Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1852/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 2 สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้องทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์โดยผู้ร้องยินยอมและให้ผู้ร้องสามารถเบิกจ่ายจากบัญชีได้และจำนองทรัพย์พิพาทไว้แก่โจทก์ ย่อมมีเหตุผลให้เชื่อว่าจำเลยที่ 2 กับผู้ร้องร่วมกันกระทำการดังกล่าวเพื่อนำเงินมาลงทุนทำการค้าขายพืชไร่ร่วมกัน ถือว่าเป็นหนี้ร่วมอันเกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งสามีภรรยาทำด้วยกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1490(3)จำเลยที่ 2 กับผู้ร้องต้องร่วมกันรับผิด ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอกันส่วนของผู้ร้องจากทรัพย์พิพาท.

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีพร้อมดอกเบี้ย ศาลพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 13,955,609.92 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี หากจำเลยทั้งสามผิดนัดยอมให้โจทก์บังคับคดีทันทีโดยยอมให้โจทก์ยึดทรัพย์สินจำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาด ภายหลังจำเลยทั้งสามไม่ชำระโจทก์จึงขอออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินน.ส.3 และที่ดินมีโฉนดโดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 2 ระหว่างอยู่กินด้วยกันมีสินสมรสคือที่ดินมีโฉนดและที่ดินน.ส.3 ที่ตำบลตาคลี

อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมสิ่งปลูกสร้างโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินดังกล่าวซึ่งเป็นส่วนของผู้ร้องกึ่งหนึ่ง ผู้ร้องไม่ได้เป็นหนี้โจทก์และมิได้ผูกพันเกี่ยวข้องกับจำเลยทั้งสามในการที่จำเลยทั้งสามเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของผู้ร้องจึงขอให้กันส่วนทรัพย์สินของผู้ร้องไว้กึ่งหนึ่งแล้วจึงนำเอาทรัพย์สินเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 2 อีกกึ่งหนึ่งออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาต่อไปโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า การที่จำเลยที่ 2 ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีไว้ต่อโจทก์และนำที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างมาจำนองไว้นั้น ได้รับความยินยอมจากผู้ร้อง และจำเลยที่ 2 ได้นำเงินที่ได้จากการเบิกเงินเกินบัญชีไปประกอบธุรกิจการค้าหารายได้มาจัดกิจการอันจำเป็นในครอบครัวและนำมาหมุนเวียนทางการค้าตามปกติกับผู้ร้องร่วมกันจึงเป็นหนี้ร่วม

ผู้ร้องไม่อาจขอกันส่วนได้ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ผู้ร้องอ้างว่าแยกกันอยู่กับจำเลยที่ 2ตั้งแต่ปี 2518 แต่ก็ไม่ปรากฏว่าได้จดทะเบียนหย่าขาดจากการสมรสแต่อย่างใด จึงต้องถือว่าผู้ร้องกับจำเลยที่ 2 ยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ในการทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีที่จำเลยที่ 2 ทำไว้ต่อธนาคารโจทก์มีผู้ร้องเป็นผู้ลงลายมือชื่อยืนยันในการทำสัญญาตามหนังสือยินยอมเอกสารหมาย จ.1 เงื่อนไขการเบิกจ่ายเงินในบัญชีตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจำเลยที่ 2 ให้ไว้ว่า ให้จำเลยที่ 2 หรือผู้ร้องคนใดคนหนึ่งสามารถเบิกจ่ายเงินจากบัญชีได้ โดยบุคคลทั้งสองได้ให้ตัวอย่างลายมือชื่อไว้ต่อธนาคารโจทก์และผู้ร้องเป็นผู้ให้ความยินยอมในการจดทะเบียนจำนองตามหนังสือยินยอมเอกสารหมาย

จ.2 ด้วยเมื่อตรวจดูลายมือชื่อของผู้ร้องในใบแต่งทนายความและในคำเบิกความเป็นพยาน ปรากฏว่าผู้ร้องลงลายมือชื่อ 2 แบบ คล้ายกัน เปรียบเทียบกับลายมือชื่อในช่องภรรยาผู้ให้ความยินยอมในเอกสารหมาย จ.1และ จ.2 และลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายเช็คเอกสารหมาย จ.5 แล้ว ปรากฏว่าลักษณะและลีลาการเขียนคล้ายกันมาก เชื่อว่าเป็นลายมือเขียนของบุคคลเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบระหว่างพยานหลักฐานของผู้ร้องกับของโจทก์แล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีเหตุผลมั่นคงดีกว่าข้อเท็จจริงในส่วนนี้จึงรับฟังได้ว่า ผู้ร้องได้ลงลายมือชื่อให้ความยินยอมในเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 และสั่งจ่ายเช็คจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจำเลยที่ 2 เพื่อชำระหนี้ค่ารถบรรทุกนายเชิดชัยตามเช็คเอกสารหมาย

ร.14 ในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่509/2526 ของศาลชั้นต้นจริง การที่จำเลยที่ 2 ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและให้ผู้ร้องสามารถเบิกจ่ายเงินจากบัญชีได้ด้วยและจำนองทรัพย์พิพาทไว้แก่โจทก์ ย่อมมีเหตุผลให้เชื่อว่าจำเลยที่ 2 กับผู้ร้องร่วมกันกระทำการดังกล่าวเพื่อนำเงินมาลงทุนทำการค้าขายพืชไร่ร่วมกัน ถือว่าเป็นหนี้ร่วมอันเกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งสามีภรรยาทำด้วยกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1490(3)จำเลยที่ 2 กับผู้ร้องต้องร่วมกันรับผิด ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอกันส่วนของผู้ร้องจากทรัพย์พิพาท"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร เดชศิริ · สมปอง เสนเนียม · วิฑูรย์ สุทธิประภา
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้