Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1857/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การกระทำความผิดของจำเลยต้องตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา340วรรคท้าย,340ตรีซึ่งตามมาตรา340ตรีเป็นเรื่องที่จะต้องวางโทษจำเลยหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรา340วรรคท้ายกึ่งหนึ่งที่ศาลอุทธรณ์ภาค3เห็นด้วยดับ

คำฟ้องและคำให้การ

การกระทำความผิดของจำเลยต้องตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา340วรรคท้าย,340ตรีซึ่งตามมาตรา340ตรีเป็นเรื่องที่จะต้องวางโทษจำเลยหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรา340วรรคท้ายกึ่งหนึ่งที่ศาลอุทธรณ์ภาค3เห็นด้วยดับศาลชั้นต้นใช้คำว่าจึงไม่เพิ่มโทษตามมาตรา340ตรีอีกยังไม่ถูกต้องเพราะมาตรา340ตรีเป็นเพียงบทกำหนดโทษไม่ใช่บทเพิ่มโทษแต่เนื่องจากจำเลยต้องได้รับโทษประหารชีวิตตามมาตรา340วรรคท้ายกรณีไม่มีทางที่จะวางโทษหนักขึ้นกึ่งหนึ่งตามที่มาตรา340ตรีบัญญัติไว้จึงนำมาตรา340ตรีมาปรับด้วยไม่ได้จำเลยคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา340วรรคท้ายเท่านั้นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289, 340,340 ตรี, 83 กับให้จำเลยคืนทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนหรือชดใช้เงินจำนวน10,000 บาท แก่ทายาทของเจ้าของทรัพย์จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 340 ตรีให้ลงโทษประหารชีวิต ตามมาตรา 340 วรรคท้าย เมื่อศาลวางโทษประหารชีวิตแล้ว จึงไม่เพิ่มโทษตามมาตรา 340 ตรี อีกให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 10,000 บาท แก่ผู้มีสิทธิตามกฎหมาย ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง นายชาตรี ส่องสุริยะนายสุพรรณหรือพรรณ แซ่ลิ้ม นายสำรวยหรือสมคิดหรือหรั่ง มะลิเครือและนายวันดี ชมขวัญ ได้ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยนายสุพรรณและนายสำรวยร่วมกันฆ่านายสำเนา พิกุลทองและนายสุมงคล พิกุลทองอีกด้วย ทั้งนี้โดยมีและใช้อาวุธปืนและใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะในการกระทำความผิด ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษคดีถึงที่สุดแล้วตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 644/2528 ของศาลชั้นต้นคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยได้ร่วมกระทำความผิดหรือไม่ เห็นว่าโจทก์มีนางวัจณีย์ นายสำราญและสิบตำรวจเอกประสิทธิ์ เป็นพยานแวดล้อมระหว่างเวลาเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุตามลำดับ ซึ่งนางวัจณีย์รู้จักจำเลยและบิดามารดาจำเลยเป็นอย่างดี

ทั้งได้เคยเบิกความยืนยันไว้ในคดีที่นายชาตรีกับพวกถูกฟ้องตั้งแต่ปี 2528 เช่นเดียวกับที่เบิกความในคดีนี้จึงเชื่อว่านางวัจณีย์จำจำเลยได้โดยแม่นยำไม่ผิดตัวสำหรับสิบตำรวจเอกประสิทธิ์ก็เบิกความยืนยันว่า นายอ่างเป็นคนขับรถนำนายชาตรีกับพวกมาชวนพยานไปเที่ยว ย่อมสอดคล้องกับคำเบิกความของนายวัจณีย์ อีกทั้งพันตำรวจโทไพศาลพนักงานสอบสวนก็เบิกความยืนยันว่า พยานได้สอบสวนนายสุพรรณผู้ร่วมกระทำความผิดรายนี้ซึ่งศาลพิพากษาลงโทษไปแล้วในฐานะเป็นพยานนายสุพรรณให้การว่านายอ่างร่วมกระทำความผิดคดีนี้ด้วย โดยร่วมวางแผนและดูต้นทางแล้วนำรถไปรับนายสุพรรณกับพวกเมื่อกระทำความผิดสำเร็จแล้ว พยานให้นายสุพรรณดูภาพถ่ายของจำเลยนายสุพรรณก็ยืนยันว่าเป็นนายอ่างผู้ร่วมกระทำผิดและลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วยตามบันทึกการดูภาพถ่ายและบันทึกคำให้การของพยานเอกสาร

ป.จ.4 และป.จ.5 (ศาลจังหวัดสงขลา) แม้ในชั้นพิจารณานายสุพรรณจะปฏิเสธว่าในปี 2534 พนักงานสอบสวนไม่เคยสอบคำให้การนายสุพรรณและไม่เคยให้นายสุพรรณดูภาพถ่ายก็ดีแต่นายสุพรรณก็ยอมรับว่าลายมือชื่อในช่องพยานในบันทึกการดูภาพถ่ายและบันทึกคำให้การของพยานเอกสารหมาย ป.จ.4และ ป.จ.5 (ศาลจังหวัดสงขลา) เป็นลายมือชื่อของนายสุพรรณจริง ประกอบกับจำเลยเองก็ให้การยอมรับในชั้นสอบสวนว่าภายหลังเกิดเหตุจำเลยเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครและทราบจากหนังสือพิมพ์ว่านายชาตรีกับพวกซึ่งเป็นคนร้ายรายนี้ถูกจับกุมได้โดยคนร้ายที่หลบหนีคนหนึ่งชื่อนายอุทิตย์ ไตรรัตน์ ซึ่งเป็นชื่อของจำเลย จำเลยจึงประกอบอาชีพอยู่ที่กรุงเทพมหานครโดยไม่ได้กลับบ้านเลย ตามบันทึกคำให้การผู้ต้องหาเอกสารหมาย

ป.จ.1(ศาลจังหวัดสงขลา) พฤติการณ์แสดงแจ้งชัดว่านายสุพรรณเบิกความบ่ายเบี่ยงในลักษณะช่วยเหลือจำเลย จึงเชื่อว่าคำให้การของนายสุพรรณในฐานะพยานในชั้นสอบสวนตามเอกสารหมายป.จ.5 (ศาลจังหวัดสงขลา) เป็นการให้การตามความจริง ดังนี้พยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวแล้วเมื่อนำมาประกอบกันมีน้ำหนักให้เชื่อได้ว่าจำเลยร่วมเป็นคนร้ายกระทำความผิดคดีนี้จริงพยานฐานที่อยู่ของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ดี

ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำความผิดของจำเลยต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคท้าย,340 ตรี ซึ่งตามมาตรา 340 ตรี เป็นเรื่องที่จะต้องวางโทษจำเลยหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรา 340 วรรคท้าย กึ่งหนึ่งที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นด้วยกับการที่ศาลชั้นต้นใช้คำว่าจึงไม่เพิ่มโทษตามมาตรา 340 ตรี อีก ยังไม่ถูกต้อง เพราะมาตรา 340 ตรีเป็นเพียงบทกำหนดโทษไม่ใช่บทเพิ่มโทษ แต่เนื่องจากจำเลยต้องได้รับโทษประหารชีวิตตามมาตรา 340 วรรคท้าย กรณีไม่มีทางที่จะวางโทษหนักขึ้นกึ่งหนึ่งตามที่มาตรา 340 ตรี บัญญัติไว้จึงนำมาตรา 340 ตรี มาปรับด้วยไม่ได้ จำเลยคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคท้าย เท่านั้น นอกจากนี้ปรากฏตามสำเนาประกาศนียบัตรของกระทรวงศึกษาธิการเอกสารหมายล.1 ว่า จำเลยเกิดวันที่ 18 มิถุนายน 2509 นับถึงวันกระทำความผิดจำเลยอายุยังไม่ครบ 19 ปี ยังเป็นผู้เยาว์อ่อนต่อความรู้สึกนึกคิดรูปคดีเห็นสมควรลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคท้าย จำเลยอายุกว่า 17 ปี แต่ยังไม่เกิน 20 ปีพิเคราะห์ความรู้ผิดชอบและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นสมควรลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76ประกอบด้วยมาตรา 52(1) ให้จำคุกตลอดชีวิต นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · สัญชัย สิงหลกะ · อำนวย หมวดเมือง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้