสุราที่รู้ว่าทำขึ้นโดยฝ่าฝืนมาตรา 5 สุราตามบทมาตราทั้งสองดังกล่าวหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5239/2531

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยขายสุราแช่ 1 ถุง ที่จำเลยทำขึ้นเองและมีไว้ในครอบครองจำนวน 2 โอ่ง ปริมาตร 220 ลิตร โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นน้ำสุราที่ทำขึ้นโดยฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นกรณีที่โจทก์มุ่งประสงค์ ขอให้ลงโทษ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้