Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18550/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามบัญชีอัตราภาษีป้าย (3) (ข) ท้าย พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ภาษีป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2534 ระบุว่า "ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ" ย่อมแสดงให้เห็นว่าป้ายที่แม้มีเพียงบางส่วนของอักษรไทยอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศก็ถือเป็นป้ายตามบัญชีอัตราภาษีป้าย (3) (ข) โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะมีอักษรไทยอยู่ที่ส่วนใดของป้ายอีกหรือไม่ ดังนั้น เมื่อป้ายรายการที่ 4 มีข้อความอักษรไทยอยู่ใต้และต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ จึงเป็นป้ายตามบัญชีอัตราภาษีป้าย (3) (ข) สำหรับป้ายรายการที่ 2 และที่ 5 ส่วนบนมีอักษรไทยว่า "โตโยต้า" มีอักษรต่างประเทศว่า "TOYOTA" และมีสัญลักษณ์ ส่วนล่างมีอักษรไทยว่า "โตโยต้าหนองคาย แผนกขาย ศูนย์บริการ แผนกอะไหล่และศูนย์บริการตัวถังและสี" อยู่บนวัสดุปิดผิวเรียบประเภทอลูมิเนียม แม้ส่วนบนและส่วนล่างข้อความจะอยู่บนวัสดุปิดผิวที่ต่างระดับกันและมีขนาดต่างกัน แต่ข้อความทั้งส่วนบนและส่วนล่างต่างก็อยู่บนวัสดุปิดผิวเรียบซึ่งเป็นอลูมิเนียมและสีเดียวกันและอยู่บนโครงสร้างที่ได้ทำในคราวเดียวกัน ทั้งในส่วนข้อความหรือสัญลักษณ์ทั้งส่วนบนและส่วนล่างก็ล้วนเป็นข้อความและสัญลักษณ์แสดงชื่อ ยี่ห้อหรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้าของโจทก์ ทำให้ป้ายส่วนบนและส่วนล่างมีลักษณะเป็นป้ายที่มีความต่อเนื่องกันอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้และเป็นป้ายที่มีอักษรไทยอยู่ใต้และต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ จึงเป็นป้ายตาม (3) (ข) ส่วนกรณีการคำนวณพื้นที่เพื่อเสียภาษีป้ายนั้น ตาม พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ภาษีป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2534 มาตรา 17 ระบุว่า ให้คำนวณภาษีป้ายตามบัญชีอัตราภาษีป้าย (6) และ (7) และตามอัตราภาษีป้ายที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งตามบัญชีอัตราภาษีป้าย (6) (ก) ระบุว่า ถ้าเป็นป้ายที่มีขอบเขตกำหนดได้ให้เอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดของขอบเขตป้ายเป็นตารางเซนติเมตร จากบทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการคำนวณพื้นที่เพื่อเสียภาษีป้ายที่มีขอบเขตนั้นให้คำนวณพื้นที่โดยเอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดของขอบเขตป้าย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510 มาตรา 17

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 197,455.90 บาท และดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้อง 2,474.77 บาท รวมทั้งสิ้น 199,930.67 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 197,455.90 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 คืนเงินค่าภาษีป้ายและเงินเพิ่มที่ได้รับจากโจทก์ไว้เกิน จำนวน 144,909.10 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันชำระภาษีวันที่ 1 มิถุนายน 2552 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (วันที่ 11 สิงหาคม 2552) ต้องไม่เกิน 2,474.77 บาท ตามที่โจทก์ขอ ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่อุทธรณ์โต้แย้งฟังเป็นยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2552 โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายประจำปี 2552 รวม 5 รายการ รายการที่ 1 ป้ายประเภทมีอักษรไทยล้วน ขนาดกว้าง 120 เซนติเมตร ยาว 2,772 เซนติเมตร มีข้อความว่า "ศูนย์บริการมาตรฐาน" และ "ศูนย์บริการตัวถังและสีมาตรฐาน" จำนวน 1 ป้าย รายการที่ 2 ป้ายประเภทมีอักษรไทยล้วน ขนาดกว้าง 295 เซนติเมตร ยาว 1,670 เซนติเมตร มีอักษรไทยว่า "โตโยต้า หนองคาย แผนกขาย ศูนย์บริการ แผนกอะไหล่ ศูนย์บริการตัวถังและสี" จำนวน 2 ป้าย รายการที่ 3 ป้ายประเภทมีอักษรไทยปนอักษรต่างประเทศหรือเครื่องหมาย ขนาดกว้าง 120 เซนติเมตร

ยาว 2,035 เซนติเมตร มีอักษรไทยว่า "โตโยต้า" อยู่เหนือสัญลักษณ์และอักษรต่างประเทศว่า "TOYOTA" และแนวเดียวกันมีอักษรไทยว่า "โตโยต้าหนองคาย" จำนวน 1 ป้าย รายการที่ 4 ป้ายประเภทมีอักษรไทยปนอักษรต่างประเทศหรือเครื่องหมาย ขนาด 120 เซนติเมตร ยาว 360 เซนติเมตร มีอีกษรไทยว่า "โตโยต้า" อยู่เหนือสัญลักษณ์และอักษรต่างประเทศว่า "TOYOTA" และมีอักษรไทยถัดลงมาว่า "โชว์รูม ทางเข้า โชว์รูมรถใหม่ อุปกรณ์ประดับยนต์ ศูนย์บริการ ศูนย์บริการตัวถังและสี อะไหล่ ที่จอดรถ" จำนวน 2 ป้าย และรายการที่ 5 ป้ายประเภทมีอักษรไทยปนอักษรต่างประเทศหรือเครื่องหมาย ขนาด 430 เซนติเมตร ยาว 650 เซนติเมตร มีอักษรไทยว่า "โตโยต้า" อยู่เหนือสัญลักษณ์และอักษรต่างประเทศว่า

"TOYOTA" จำนวน 2 ป้าย ต่อมาพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ได้มีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีป้ายแก่โจทก์ให้เรียกเก็บภาษีประจำปี 2552 โดยเห็นว่า ป้ายรายการที่ 2 และ 5 เป็นป้ายที่ติดตั้งอยู่ในโครงเหล็กเดียวกันที่ปิดทับด้วยอลูมิเนียมและทำในคราวเดียวกัน แม้จะมีอักษรหรือสัญลักษณ์ไม่เต็มทั้งวัสดุแต่ถือว่าเป็นป้ายเดียวกันทั้งหมดตามขอบเขตของโครงเหล็กซึ่งปิดทับด้วยอลูมิเนียมดังกล่าว ไม่อาจแบ่งแยกได้ เมื่อป้ายดังกล่าวมีอักษรไทยอยู่ใต้อักษรต่างประเทศจึงถือเป็นป้ายประเภท (3) (ข) ตามบัญชีอัตราภาษีป้ายท้ายพระราชบัญญัติภาษีป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2534 และมีขนาดส่วนที่กว้างที่สุด 650 เซนติเมตร และมีขนาดส่วนที่ยาวที่สุด 2,100 เซนติเมตร

จำนวน 2 ป้าย เมื่อคำนวณภาษีป้ายในอัตรา 40 บาทต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตรตาม (3) แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 5 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 เท่ากับ 218,400 บาท สำหรับป้ายรายการที่ 4 เป็นป้ายที่มีอักษรไทยต่ำกว่าอักษรต่างประเทศถือเป็นป้ายประเภท (3) (ข) ตามบัญชีอัตราภาษีป้ายท้ายพระราชบัญญัติภาษีป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2534 และมีขนาดส่วนที่กว้างที่สุด 120 เซนติเมตร และมีขนาดส่วนที่ยาวที่สุด 360 เซนติเมตร จำนวน 2 ป้าย เมื่อคำนวณภาษีป้ายในอัตรา 40 บาทต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตรตาม (3) แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 5 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 เท่ากับ 6,912 บาท สำหรับป้ายรายการที่ 1 และ 3 พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 เห็นว่า ตามแบบแสดงรายการภาษีป้ายของโจทก์ถูกต้องตามขนาดและประเภทของป้ายแล้ว โดยรายการที่ 1 คิดเป็นเงินภาษีป้าย 1,996 บาท

รายการที่ 3 คิดเป็นเงินภาษีป้าย 9,768 บาท จึงได้ประเมินภาษีป้ายประจำปี 2552 เป็นเงินภาษีป้ายทั้งสิ้น 237,076 บาท โจทก์ไม่เห็นด้วยจึงอุทธรณ์การประเมิน ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้แจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์แก่โจทก์ ให้ยืนตามการประเมิน โจทก์ได้ชำระเงินภาษีป้ายและเงินเพิ่มตามการประเมิน ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในประการแรกตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า คำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางที่วินิจฉัยให้ป้ายรายการที่ 4 ถือเป็นป้ายประเภท (2) ตามบัญชีอัตราภาษีป้ายชอบหรือไม่

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า ตามบัญชีอัตราภาษีป้าย (3) (ข) ท้ายพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2534 ระบุว่า "ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ" การที่ตามบัญชีอัตราภาษีป้ายระบุชัดเจนโดยมีคำว่า "มีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมด" ย่อมแสดงให้เห็นว่าป้ายที่แม้มีเพียงบางส่วนของอักษรไทยอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศก็ถือเป็นป้ายตามบัญชีอัตราภาษีป้าย (3) (ข) โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะมีอักษรไทยอยู่ที่ส่วนใดของป้ายอีกหรือไม่ ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าป้ายรายการที่ 4 มีข้อความอักษรไทยว่า "โชว์รูม ทางเข้า โชว์รูมรถใหม่ อุปกรณ์ประดับยนต์

ศูนย์บริการ ศูนย์บริการตัวถังและสี อะไหล่ ที่จอดรถ" อยู่ใต้และต่ำกว่าอักษรต่างประเทศคำว่า "TOYOTA" จึงถือเป็นป้ายประเภท (3) (ข) ตามบัญชีอัตราภาษีป้ายโดยไม่ต้องคำนึงว่าจะมีอักษรไทยอยู่ที่ส่วนใดของป้ายหรือไม่ ส่วนการที่ป้ายรายการที่ 4 มีข้อความอักษรไทยอีก 1 ข้อความ คือคำว่า "โตโยต้า" อยู่เหนืออักษรต่างประเทศคำว่า "TOYOTA" ก็ไม่ทำให้ป้ายดังกล่าวกลายเป็นป้ายประเภท (2) ตามบัญชีอัตราภาษีป้ายไปได้ เมื่อโจทก์ไม่ได้โต้แย้งการคำนวณพื้นที่เพื่อเสียภาษีป้าย การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์สำหรับป้ายรายการที่ 4 จึงชอบแล้ว การที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่าป้ายรายการที่ 4 เป็นป้ายประเภท (2) ตามบัญชีอัตราภาษีป้าย ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น กรณีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในประการต่อมาตามอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยทั้งสองว่า คำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางที่วินิจฉัยให้โจทก์ชำระภาษีป้ายสำหรับป้ายรายการที่ 2 และ 5 โดยถือเป็นป้ายเดียวกันในประเภท (2) ตามบัญชีอัตราภาษีป้ายชอบหรือไม่

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า สำหรับป้ายรายการที่ 2 และ 5 ส่วนบนมีอักษรไทยว่า "โตโยต้า" มีอักษรต่างประเทศว่า "TOYOTA" และมีสัญลักษณ์ ส่วนล่างมีอักษรไทยว่า "โตโยต้าหนองคาย แผนกขาย ศูนย์บริการ แผนกอะไหล่ ศูนย์บริการตัวถังและสี" อยู่บนวัสดุปิดผิวเรียบประเภทอลูมิเนียม แม้ส่วนบนและส่วนล่างข้อความจะอยู่บนวัสดุปิดผิวที่ต่างระดับกันและมีขนาดต่างกันก็ตาม แต่ข้อความทั้งส่วนบนและส่วนล่างต่างก็อยู่บนวัสดุปิดผิวเรียบซึ่งเป็นอลูมิเนียมชนิดและสีเดียวกันและอยู่บนโครงสร้างที่ได้ทำในคราวเดียวกัน ตามที่โจทก์ได้ขออนุญาตก่อสร้างตามใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือรื้อถอนอาคาร (แบบ อ.1) ในข้อ 2 (4) เลขที่ 029/2549 ออกให้

ณ วันที่ 9 มกราคม 2549 และแบบแปลนโครงสร้างป้าย ทั้งในส่วนของข้อความหรือสัญลักษณ์ทั้งส่วนบนและส่วนล่างก็ล้วนเป็นข้อความและสัญลักษณ์แสดงชื่อ ยี่ห้อหรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้าของโจทก์ ทำให้ป้ายส่วนบนและส่วนล่างมีลักษณะเป็นป้ายที่มีความต่อเนื่องกันทั้งในเรื่องวัสดุปิดผิว โครงสร้างและข้อความหรือสัญลักษณ์ที่ปรากฏในป้ายบนวัสดุปิดผิวอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้ แม้ข้อความหรือสัญลักษณ์จะติดไม่เต็มวัสดุปิดผิวก็เพื่อความสวยงามและอ่านข้อความง่ายในโครงสร้างชิ้นเดียวกันทุกข้อความในโครงสร้างนั้นเพื่อประโยชน์ในการโฆษณาการค้าของโจทก์ แต่ถือว่าเป็นป้ายที่มีขอบเขตกำหนดได้ตามวัสดุปิดผิวซึ่งเป็นอลูมิเนียมดังกล่าว จึงถือว่าป้ายรายการที่ 2 และ 5 เป็นป้ายเดียวกันไม่อาจแยกการคำนวณภาษีป้ายออกจากกันได้ และปรากฏว่าป้ายดังกล่าวมีข้อความอักษรไทยว่า

"โตโยต้าหนองคาย แผนกขาย ศูนย์บริการ แผนกอะไหล่ ศูนย์บริการตัวถังและสี" อยู่ใต้และต่ำกว่าอักษรต่างประเทศคำว่า "TOYOTA" จึงถือเป็นป้ายประเภท (3) (ข) ตามบัญชีอัตราภาษีป้าย โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะมีอักษรไทยอยู่ที่ส่วนใดของป้าย ส่วนการที่ป้ายดังกล่าวมีข้อความอักษรไทยอีก 1 ข้อความคือคำว่า "โตโยต้า" อยู่เหนืออักษรต่างประเทศคำว่า "TOYOTA" ก็ไม่ทำให้ป้ายดังกล่าวกลายเป็นป้ายประเภท (2) ตามบัญชีอัตราภาษีป้ายไปได้ ส่วนกรณีการคำนวณพื้นที่เพื่อเสียภาษีป้ายนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2534 มาตรา 17 ระบุว่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินภาษีป้ายตามหลักเกณฑ์การคำนวณภาษีป้ายที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีป้าย (6) และ (7)

ท้ายพระราชบัญญัตินี้และตามอัตราภาษีป้ายที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งตามบัญชีอัตราภาษีป้าย (6) (ก) ระบุว่า ถ้าเป็นป้ายที่มีขอบเขตกำหนดได้ให้เอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดของขอบเขตป้ายเป็นตารางเซนติเมตร จากบทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการคำนวณพื้นที่เพื่อเสียภาษีป้ายที่มีขอบเขตตามกฎหมายนั้นให้คำนวณพื้นที่โดยเอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดของขอบเขตป้าย เมื่อกฎกระทรวงฉบับที่ 5 (พ.ศ.2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 ให้คำนวณภาษีป้ายประเภท (3) (ข) ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศในอัตรา 40 บาท ต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตร ประกอบกับโจทก์ไม่ได้ปฏิเสธถึงขนาดของป้ายว่า

ส่วนที่กว้างที่สุดของป้ายดังกล่าวมีขนาด 650 เซนติเมตร และขนาดความสูงส่วนบนเท่ากับ 430 เซนติเมตร และส่วนล่างเท่ากับ 1,670 เซนติเมตร จึงมีความยาวที่สุดเท่ากับ 2,100 เซนติเมตร ดังนั้น การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ประเมินภาษีป้ายดังกล่าวโดยนำความกว้างที่สุดคูณความยาวที่สุดดังกล่าวแล้วนำมาคำนวณอัตราภาษีป้ายในอัตรา 40 บาทต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตร จึงถูกต้องแล้ว เมื่อโจทก์ไม่โต้แย้งการประเมินสำหรับป้ายรายการที่ 1 และ 3 การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์จึงชอบแล้ว ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้คืนเงินบางส่วนแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น ส่วนอุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · ชาลี ทัพภวิมล
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นางศุภลักษณ์ เขียวรัตน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ภษ.67/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ170/2552
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ113/2553
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกภาษีอากร
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18437/2555

ตามบัญชีอัตราภาษีป้าย (3) (ข) ท้าย พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ภาษีป้าย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2534 ระบุว่า "ป้ายที่มีอักษรไทยบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ"ย่อมแสดงใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12488/2547

ตามมาตรา 7, 12, 17, 30 และ 33 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ผู้ที่เป็นเจ้าของป้ายมีหน้าที่ต้องเสียภาษีป้ายเป็นรายปีตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยผู้เป็นเจ้าของป้ายต้องยื่นแบบแสดงรายการต่อราชการส่วนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 995/2531

ตามบทบัญญัติมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510 มิได้ระบุว่า ป้ายจะต้องแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่มีลักษณะเฉพาะ ดังนั้นป้ายที่แสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่มีลักษณะทั่วไป ก็เป็นป้ายต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2470/2529

โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายแต่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่1ตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่ถูกต้องจึงทำการประเมินใหม่แล้วแจ้งไปยังโจทก์ตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีป้ายลงวันที่1มีนาคม2526โจทก์ได้รับหนังสือดัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1265/2519

โจทก์ได้แสดงป้ายโฆษณาผลิตภัณฑ์สินค้าบนหลังคาตึก รวม 4 ป้ายโดยติดตั้งในลักษณะกล่องสี่เหลี่ยม มีอักษรภาษาไทยกับอักษรภาษาต่างประเทศปนกันอยู่ 3 ด้านส่วนอีกด้านหนึ่งมีแต่อักษรภาษาต่างประเทศ ไม่มีอักษรภาษาไ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้