Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1846/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เงินค่าบริการที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างนั้นเป็นเงินที่นายจ้างคิดเพิ่มจากผู้ที่มาใช้บริการของโรงแรมอีกร้อยละสิบของค่าใช้จ่าย ได้แก่ ค่าที่พักและค่าบริการต่าง ๆ และเจ้าหน้าที่ของนายจ้างจะเก็บรวบรวมไว้ หากมีความเสียหายที่เกิดจากผู้ที่มาใช้บริการนายจ้างก็จะนำเงินดังกล่าวบางส่วนไปชดใช้ค่าเสียหาย เหลือเท่าใดจึงนำไปแบ่งเฉลี่ยแก่ลูกจ้างคนละเท่ากัน ซึ่งในแต่ละเดือนเป็นจำนวนไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้ที่มาใช้บริการและค่าเสียหายดังกล่าว ดังนี้ เงินค่าบริการจึงเป็นเงินที่นายจ้างเรียกเก็บจากลูกค้าแทนลูกจ้างโดยประสงค์ให้ตกเป็นของลูกจ้างทั้งหมด และกรณีนายจ้างเรียกเก็บไม่ได้ เพราะไม่มีผู้มาใช้บริการ นายจ้างก็ไม่มีข้อผูกพันว่าจะต้องจ่ายเงินค่าบริการแก่ลูกจ้าง การที่ลูกจ้างจ่ายให้แก่นายจ้างโดยตรงเป็นเพียงวิธีปฏิบัติเพื่อให้ลูกจ้างได้รับเงินโดยทั่วถึงกันเท่านั้น มิใช่เป็นการเรียกเก็บค่าบริการเอาเป็นของนายจ้างเองแล้วจัดแบ่งแก่ลูกจ้างในภายหลัง เงินค่าบริการจึงไม่ถือว่าเป็นค่าจ้าง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ตำแหน่งพนักงานทำความสะอาด ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ปฏิบัติฝ่าฝืนกฎระเบียบข้อบังคับของจำเลยกรณีร้ายแรง จำเลยเลิกจ้างโดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าหรือจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และไม่จ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ โจทก์มิได้กระทำความผิดตามที่จำเลยกล่าวอ้าง การเลิกจ้างจึงเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้รับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งอัตราค่าจ้างและสภาพการจ้างไม่ต่ำกว่าเดิมโดยให้นับอายุงานติดต่อกันเสมือนมิได้เลิกจ้างและให้จ่ายค่าเสียหายเป็นเงินเดือนนับแต่วันที่เลิกจ้างจนกว่าจะรับโจทก์เข้าทำงาน หากไม่ปฏิบัติตามให้ใช้ค่าเสียหาย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามกฎหมายแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า เหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ใช้ไม้กวาดขว้างผู้บังคับบัญชา เพราะไม่พอใจการสั่งงานซึ่งเป็นการเจตนาทำร้ายร่างกาย และลบหลู่หยาบคายต่อผู้บังคับบัญชาอันเป็นความผิดร้ายแรงตามข้อบังคับการทำงาน จึงเป็นการเลิกจ้างโดยชอบด้วยข้อ ๔๗ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานจำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า สาเหตุแห่งการเลิกจ้างดังกล่าวถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ส่วนเงินค่าบริการเป็นเงินเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท นั้นไม่เป็นค่าจ้างอันพึงนำมาคำนวณค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เพราะเป็นเงินที่จำเลยเรียกเก็บจากลูกค้าเป็นพิเศษแล้วนำมาจ่ายให้โจทก์ ทั้งเป็นจำนวนไม่แน่นอน ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมด้วยดอกเบี้ย โจทก์ จำเลย อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเฉพาะประเด็นข้อ ๓ และข้อ ๔ ให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลแรงงานกลางพิจารณาใหม่แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระค่าชดเชยค่าเสียหายและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินค่าชดเชยนับแต่วันเลิกจ้าง และดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันในต้นเงินค่าเสียหายและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์ จำเลย อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ปัญหาว่าเงินค่าบริการเป็นค่าจ้างหรือไม่นั้น ได้ความว่า เงินค่าบริการที่จำเลยจ่ายแก่โจทก์และพนักงานของจำเลยนั้นเป็นเงินที่จำเลยคิดเพิ่มจากผู้ที่มาใช้บริการของโรงแรมอีกร้อยละสิบจากค่าใช้จ่าย (ค่าที่พักและค่าบริการต่างๆ) ตามปกติแล้วเจ้าหน้าที่การเงินของจำเลยจะเป็นผู้เก็บรวบรวมไว้ บางครั้งหากมีความเสียหาย (ที่เกิดจากผู้ที่มาใช้บริการ) จำเลยจะนำเงินนี้บางส่วนไปชดใช้ค่าเสียหาย เหลือเท่าใดจึงนำไปแบ่งเฉลี่ยให้แก่พนักงานทุกคนคนละเท่ากัน ซึ่งแต่ละเดือนพนักงานจะได้รับจำนวนไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับจำนวนผู้มาใช้บริการของโรงแรมและที่พักชดใช้ค่าเสียหายแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่า เงินค่าบริการซึ่งจำเลยเรียกเก็บจากลูกค้าเป็นเงินประเภทอื่น นอกเหนือจากค่าตอบแทนที่ลูกค้าได้ใช้บริการอันเป็นกิจการของจำเลยผู้เป็นนายจ้างและจำเลยเรียกเก็บจากลูกค้าโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้เงินดังกล่าวตกเป็นของลูกจ้างทั้งหมดโดยไม่คำนึงว่าเงินค่าบริการนี้จำเลยจะเรียกเก็บจากลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด ทั้งในกรณีที่จำเลยเรียกเก็บจากลูกค้าไม่ได้เพราะไม่มีผู้มาใช้บริการกิจการของจำเลยหรือไม่มีเงินค่าบริการ จำเลยก็ไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดหรือไม่มีข้อผูกพันว่าจะต้องจ่ายเงินค่าบริการให้แก่ลูกจ้าง ฉะนั้นเงินค่าบริการจึงเป็นเงินที่จำเลยเรียกเก็บแทนลูกจ้าง ส่วนการที่ลูกค้าจ่ายให้แก่จำเลยโดยตรงโดยไม่ได้จ่ายให้แก่ลูกจ้างนั้น เป็นเพียงวิธีปฏิบัติโดยจำเลยทำหน้าที่เป็นผู้เก็บรวบรวมไว้แล้วจัดแบ่งให้แก่ลูกจ้างเพื่อให้ลูกจ้างได้รับเงินค่าบริการโดยทั่วถึงกัน

มิได้หมายความว่าจำเลยเรียกเก็บเงินค่าบริการเอาเป็นของจำเลยแล้วจัดแบ่งให้แก่ลูกจ้างในภายหลังดังนั้นเงินค่าบริการจึงไม่ถือว่าเป็นค่าจ้างตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๒ ซึ่งการคำนวณเงินประเภทต่าง ๆ ต้องนำไปเป็นฐานคำนวณด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เสนอ ศรนิยม
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายวิรัตน์ ลัทธิวงศกรศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7038/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2544

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1830/2544

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยเป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้มีชื่อจำนวน 55 คน ได้กระทำผิดด้วยการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7330/2543

นายจ้างบอกเลิกจ้างลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 และไม่ให้ลูกจ้างทำงานตั้งแต่วันดังกล่าว คงจ่ายแต่เฉพาะสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้าง เงินดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้