Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1868/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อเท็จจริงได้ความจากการนำสืบของโจทก์ว่า รถยนต์โจทก์ถูกรถยนต์จำเลยที่ 2 ซึ่งมีจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทชนได้รับความเสียหายเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2518 ต่อมาวันที่ 29 สิงหาคม 2518 นาย น.ข้าราชการในสังกัดกรมโจทก์ และได้รับมอบหมายจากกรมโจทก์ให้เดินทางไปสังเกตการณ์และสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับอุบัติเหตุรถยนต์คันของโจทก์ถูกชน นาย น.ได้ทำบันทึกรายงานแจ้งถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังปรากฏตามรายงานข้อ 7 ในบันทึกเอกสารหมายจ.5 ว่า "กระผมได้ไปพบเจ้าของรถบรรทุก ร. น. 00562 และตัวแทนบริษัทธนกิจประกันภัย จำกัด (นายธัญญะ เอื้ออารี) เพื่อเรียกร้องการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งทางบริษัทประกันภัยได้ตกลงเป็นหลักการไว้ว่ายินดีจะชดใช้ ค่าเสียหายโดยจะซ่อมแซม รถยนต์แลนด์โรเวอร์ ก.ท.ฬ.- 1021 ให้อยู่ในสภาพเดิม " นายภักดี ลุศนันท์ อธิบดีกรมโจทก์ในขณะนั้นได้มีบันทึกสั่งการไว้ในท้ายบันทึกรายงานดังกล่าว ลงวันที่ 2 กันยายน 2518 ว่า 1. การตกลงกับบริษัทประกันภัยและเจ้าของรถบรรทุกต้องมีลายลักษณ์อักษร 2. ทำรายงานไปกระทรวงการคลัง 3. ตั้งกรรมการสอบ ผู้รับผิดชอบทางแพ่งตามระเบียบซึ่งต่อมานาง ฉ.ประธานกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่งตามที่กรมโจทก์ตั้ง ขึ้นก็ได้ทำรายงานความเห็นต่ออธิบดีกรมโจทก์ ดังปรากฏตามบันทึกข้อความเอกสารหมายจ.6หน้าที่ 3 ความว่าเห็นว่ารถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ร.น.00562 เป็นฝ่ายผิดซึ่งเจ้าของรถยนต์ดังกล่าวจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กรมโจทก์แต่เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2518 และรู้ตัวผู้ที่จะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2518 ฉะนั้นการที่จะเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียนร.น.00562 นั้น ขาดอายุความ แล้ว จากข้อเท็จจริงตามที่ได้ความดังกล่าวเห็นว่า กรมโจทก์โดยอธิบดีในขณะนั้นได้รู้ถึงการกระทำละเมิดและรู้ตัว ผู้ที่จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนซึ่งได้แก่จำเลยแล้วตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2518ตามที่อธิบดีกรมโจทก์ในขณะนั้นได้ เขียนบันทึกสั่งการไว้ท้ายบันทึกรายงานตามเอกสารหมายจ.5 ซึ่งแม้แต่นางฉ.ประธานกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่งที่โจทก์แต่งตั้งขึ้นก็ยังให้ความเห็นว่าคดีขาดอายุความแล้ว ดังนี้ การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2522 ซึ่งเป็นเวลาพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่โจทก์ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิด และรู้ตัวจำเลยผู้ต้องรับผิดดังกล่าว คดีโจทก์จึงขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 6/2527)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ขับรถบรรทุกของจำเลยที่ ๒ ไปในทางการที่จ้างชนรถยนต์โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ และให้การว่าโจทก์ฟ้องจำเลยเกินกำหนด ๑ ปี นับแต่โจทก์ได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด คดีโจทก์ขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตคำขอของจำเลยที่ ๒ ให้เรียกบริษัทธนกิจประกันภัย จำกัดเข้ามาเป็นจำเลยร่วม จำเลยร่วมให้การทำนองเดียวกับจำเลยทั้งสอง และต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความเช่นเดียวกัน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวนหนึ่ง และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์อีกจำนวนหนึ่งพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาเกี่ยวกับอายุความฟ้องร้องตามฎีกาจำเลยนั้นข้อเท็จจริงได้ความจากการนำสืบของโจทก์นั้นเองว่า หลังเกิดเหตุรถยนต์โจทก์ถูกรถยนต์จำเลยที่ ๒ ซึ่งมีจำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างขับรถไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ด้วยความประมาทชนได้รับความเสียหายตามฟ้องแล้ว ต่อมาในวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๑๘ นายนิยม จิ้วจิ้น นักเกษตรเอก ซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดกรมโจทก์ และได้รับมอบหมายจากกรมโจทก์ให้เดินทางไปสังเกตการณ์และสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับอุบัติเหตุรถยนต์โจทก์ถูกชน ก็ได้ทำบันทึกรายงานแจ้งถึงเหตุการณ์ที่เกิดเหตุขึ้น พร้อมกับแจ้งถึงตัวผู้เป็นเจ้าของรถบรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ร.น.๐๐๕๖๒ ซึ่งจำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างผู้ขับดังปรากฏตามรายงานข้อ ๗ ในบันทึกเอกสารหมาย

จ.๕ ว่า "กระผมได้ไปพบเจ้าของรถบรรทุกร.น.๐๐๕๖๒ และตันแทนบริษัทธนกิจประกันภัย จำกัด (นายธัญญะ เอื้ออารี)เพื่อเรียกร้องการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งทางบริษัทธนกิจประกันภัยได้ตกลงเป็นหลักการไว้ว่า ยินดีจะชดใช้ค่าเสียหายโดยจะซ่อมแซมรถยนต์แลนด์โรเวอร์ก.ท.ฬ.-๑๐๒๑ ให้อยู่ในสภาพเดิม" ซึ่งในท้ายบันทึกหมาย จ.๕ ดังกล่าว ได้มีข้อความของเจ้าหน้าที่ไว้ว่า "เสนอกรมเพื่อโปรดทราบ" ซึ่งหมายความว่าให้นำเสนอให้นายภักดีลุศนันท์ อธิบดีกรมโจทก์ในขณะนั้น ได้รับทราบถึงเรื่องที่เกิดเหตุรถชนกันและทราบถึงตัวผู้จะต้องรับผิดต่อโจทก์ ต่อมานายภักดี ลุศนันท์ อธิบดีกรมโจทก์ได้มีบันทึกสั่งการไว้ในท้ายบันทึกรายงานของนายนิยม จิ้วจิ้น

ลงวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๑๘ ว่า ๑. การตกลงกับบริษัทประกันภัย และเจ้าของรถบรรทุกต้องมีลายลักษณ์อักษร ๒. ทำรายงานไปกระทรวงการคลัง ๓. ตั้งกรรมการสอบผู้รับผิดชอบทางแพ่งตามระเบียบซึ่งต่อมานางเฉลิมศรี วัชรคุปต์ ประธานกรรมการสอบสวนตัวผู้รับผิดในทางแพ่งตามที่กรมโจทก์ตั้งขึ้นก็ได้ทำรายงานความเห็นต่ออธิบดีกรมโจทก์ดังปรากฏตามบันทึกข้อความเอกสารหมาย จ.๖ หน้าที่ ๓ ดังนี้ เห็นว่า รถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ร.น.๐๐๕๖๒เป็นฝ่ายผิด ซึ่งเจ้าของรถยนต์ดังกล่าวจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กรมวิชาการเกษตรแต่เนื่องจาก ๑. กรณีเหตุเกิดเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๑๘ อันเป็นวันที่เกิดการละเมิดและรู้ตัวผู้ที่จะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๑๘(ตามเอกสารหมายเลข ๑๐) แต่เนื่องจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๔๘ บัญญัติว่า

"สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้นท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ร.น.๐๐๕๖๒ นั้น ขาดอายุความแล้ว ผู้รับผิดชอบย่อมปฏิเสธได้ จากข้อเท็จจริงตามที่ได้ความดังกล่าว ศาลฎีกาโดยมติของที่ประชุมใหญ่เห็นว่า กรมวิชาการเกษตร โจทก์ โดยนายภักดี ลุศนันท์ อธิบดีในขณะนั้นได้รู้ถึงการกระทำละเมิดและรู้ตัวผู้ที่จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนซึ่งได้แก่จำเลยแล้วตั้งแต่วันที่ ๒ กันยายน ๒๕๑๘ ตามที่นายภักดี ลุศนันท์ อธิบดีกรมโจทก์ได้เขียนบันทึกสั่งการไว้ท้ายบันทึกรายงานของนายนิยม จิ้วจิ้น ซึ่งแม้แต่นางเฉลิมศรี

วัชรคุปต์ ประธานกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่งที่โจทก์แต่งตั้งขึ้น ก็ยังให้ความเห็นว่าการจะฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยเจ้าของรถยนต์คันที่จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขับประมาทอันเป็นมูลละเมิดนั้น ขาดอายุความแล้ว ดังนี้ การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นเวลาพ้นหนึ่งปีแต่วันที่โจทก์ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวจำเลยผู้ต้องรับผิดดังกล่าว คดีโจทก์จึงขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ · วีระ ทรัพยไพศาล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดระนอง - นายนิรัตน์ เกตุไทย
ศาลอุทธรณ์ - นายชยากร ถายะพิงค์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้