Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1848/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลและศาลพิพากษาตามยอมนั้นมิใช่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทอย่างคดีธรรมดาที่ต้องสืบพยานกันจึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142ซึ่งห้ามมิให้พิพากษาเกินคำขอหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง การที่คู่ความตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลตามมาตรา 138คงบังคับไว้แต่เพียงต้องตกลงกันในประเด็นแห่งคดี ซึ่งรวมถึงที่เกี่ยวเนื่องกับประเด็นด้วย ถ้านอกประเด็น ศาลก็ไม่มีหน้าที่ทำยอมให้ และเมื่อปรากฏชัดว่า ข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย หรือเห็นว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว. ก็ต้องพิพากษาคดีให้เสร็จไปตามยอมนั้น ไม่มีหน้าที่ต้องย้อนไปดูว่าเกินคำขอในฟ้องหรือไม่ ส่วนที่ทนายจำเลยตกลงยอมให้ค่าทนายโจทก์ 3,000 บาทเมื่อทนายจำเลยมีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับฝ่ายโจทก์ได้ตามใบแต่งทนายจำเลย. จำเลยจะมาปฏิเสธไม่ยอมรับผิดชอบไม่ได้และกรณีเช่นนี้คู่ความจะตกลงค่าทนายความมากน้อยเท่าใดก็ได้เพราะเป็นเรื่องตกลงกันให้จำเลยรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมอันได้แก่ค่าทนายความด้วย ไม่จำต้องถือตามบัญชีอัตราค่าทนายความตามตาราง 6 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เพราะมิใช่เรื่องที่ศาลกำหนดค่าทนายความให้ฝ่ายแพ้ใช้แทน ข้อตกลงเกี่ยวกับค่าทนายความนี้ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 163 แล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินโฉนดที่ ๗๐๘๐ ของโจทก์ โดยมีสัญญาเช่าคราวละ ๑ ปี จนถึงปี ๒๔๙๘ หลังจากนั้น โจทก์ยอมให้จำเลยเช่าอยู่เรื่อยมาโดยไม่มีสัญญาต่อกัน ต่อมาวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๑๒ โจทก์มีหนังสือขอขึ้นค่าเช่าจากเดือนละ ๗๕ บาท เป็น ๑๕๐ บาท ตั้งแต่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๒เป็นต้นไป จำเลยทราบแล้วเพิกเฉย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา จำเลยไม่ยอมออกจึงขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินของโจทก์ให้ชำระค่าเช่าที่ค้าง ๓๗๕ บาท กับใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๑๕๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกจากที่ดินของโจทก์

จำเลยให้การว่า เช่าที่ดินโจทก์จริง เมื่อโจทก์ขอขึ้นค่าเช่าเป็นเดือนละ๑๕๐ บาท จำเลยขอต่อรองเหลือ ๑๒๐ บาท โจทก์ไม่ยอม จำเลยจึงไปติดต่อทนายโจทก์ขอชำระค่าเช่าตามที่โจทก์ต้องการ แต่ทนายโจทก์ขอค่าทนายอีก๒,๕๐๐ บาท จำเลยขอให้รับเงินค่าเช่าไว้ก่อน ค่าทนายค่อยพูดกันทีหลังทนายโจทก์ไม่ยอมรับค่าเช่าไว้ การที่จำเลยไม่ชำระค่าเช่าเป็นความผิดของโจทก์โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง วันนัดสืบพยานนัดแรก ทนายโจทก์ ทนายจำเลยต่างมาศาล ตัวจำเลยป่วย ทนายทั้งสองฝ่ายจึงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน และศาลพิพากษาตามยอมนั้นแล้ว โดยโจทก์ยอมให้จำเลยอยู่ในที่เช่าได้อีก ๑ ปีจำเลยยอมให้ค่าเช่าที่ค้างกับค่าเสียหายรวม ๙๗๕ บาท กับค่าทนายอีก๓,๐๐๐ บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ว่า ทนายจำเลยทำการฉ้อฉลจำเลยและการตกลงยอมความกับทนายโจทก์เป็นไปโดยพลการ เกินคำขอ เป็นการละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๘(๒) ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์เฉพาะเรื่องที่อ้างว่าเป็นการฉ้อฉล

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า

ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลและศาลพิพากษาตามยอมนั้น มิใช่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทอย่างคดีธรรมดาที่ต้องสืบพยานกัน จึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ ซึ่งห้ามมิให้พิพากษาเกินคำขอหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง การที่คู่ความตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลตามมาตรา ๑๓๘ คงบังคับไว้แต่เพียงต้องตกลงกันในประเด็นแห่งคดี ซึ่งหมายรวมถึงที่เกี่ยวเนื่องกับประเด็นนั้น ๆ ด้วย ถ้านอกประเด็น ศาลก็ไม่มีหน้าที่ทำยอมให้ และเมื่อปรากฏชัดว่าข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือเห็นว่าชอบด้วยกฎหมายแล้วก็ต้องพิพากษาคดีให้เสร็จไปตามยอมนั้น

ไม่มีหน้าที่ต้องย้อนไปดูว่าเกินคำขอในฟ้องหรือไม่ ส่วนที่ทนายจำเลยตกลงยอมให้ค่าทนายโจทก์ ๓,๐๐๐ บาทนั้นเมื่อทนายจำเลยมีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับฝ่ายโจทก์ได้ตามใบแต่งทนายจำเลย จำเลยจะมาปฏิเสธไม่ยอมรับผิดชอบไม่ได้ และกรณีเช่นนี้ คู่ความจะตกลงค่าทนายความมากน้อยเท่าใดก็ได้ เพราะเป็นเรื่องตกลงกันให้จำเลยรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมอันได้แก่ค่าทนายความด้วยไม่จำต้องถือตามบัญชีอัตราค่าทนายความตามตาราง ๖ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เพราะมิใช่เรื่องที่ศาลกำหนดค่าทนายความให้ฝ่ายแพ้ใช้แทน ข้อตกลงเกี่ยวกับค่าทนายความนี้ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๖๓ แล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่า คำพิพากษาตามยอมในคดีนี้ย่อมมีผลผูกพันจำเลยได้ ไม่เสียไป ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยเสียนั้น ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสถียร ลิมปิษเฐียร · ถนอม ครูไพศาล · ชุ่ม สุนทรธัย
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเนิ่น อนุโรจน์
ศาลอุทธรณ์ - นายยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้