Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1869/2493

พ.ศ. 2493 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในกรณีที่ฟ้องอ้างว่าจำเลยกระทำความผิดซึ่งเป็นการละเมิด ก.ม. หลายบทด้วยกันนั้น หากพิจารณาได้ข้อเท็จจริงตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์แล้ว ศาลก็ต้องใช้อาญาที่เป็นบทนักลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 70 ฉะนั้นเมื่อความผิดตามบท ก.ม. ที่หนักนั้นเกินอำนาจศาลแขวงแม้ความผิดบทเบา จะอยู่ในอำนาจศาลแขวง ศาลแขวงก็ต้องพิพากษายกฟ้องเสีย เพราะต้องถือว่าเป็นคดีเกินอำนาจศาลแขวง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 70 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 241 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 275

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกสมคบกันอุบายหลอกลวงเกลี้ยกล่อมพา ด.ญ คิ้ม แซ่เฮงอายุ ๑๒ ปีไปเพื่ออนาจารและเพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่น ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๗๕, ๖๓ และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๔๗๔ มาตรา ๓, ๖ จำเลยปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องมาเป็นความผิดตามมาตรา ๒๔๑ วรรคสุดท้ายเกินอำนาจศาลแขวง จึงพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๗๕

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๗๕ ไม่เกินอำนาจศาลแขวง จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาเห็นว่าคำบรรยายฟ้องของโจทก์เป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๔๑ วรรคท้ายและมาตรา ๒๗๕ ตามที่ได้แก้ไขโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.ลักษณะอาญา พ.ศ. ๒๔๗๔ มาตรา ๓-๖ ตามที่โจทก์ขอมาท้ายฟ้องโดยครบถ้วน จึงเป็นกรณีที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิดซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายหลายบทด้วยกัน ตามมาตรา ๗๐ บัญญัติให้ใช้บทกฎหมายที่อาญาหนักลงโทษ ฉะนั้นหากพิจารณาได้ข้อเท็จจริงตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์แล้ว ศาลก็ต้องใช้มาตรา ๒๔๑ วรรคสุดท้ายมาเป็นบทลงโทษจำเลย คดีจึงเกินอำนาจศาลแขวง จึงพิพากาากลับให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ลัดพลีธรรมประคัลภ์ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครใต้ - หลวงวิชัยนิตินาท
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิวาทนฤพุฒิ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1196/2502

เมื่อศาลชั้นต้นมิได้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯลฯไว้เพราะได้ลงโทษในกระทงหนักแล้ว คือ ความผิดฐานพยายามฆ่าคน หากศาลฎีกาวินิจฉัยฟังว่า จำเลยไม่ต้องรับโทษฐานพยายามฆ่าคน ดังนี้ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 513/2500

กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท บาดเจ็บถึงสาหัส จำเลยขับรถรางโดยประมาทชนนางสาวอัมพรบาดเจ็บสาหัสเป็นการกระทำโดยกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท ผิด กฎหมายอาญา มาตรา259 และพระราชบัญญัติจราจรฯลฯ ลงโทษตามกฎหมายอาญา มาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1618/2499

การที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกระทงหรือเป็นความผิดกระทงเดียวแต่ต้องด้วยกฎหมายหลายบท มีหลักวินิจฉัยดังนี้คือ ถ้าการกระทำใดเป็นความผิดต้องด้วยกฎหมายหลายบทแล้วจะแยกการกระทำนั้นออกจากก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1436/2498

ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลล่างทั้งสองว่าจำเลยสมคบกันใช้อุบายทุจริตล่อลวงพานางสุมล (อายุ 17 ปี 6 เดือน) ไปเพื่ออนาจาร ฉะนั้นความผิดของจำเลยจึงต้องด้วย มาตรา 276 เท่านั้น ไม่ผิด มาตรา 275 ด้วย เพรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 512/2498

จำเลยฉุดคร่าผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารและเมื่อพาไปถึงบ้านผู้อื่นแล้ว จำเลยยังได้บังอาจหน่วงเหนึ่ยวกักขังผู้เสียหายไว้อีกดังนี้ เป็นการกระทำผิด 2 ตอน ต่างกรรมต่างวาระกัน จำเลยย่อมมีผิดฐานฉุดคร่าห์อนาจา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้