Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1869/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้พนักงานอัยการจะยื่นคำร้องขอถอน พ. ออกจากการเป็นประธานกรรมการ และผู้จัดการมูลนิธิโดยมิได้แนบคำร้องของกรรมการมูลนิธิที่มีไปถึงพนักงานอัยการอันเป็นเหตุให้ยื่นคำร้องขอต่อศาลแต่คำร้องดังกล่าวมิใช่เอกสารตามที่กฎหมายต้องการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 เพราะพนักงานอัยการมีอำนาจร้องขอต่อศาลได้โดยลำพังอยู่แล้ว ส่วนปัญหาว่าคำร้องของกรรมการมูลนิธิดังกล่าวจะเป็นเอกสารที่ทำปลอมขึ้นหรือเป็นเท็จหรือไม่ ก็เป็นรายละเอียดที่จะต้องนำสืบในชั้นพิจารณา เมื่อตามคำร้องบรรยายถึงเหตุต่าง ๆ ที่ผู้คัดค้านในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิและเป็นผู้จัดการได้จัดการมูลนิธิผิดพลาดทำให้มูลนิธิเสื่อมเสียและฝ่าฝืนข้อความแห่งตราสาร โดยได้แนบสำเนาตราสารก่อตั้งมูลนิธิมาท้ายคำร้องด้วยแล้ว กับได้ขอให้ถอดถอนผู้คัดค้านออกจากตำแหน่งประธานกรรมการและขอให้แต่งตั้งผู้อื่นเป็นแทนดังนี้ สภาพแห่งคำร้องและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งคำร้องตลอดจนคำขอบังคับแจ้งชัดดีแล้ว ไม่เป็นคำร้องที่เคลือบคลุม พ. เป็นประธานกรรมการและผู้จัดการมูลนิธิไม่ยอมเรียกประชุมวิสามัญตามที่คณะกรรมการร้องขอ ทั้งที่มีเหตุต้องเลือกตั้งกรรมการอื่นทำหน้าที่เป็นเหรัญญิกแทนคนเดิมซึ่งถึงแก่กรรม กับมิได้เรียกประชุมสามัญประจำปีโดยไม่มีเหตุสมควรจึงเป็นการจัดการผิดพลาดและฝ่าฝืนข้อความแห่งตราสารก่อตั้งมูลนิธิ พนักงานอัยการมีสิทธิร้องขอให้ถอดถอน พ. ออกจากตำแหน่งได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 91.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า นายสุพัฒน์ พัฒนาวงศ์ เป็นประธานกรรมการและผู้จัดการของมูลนิธิสุขาวดี ซึ่งมีสำนักงานชั่วคราวตั้งอยู่ที่ตึกสมาคมจีนโผวเล้ง แห่งประเทศไทย ต่อมาคณะกรรมการของมูลนิธิเห็นควรให้ย้ายที่ทำการทรัพย์สินของมูลนิธิไปยังสำนักงานแห่งใหม่และย้ายทรัพย์สินไปแล้ว แต่นายสุพัฒน์ มีความขัดแย้งกับกรรมการคนอื่น และไม่ยอมเปิดประชุมวิสามัญ ทั้ง ๆ ที่ยังมีเรื่องตั้งกรรมการเหรัญญิกของมูลนิธิแทนนายดำริ เกียรติเชิตแสงสุขซึ่งถึงแก่ความตาย นอกจากนี้นายสุพัฒน์ ยังไม่เรียกประชุมสามัญประจำปีตามตราสารของมูลนิธิ ทำให้มูลนิธิเกิดความเสียหาย ขอให้ศาลมีคำสั่งถอดถอนนายสุพัฒน์ พัฒนวงศ์ ออกจากตำแหน่งประธานและผู้จัดการมูลนิธิสุขาวดี และแต่งตั้งนายเติมศักดิ์

ตั้งเจตนาพรรองประธานฯ เป็นประธานมูลนิธิสุขาวดีแทนนายสุพัฒน์ พัฒนาวงศ์ ยื่นคำคัดค้านว่า คำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุม ผู้ร้องไม่มีอำนาจที่จะร้องขอให้ถอนผู้คัดค้านจากตำแหน่งประธานและผูัจัดการมูลนิธิ กรรมการมูลนิธิไม่เคยมีมติให้ย้ายที่ทำการ กรณีไม่มีกิจการที่จะต้องเรียกประชุมวิสามัญเหตุที่ไม่เรียกประชุมกรรมการมูลนิธิประจำปีและเมื่อกรรมการเหรัญญิกถึงแก่กรรม เนื่องจากผู้คัดค้านไม่มีเอกสารที่จะดำเนินการเรียกประชุม ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ถอนถอนผู้คัดค้านออกจากตำแห่งประธานกรรมการและผู้จัดการมูลนิธิสุขาวดี ให้คณะกรรมการเลือกประธานซึ่งจะทำหน้าที่ผู้จัดการภายในกำหนด 60 วัน คำขอนอกจากนี้ให้ยกผู้คัดค้านอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่ผู้คัดค้านฎีกาว่า คำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุมเนื่องจากพยานหลักฐานเกี่ยวกับคำร้องของกรรมการมูลนิธิที่ผู้ร้องอ้างว่าได้รับเป็นเท็จโดยบุคคลอื่นทำปลอมขึ้น และผู้ร้องไม่ส่งเอกสารหลักฐานดังกล่าวมาพร้อมกับคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหาว่าคำร้องของกรรมการมูลนิธิที่มีไปถึงพนักงานอัยการผู้ร้องจะทำปลอมขึ้นหรือเป็นเท็จอันจะเป็นมูลเหตุให้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอต่อศาลหรือไม่ เป็นรายละเอียดซึ่งผู้ร้องมีสิทธินำสืบในชั้นพิจารณาได้ และคำร้องดังกล่าวมิใช่เอกสารตามที่กฎหมายต้องการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 เพราะพนักงานอัยการมีอำนาจร้องขอต่อศาลให้ถอดถอนผู้จัดการมูลนิธิได้โดยลำพัง ผู้ร้องจึงไม่ต้องแนบสำเนาหนังสือดังกล่าวมาพร้อมกับคำร้องเมื่อตามคำร้องบรรยายถึงเหตุต่าง ๆ ที่ผู้คัดค้านในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิและเป็นผู้จัดการได้จัดการมูลนิธิผิดพลาดทำให้กิจการมูลนิธิเสื่อมเสียและฝ่าฝืนข้อความแห่งตราสาร ซึ่งผู้ร้องได้แนบสำเนาตราสารก่อตั้งมูลนิธิสุขาวดีมาท้ายคำร้องด้วย กับได้ขอให้ถอดถอนผู้คัดค้านออกจากตำแหน่งประธานกรรมการและผู้จัดการมูลนิธิสุขาวดีและแต่งตั้งนายเติมศักดิ์

ตั้งเจตนาพร รองประธานกรรมการมูลนิธิสุขาวดีแทน สภาพแห่งคำร้องและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตลอดจนคำขอบังคับตามคำร้องของผู้ร้องจึงแจ้งชัดดีแล้วหาได้เคลือบคลุมไม่ปัญหาต่อไปว่า มีเหตุที่จะถอดถอนผู้คัดค้านออกจากตำแหน่งประธานกรรมการและผู้จัดการมูลนิธิสุขาวดีหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่าในข้อนี้ข้อเท็จจริงฟังได้แล้วว่า ผู้คัดค้านเป็นประธานกรรมการและผู้จัดการมูลนิธิสุขาวดี เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับการย้ายทรัพย์สินและที่ทำการหรือสำนักงานของมูลนิธิเกิดขึ้น คณะกรรมการมูลนิธิจำนวน 4 คนได้มีหนังสือขอให้ผู้คัดค้านเรียกประชุมวิสามัญ แต่ผู้คัดค้านไม่ยอมเรียกประชุมอ้างว่าไม่มีเหตุที่จะประชุม และเมื่อคณะกรรมการมูลนิธิมีหนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิขอให้แจ้งผู้คัดค้านให้เรียกประชุมแก้ปัญหาผู้คัดค้านก็ตอบปฏิเสธอ้างว่าเอกสารที่จะต้องใช้ในการประชุมถูกขนย้ายไปไว้ที่อื่น ซึ่งข้ออ้างของผู้คัดค้านดังกล่าวหามีน้ำหนักควรรับฟังไม่ นอกจากนี้ยังปรากฏว่า เมื่อนายดำริเกียรติเชิดแสงสุข

กรรมการและเหรัญญิกของมูลนิธิสุขาวดีถึงแก่กรรมผู้คัดค้านก็ไม่เรียกประชุมกรรมการเพื่อเลือกบุคคลมาแต่งตั้งเป็นเหรัญญิกคนใหม่ ทำให้การเบิกจ่ายเงินของมูลนิธิไม่สามารถทำได้เพราะในการเบิกจ่ายเงินผู้คัดค้านจะต้องลงลายมือชื่อร่วมกับเหรัญญิกตามตราสารมูลนิธิข้อ 16 และปรากฏด้วยว่า เมื่อถึงคราวที่จะต้องเรียกประชุมสามัญประจำปี ผู้คัดค้านก็ไม่เรียกประชุมตามตราสารของมูลนิธิ ทำให้เกิดข้อขัดข้องในการบริหารของมูลนิธิพฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าผู้คัดค้านซึ่งเป็นประธานกรรมการมูลนิธิสุขาวดีและเป็นผู้จัดการมูลนิธิตามตราสารมูลนิธิข้อ 9 ปฏิเสธการเรียกประชุมโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นการจัดการผิดพลาด และเป็นการฝ่าฝืนข้อความแห่งตราสารก่อตั้งมูลนิธิสุขาวดี ข้อ 11, 12 พนักงานอัยการผู้ร้องจึงมีสิทธิร้องขอให้ถอดถอนผู้คัดค้านออกจากตำแหน่งได้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 91พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิน อักขรายุธ · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3801/2555

สัญญาเช่ามีคำมั่นว่าก่อนครบสัญญาเช่า โจทก์และจำเลยจะปรับเปลี่ยนค่าเช่าหรือระยะเวลาเช่าในอัตราที่เป็นธรรม ดังที่ปฏิบัติมาเป็นปกติประเพณี ข้อความดังกล่าวไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับค่าเช่าหรือระยะเวลา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1681/2549

มูลหนี้ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้ง 7 ข้อหา เป็นมูลหนี้ที่โจทก์ได้ซื้อและรับโอนสิทธิเรียกร้องรวมทั้งหนี้สินที่จำเลยทั้งสี่มีอยู่กับเจ้าหนี้เดิมจำนวน 7 ราย แต่เจ้าหนี้เดิมของจำเลยทั้งสี่เป็นนิติบุคคลแยกต่างหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1189/2545

สิทธิของผู้ร้องเป็นการได้ที่ดินพิพาทมาโดยการครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 อันเป็นการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม แต่สิทธิอันยังมิได้ จดทะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2258/2544

รายงานและคำวินิจฉัยของจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบการใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านของโจทก์ที่เสนอต่อสำนักงานสามัญศึกษาจังหวัด เป็นเพียงความเห็นหรือข้อเท็จจริงที่เสนอไปตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ยัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 424/2544

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับชำระเงิน 5,575,551.53 บาทจากโจทก์ โดยกล่าวอ้างว่าโจทก์ยังเป็นหนี้ค่าซื้อสินค้าอยู่แก่จำเลย 5,575,551.53 บาท แต่จำเลยเรียกให้โจทก์ชำระหนี้ 6,565,377.55 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่แตกต่าง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้