Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2463

พ.ศ. 2463 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้โจทย์ฟ้องขอให้ศาลขับไล่จำเลยออกจากที่นาตำบลเชียงรากน้อย โดยกล่าวว่าโจทย์ได้ซื้อไว้จากผู้มีชื่อบ้าง ได้จับจองไว้บ้างรวมเปนนา ๑๐๐๐ ไร่ จำเลยทุกคนได้มาขออาศรัยทำนาของโจทย์ โดยมีสัญญากันว่าเมื่อทำผลประโยชน์ได้ดี จำเลยจะคิดค่าเช่าให้แก่โจทย์บ้าง แต่หาได้ทำหนังสือสัญญากันไม่ บัดนี้จำเลยทำนาได้ดี แต่ไม่ให้โจทย์เก็บค่าเช่า โจทย์จึงเรียกค่าเสียหายด้วยอีกเปนเงิน ๘๗๐ บาท จำเลยทุกคนให้การต้องคำกันปฏิเสธว่ามิได้อาศรัยนาโจทย์ทำ ฯ ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษพิพากษาต้องกันว่า คดีได้ความว่านารายวิวาาทนี้หลวงรัตนาฏสามีโจทย์ได้ซื้อไว้จากผู้มีชื่อหลายแปลง แลได้จับจองต่อไปอีก หลวงรัตนาฎได้จัดให้มีแม่กองหาคนเข้าทำนา ต่อมาหลวงรัตนาฎถึงแก่กรรม ที่นาว่างอยู่ไม่มีใครทำ ครั้งเมื่อ ๓ ปีมานี้โจทย์ซึ่งเปนภรรยาหลวงรัตนาฎได้ตั้งนายเผื่อนเปนนายกอง จำเลยทุกคนได้ไปขอเช่าต่อนายเผื่อน ๆ ได้เชิญกำนั

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทย์ฟ้องขอให้ศาลขับไล่จำเลยออกจากที่นาตำบลเชียงรากน้อย โดยกล่าวว่าโจทย์ได้ซื้อไว้จากผู้มีชื่อบ้าง ได้จับจองไว้บ้างรวมเปนนา ๑๐๐๐ ไร่ จำเลยทุกคนได้มาขออาศรัยทำนาของโจทย์ โดยมีสัญญากันว่าเมื่อทำผลประโยชน์ได้ดี จำเลยจะคิดค่าเช่าให้แก่โจทย์บ้าง แต่หาได้ทำหนังสือสัญญากันไม่ บัดนี้จำเลยทำนาได้ดี แต่ไม่ให้โจทย์เก็บค่าเช่า โจทย์จึงเรียกค่าเสียหายด้วยอีกเปนเงิน ๘๗๐ บาท จำเลยทุกคนให้การต้องคำกันปฏิเสธว่ามิได้อาศรัยนาโจทย์ทำ ฯ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษพิพากษาต้องกันว่า คดีได้ความว่านารายวิวาาทนี้หลวงรัตนาฏสามีโจทย์ได้ซื้อไว้จากผู้มีชื่อหลายแปลง แลได้จับจองต่อไปอีก หลวงรัตนาฎได้จัดให้มีแม่กองหาคนเข้าทำนา ต่อมาหลวงรัตนาฎถึงแก่กรรม ที่นาว่างอยู่ไม่มีใครทำ ครั้งเมื่อ ๓ ปีมานี้โจทย์ซึ่งเปนภรรยาหลวงรัตนาฎได้ตั้งนายเผื่อนเปนนายกอง จำเลยทุกคนได้ไปขอเช่าต่อนายเผื่อน ๆ ได้เชิญกำนันปั่นไปวัดให้พวกจำเลยเข้าทำเปนแปลง ๆ ตามปรากฎในแผนที่วิวาท เมื่อจำเลยได้เข้าอยู่ในนาแล้วคิดกลับจะถือกรรมสิทธิเอาที่นาเปนของจำเลยเสีย จึงรีบแสดงอำนาจเชิญกำนันตึกมารังวัดขอจับจองเอาเปนของตน ได้ความดังนี้ เห็นว่าจำเลยจะนำกำนันดึกมารังวัดจับจองทับที่นาของโจทย์ไม่ได้ จึงพิพากษาให้ขับไล่จำเลยแลพวกบริวารให้ออกไปพ้นที่ดินของโจทย์ตามในวงเส้นสีแดงแห่งแผนที่

ค่าเสียหายที่โจทย์ขอมานั้น ควรให้ยกเสีย ฯ จำเลยทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกา มีเนติบัณฑิตลงชื่อรับรองฎีกา ๒ นาย ฯ กรรมการศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนแลปฤกษาคดีนี้ ได้ความตามฎีกาจำเลยว่าโจทย์ถือกรรมสิทธิที่นารายนี้โดยไม่มีหนังสือสำคัญอย่างใดที่เจ้าพนักงานออกให้ เมื่อโจทย์ไม่ได้ทำนาถึง ๓ ปีแล้ว แม้จำเลยจะได้ทำนารายนี้โดยได้รับอนุญาตจากโจทย์ ๆ ก็ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะต่อกรรมสิทธิได้นั้น เห็นว่าการที่จำเลยได้เข้าทำนารายนี้ได้ทำโดยอำนาจโจทย์ให้อนุญาตก็เท่ากับจำเลยเปนตัวแทนโจทย์ทำนาของโจทย์ เพราะจำเลยไม่ได้เข้าทำโดยอำนาจปรปักษ์ จำเลยจึงไม่มีทางจะเชิญกำนันดึกมาจองทับที่รายนี้ ซึ่งกฎหมายถือว่าโจทย์เข้าทำอยู่ก่อนแล้วนั้นได้ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลล่างให้ยกฎีกาจำเลยเสีย ฯ วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๓

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พระยาศรีสังกร · พระยานรเนติบัญชากิจ · พระยาพิพากษาสัตยาธิปตัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้