Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายกำลังขับรถด้วยความเร็วสูงประมาณ80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผู้เสียหายจึงต้องเพ่งมองไปทางข้างหน้าตลอดเวลา โอกาสจะสังเกตจดจำคนร้ายที่ยืนถืออาวุธปืนอยู่ข้างทางจึงมีเพียงน้อยนิด เมื่อคนร้ายยิงมาที่รถบรรทุกน้ำมันที่ผู้เสียหายขับ ผู้เสียหายก็น่าจะตกใจกลัว ต้องเร่ง ความเร็วสูงขึ้นอีกเพื่อหลบหนีให้พ้น โอกาสที่จะสังเกตจดจำใบหน้าคนร้ายแทบจะไม่มีเลยตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผู้เสียหายไม่น่าจะจำได้ว่าคนร้ายที่ยิงรถบรรทุกน้ำมันคือจำเลยที่ 2 พยานโจทก์นอกจากนี้คงมีเพียงคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนและภาพถ่ายการนำชี้ ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพในสำนวนอีกคดีหนึ่งซึ่งโจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ 2 ทั้งจำเลยที่ 2 ก็ยังโต้แย้งอยู่ว่าไม่ได้ให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจ พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยที่ 2เป็นคนร้าย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามกับพวกอีก 2 คน ที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนพยายามฆ่านายอุเซ็ง แดมะยุง ผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,289, 80, 83 ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง กับขอให้นับโทษจำเลยทั้งสามต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1038/2531 ของศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 ประกอบมาตรา 80, 52 ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงลงโทษจำคุก 33 ปี 4 เดือน

ปลอกกระสุนปืนของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดให้ริบเสีย สำหรับคำขอของโจทก์ที่ให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1038/2530(ที่ถูหมายเลขดำที่ 1038/2531 ของศาลชั้นต้น) นั้น ศาลได้พิพากษายกฟ้อง ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1386/2532 จึงให้ยกคำขอส่วนนี้ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 เสียจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาในชั้นฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายตามฟ้องหรือไม่ พยานโจทก์มีนายอุเซ็ง ผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานปากเดียวเบิกความว่าวันเกิดเหตุผู้เสียหายขับรถบรรทุกน้ำมันด้วยความเร็ว 80-90กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากจังหวัดนธาธิวาสแล่นไปตามถนนเพชรเกษมจะไปรับน้ำมันที่จังหวัดสงขลา ขณะรถแล่นมาใหล้ที่เกิดเหตุห่างประมาณ 50 เมตร ได้เห็นชายคนหนึ่งถืออาวุธปืนเอ็ม 16 ยืนอยู่เชิงสะพานข้างถนน เมื่อรถแล่นเข้าไปใกล้ชายคนนั้นได้ยิงปืนมาที่รถของผู้เสียหายถูกกระจกหน้ารถแตกและถูกตัวถังรถด้านข้างและด้านหลัง ผู้เสียหายเร่งเครื่องรถแล่นไปแจ้งความที่ป้อมยามใกล้ที่เกิดเหตุ ต่อมาเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 2 ได้ผู้เสียหายเบิกความยืนยันว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนร้ายที่ยิงตนข้อวินิจฉัยจึงมีว่าผู้เสียหายจำคนร้ายว่าเป็นจำเลยที่ 2 ได้หรือไม่ผู้เสียหายเบิกความว่าได้บอกเจ้าพนักงานตำรวจที่สถานนีตำรวจว่า

จำคนร้ายได้โดยร้อยตำรวจโทอาทิตย์เกิดก่อ พนักงานสอบสวนเบิกความรับรอง แต่ผู้เสียหายได้เบิกความในคดีอาญาหมายเลขแดงที่1386/2532 ของศาลชั้นต้น ซึ่งจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 คดีนี้ถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ร่วมกับจำเลยอื่นอีก 1 คนรวมเป็น4 คน ในข้อหากรรโชกทรัพย์ของนายศุภกิจว่า ที่สถานีตำรวจได้บอกว่าไม่ทราบว่าใครเป็นคนยิง เพราะไม่ได้สังเกตเนื่องจากตกใจมาก พยานหลักฐานโจทก์ตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่1386/2532 ของศาลชั้นต้น ประกอบคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายเอกสารอันดับที่ 101 ในสำนวนนี้ได้ความว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้เอารูปของจำเลยที่ 1 ให้ผู้เสียหายดู ผู้เสียหายดูแล้วว่าเป็นคนร้าย แต่เมื่อจับจำเลยที่ 1 ได้

ผู้เสียหายว่าคล้ายคนร้ายและไม่แน่ใจว่าเป็นคนร้าย จำเลยที่ 1 ได้ให้การในชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.18 ในคดีดังกล่าว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 กับพวกได้มาพักที่บ้านจำเลยที่ 1 และวางแผนไปยิงรถบรรทุกน้ำมันของนายศุภกิจเพื่อข่มขู่ให้เกิดความกลัว เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 2 ได้ตามคำซัดทอดของจำเลยที่ 1 ผู้เสียหายได้ชี้ตัวและเบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ 2 เป็นคนร้ายที่ยิงรถบรรทุกน้ำมันเพราะเคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ผู้เสียหายได้เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านในคดีดังกล่าวว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้บอกชื่อคนร้ายที่ถูกจับกุมให้ทราบก่อนถึงสถานีตำรวจและนำไปดูตัวคนร้ายแล้วจึงจัดให้ชี้ตัว ผู้เสียหายได้ทราบจากเจ้าพนักงานตำรวจว่า คนร้ายยิ่งรถบรรทุกน้ำมันคือจำเลยที่ 2 ในคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นวินิจฉัยไม่เชื่อว่าผู้เสียหายจะจำคนร้ายได้ว่าเป็นจำเลยที่ 2 พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมด โจทก์มิได้อุทธรณ์ คดีถึงที่สุดแล้วที่ผู้เสียหายเบิกความยืนยันในคดีนี้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นครนร้ายที่ยิงรถบรรทุกน้ำมันนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายกำลังขับรถด้วยความเร็วสูงถึง 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผู้เสียหายจึงต้องเพ่งมองไปทางข้างหน้าตลอดเวลา โอกาสที่จะสังเกตจดจำคนร้ายที่ยืนถืออาวุธปืนอยู่ข้างทางจึงมีเพียงน้อยนิด เมื่อคนร้ายยิงมาที่รถบรรทุกน้ำมันผู้เสียหายก็น่าจะตกใจกลัง ต้องเร่งความเร็วสูงขึ้นอีกเพื่อหลบหนีให้พ้น โอกาสที่จะสังเกตจดจำใบหน้าคนร้ายแทบจะไม่มีเลย ตามเหตุการ์ที่เกิดขึ้นผู้เสียหายไม่น่าจะจำได้ว่าคนร้ายที่ยิงรถบรรทุกน้ำมันคือจำเลยที่ 2 พยานโจทก์นอกจากวินิจฉัยมาแล้วไม่มีพยานปากใดรู้เห็นว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนร้ายอีกโจทก์คงมีคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนและภาพถ่ายการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพตามเอกสารหมาย

จ.19 และ จ.9ในสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1386/2532 ของศาลชั้นต้น โดยไม่มีพยานอื่นประกอบให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนร้าย จึงไม่อาจนำมารับฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ได้และจำเลยที่ 2 ก็ยังโต้แย้งอยู่ว่าไม่ได้ให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจ พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนร้ายที่ยิงรถบรรทุกน้ำมันซึ่งผู้เสียหายขับ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้