Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1855/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ 3308 อยู่ริมแม่น้ำ โดยซื้อจาก บ. ซึ่ง บ. รับซื้อจาก อ. อีกต่อหนึ่งที่ดินแปลงนี้อยู่ติดกับบ้านของจำเลยซึ่งปลูกอยู่ชายตลิ่งแม่น้ำในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตัวเรือนของจำเลยบังหน้าที่ดินของโจทก์ ขัดต่อความสะดวกในการที่โจทก์จะใช้สอยหรือรับประโยชน์จากแม่น้ำลำคลองอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ดังนี้ถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายพิเศษ จำเลยจะอ้างว่าโจทก์ไม่เสียหาย เพราะที่ดินโจทก์ใช้เป็นทางเดินจำเป็นแล้ว ย่อมไม่ได้ (อ้างฎีกาที่1095/2500) พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 89 หาได้ตัดอำนาจโจทก์ที่จะฟ้องร้องจำเลยทางแพ่งเพื่อบังคับตามสิทธิของโจทก์อันมีอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ คดีแดงที่ 3425/2504 นั้น ศาลวินิจฉัยในประเด็นที่ว่าจำเลยปลูกเรือนอยู่ได้เพราะบิดาของ อ. โจทก์ในคดีนั้นให้จำเลยเช่า และโจทก์ได้รับรองการเช่าแล้ว โจทก์ในคดีนั้นจึงไม่มีอำนาจที่จะฟ้องขับไล่จำเลย เพราะจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าฯ อันเป็นประเด็นโต้เถียงเกี่ยวกับเรื่องเช่าทรัพย์ ไม่ใช่เรื่องละเมิด ส่วนคดีนี้โจทก์อ้างว่าได้รับซื้อที่ดินโฉนดที่ 3308 จาก บ. โดย บ. ซื้อจาก อ. เป็นโฉนดแบ่งแยกจากโฉนดเลขที่ 2389 คือ ที่ดินที่พิพาทในคดีแดงที่3425/2504 แต่โจทก์คดีนี้มิได้เป็นคู่ความกับจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3425/2504 จะถือว่าโจทก์เป็นผู้สืบสิทธิมาจากโจทก์ในคดีก่อนก็ไม่ได้ เพราะสัญญาเช่าระหว่างจำเลยกับโจทก์ในคดีก่อนเป็นสัญญาเช่าที่ในแม่น้ำนอกที่ดินที่โจทก์ในคดีนี้ซื้อมา จึงไม่ได้โอนมายังโจทก์พร้อมกับที่ดินที่โจทก์ซื้อ คดีจึงไม่มีประเด็นในเรื่องเช่าทรัพย์ดังในคดีก่อน ประเด็นในคดีนี้คือ โจทก์ให้จำเลยออกไปจากหน้าที่ดิน จำเลยไม่ยอมออก อันเป็นเรื่องละเมิด ฟ้องของโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแดงที่ 3425/2504

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ ๓๓๐๘ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยซื้อจากนางบรรจงซึ่งซื้อจากนายอุไภยที่ดินแบ่งแยกจากโฉนดเลขที่ ๒๓๘๙ จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านเรือนเลขที่ ๔๓ ปลูกอยู่ในที่ชายตลิ่งของแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน และอยู่หน้าที่ดินโจทก์ เป็นการกีดขวางบังหน้าที่ดินโจทก์ ไม่สะดวกแก่การที่โจทก์จะใช้ที่ดินออกสู่แม่น้ำ ขอให้บังคับขับไล่จำเลยและบริวาร และรื้อถอนบ้านเลขที่ ๔๓ พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกไปให้พ้นหน้าที่ดินโจทก์ ฯลฯ

จำเลยให้การว่า ที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในสภาพทางภารจำยอมหรือทางจำเป็นโจทก์สิ้นสิทธิที่จะใช้ประโยชน์หรือใช้สอยที่ดิน โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายพิเศษ ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่โจทก์ฟ้องนี้อยู่ริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ในจังหวัดพระนคร เป็นเขตท่ากรุงเทพฯ ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖มาตรา ๑๒ และเขตท่ากรุงเทพฯ ให้เจ้าท่ามีอำนาจบังคับให้รื้อถอนบรรดาแพหรือเรือนที่ปักเสาลงในชายฝั่งน้ำได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง คดีนี้ เจ้าของเดิมได้เคยฟ้องจำเลยตามสำนวนคดีแพ่งแดงที่ ๓๔๒๕/๒๕๐๔ ของศาลแพ่ง ศาลแพ่งชี้ขาดในประเด็นข้อนี้แล้วโจทก์ผู้รับโอนย่อมรับโอนมาทั้งสิทธิและหน้าที่ ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ ฯลฯ ศาลแพ่งพิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยกับบริวาร ให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ ๔๓ ฯลฯ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ ๓๓๐๘อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยซื้อจากนางบรรจงซึ่งรับซื้อจากนายอุไภยอีกต่อหนึ่ง ที่ดินแปลงนี้อยู่ติดกับบ้านของจำเลยซึ่งปลูกอยู่ชายตลิ่งแม้น้ำเจ้าพระยา ในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินตัวเรือนบังหน้าที่ดินของโจทก์ ขัดต่อความสะดวกในการที่โจทก์จะใช้สอยหรือรับประโยชน์จากแม่น้ำลำคลองอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ดังนี้

ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลแพ่งศาลอุทธรณ์ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายพิเศษนั้นชอบแล้ว จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่เสียหายอะไรเพราะที่ดินโจทก์ใช้เป็นทางเดินจำเป็นแล้ว โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องนั้นฟังไม่ขึ้น (อ้างฎีกาที่ ๑๐๙๕/๒๕๐๐) ข้อที่จำเลยฎีกาว่า พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยพ.ศ. ๒๔๕๖ มาตรา ๘๙ นี้ ให้เจ้าท่าเท่านั้นมีอำนาจบังคับรื้อถอนอาคารของจำเลยได้

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติที่จำเลยอ้างนั้น หาได้ตัดอำนาจโจทก์ที่จะฟ้องร้องจำเลยในทางแพ่งเพื่อบังคับตามสิทธิของโจทก์อันมีอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ ประเด็นข้อ ๒ ที่ว่า คดีนี้เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๔๒๕/๒๕๐๔ ของศาลแพ่งหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีแดงที่๓๔๒๕/๒๕๐๔ นั้น ศาลได้วินิจฉัยในประเด็นที่ว่าจำเลยปลูกเรือนอยู่ได้เพราะบิดานายอุไภยโจทก์ให้จำเลยเช่า และโจทก์ได้รับรองการเช่าแล้ว โจทก์ในคดีนั้นจึงไม่มีอำนาจที่จะฟ้องขับไล่จำเลยเพราะจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าอันเป็นประเด็นโต้เถียงเกี่ยวกับเรื่องเช่าทรัพย์ ไม่ใช่เรื่องละเมิด ส่วนคดีนี้เป็นคนละเรื่องและคนละประเด็น แม้โจทก์ฟ้องอ้างว่าได้รับซื้อที่ดินโฉนดที่ ๓๓๐๘ จากนางบรรจง โดยนางบรรจงซื้อจากนายอุไภย เป็นโฉนดแบ่งแยกจากโฉนดเลขที่ ๒๓๘๙ คือ ที่ดินที่พิพาทในคดีแดงที่ ๓๔๒๕/๒๕๐๔ ก็ตาม แต่โจทก์ในคดีนี้มิได้เป็นคู่ความกับจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๔๒๕/๒๕๐๔ นั้น และจะถือว่าโจทก์เป็นผู้สืบสิทธิมาจากโจทก์ในคดีก่อนก็ไม่ได้

เพราะสัญญาเช่าระหว่างจำเลยกับโจทก์ในคดีก่อน เป็นสัญญาเช่าที่ในแม่น้ำนอกที่ดินที่โจทก์ในคดีนี้ซื้อมา จึงไม่ได้โอนมายังโจทก์พร้อมกับที่ดินที่โจทก์ซื้อ คดีนี้จึงไม่มีประเด็นในเรื่องเช่าทรัพย์ดังในคดีก่อน ประเด็นในคดีนี้คือ โจทก์ให้จำเลยออกไปจากหน้าที่ดิน จำเลยไม่ออก อันเป็นเรื่องละเมิด ฟ้องของโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ ๓๔๒๕/๒๕๐๔

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถาวร หุตะโกวิท · จิตติ ติงศภัทิย์ · ใหญ่ ศาลยาชีวิน
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายประมวล สุวรรณจินดา
ศาลอุทธรณ์ - นายเสนีย วาทิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้