Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1852/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรมไปรษณีย์โทรเลขเป็นกรมในรัฐบาลและเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการสื่อสาร การไปรษณีย์โทรเลข วิทยุ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน มิได้มีวัตถุประสงค์ในการประกอบการค้า โดยมีอธิบดีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสังกัดและรับผิดชอบในราชการของกรมตามอำนาจหน้าที่ซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้ ส่วนองค์การสงเคราะห์ข้าราชการกรมไปรษณีย์โทรเลข หรือ อ.ส.ค. นั้น อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขแต่งตั้งประธานกรรมการขึ้นเป็นผู้ดำเนินงานพร้อมด้วยคณะกรรมการและจัดตั้งร้านค้า อ.ส.ค. ขึ้น เพื่อจำหน่ายเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือข้าราชการในกรมไปรษณีย์โทรเลข โดยมิได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน และประธานกรรมการแต่งตั้งผู้จัดการร้านค้า อ.ส.ค. ร้านค้า อ.ส.ค.นี้จึงเป็นกิจการต่างหาก มิได้อยู่ในวัตถุประสงค์และหน้าที่ของกรมไปรษณีย์โทรเลขแม้ผู้จัดการร้านค้า อ.ส.ค. จะซื้อสินค้าจากบุคคลอื่นมาในนามของร้านค้าและค้างชำระราคา กรมไปรษณีย์โทรเลขก็หาจำต้องร่วมรับผิดในหนี้สินนั้นด้วยไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1076/2515)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการร้านค้าองค์การสงเคราะห์ข้าราชการกรมไปรษณีย์โทรเลข (อ.ส.ค.) อยู่ในสังกัดของจำเลยที่ ๑และในฐานะผู้กระทำการแทนและในนามจำเลยที่ ๑ ได้สั่งซื้อสินค้าไปจากโจทก์หลายครั้ง ยังค้างชำระราคารวม ๒๙,๔๐๖ บาท โจทก์ทวงถามก็ไม่ชำระขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระราคาสินค้าพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่า ร้านค้า อ.ส.ค. มิใช่หน่วยราชการสังกัดจำเลยที่ ๑และอยู่นอกวัตถุประสงค์ จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ชำระเงินค่าตู้เย็นที่ค้าง ๒๕,๔๔๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑.๒๕ บาทต่อเดือน กับให้ชำระค่าสบู่ ๓,๙๖๖ บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๑๒ จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑

โจทก์อุทธรณ์ให้จำเลยที่ ๑ ร่วมรับผิด

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า องค์การสงเคราะห์ข้าราชการกรมไปรษณีย์โทรเลขหรือร้านค้า อ.ส.ค. เป็นกิจการของกรมจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดต่อโจทก์พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๑ ร่วมใช้เงินค่าสินค้าแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรมไปรษณีย์โทรเลขจำเลยที่ ๑ เป็นกรมในรัฐบาลและเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการสื่อสารการไปรษณีย์โทรเลข วิทยุ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน มิได้มีวัตถุประสงค์ในการประกอบการค้า โดยมีอธิบดีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสังกัดและรับผิดชอบในราชการของกรมตามอำนาจหน้าที่ซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้ส่วน อ.ส.ค. หรือองค์การสงเคราะห์ข้าราชการกรมไปรษณีย์โทรเลขนั้นอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขแต่งตั้งประธานกรรมการขึ้นเป็นผู้ดำเนินงานพร้อมด้วยคณะกรรมการและจัดตั้งร้านค้า อ.ส.ค. ขึ้นเพื่อจำหน่ายเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือข้าราชการในกรมไปรษณีย์โทรเลข โดยมิได้ใช้เงินงบประมาณประธานกรรมการแต่งตั้งจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการร้านค้าอ.ส.ค.

ร้านค้า อ.ส.ค. จึงเป็นกิจการต่างหาก มิได้อยู่ในวัตถุประสงค์และหน้าที่ของกรมไปรษณีย์โทรเลขจำเลยที่ ๑ นอกจากนี้ที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๑ร่วมรับผิดด้วยนั้น โจทก์ก็ไม่มีพยานหลักฐานนำสืบให้เห็นชัดว่าเหตุใดจำเลยที่ ๑จะต้องร่วมรับผิดในหนี้สินที่โจทก์ฟ้องเรียกร้อง ทั้ง ๆ ที่โจทก์ก็มิได้ติดต่อค้าขายกับจำเลยที่ ๑ เลย ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าร้านค้า อ.ส.ค. เป็นกิจการของจำเลยที่ ๑ นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะร้านค้า อ.ส.ค. มิใช่ราชการของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ หาต้องรับผิดไม่ ฉะนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยที่ ๑ ร่วมรับผิดในหนี้สินนี้ด้วย ทั้งนี้ ตามแบบอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๗๖/๒๕๑๕ ระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัดวิไลดีนำ โดยนายวิจิตร บุศยานนท์หุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์ พันตรีอิศศระ วีระเสนีย์กับพวก

จำเลยฎีกาจำเลยที่ ๑ ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธวัช สิทธิชัย · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · รัตน์ ศรีไกรวิน
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายประถม วิเชียรเนตร
ศาลอุทธรณ์ - นายยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้