Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1843/2497

พ.ศ. 2497 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เครื่องหมายการค้าที่ยังไม่จดทะเบียนนั้น ถ้าโต้แย้งกันว่าใครมีสิทธิดีกว่าที่จะนำไปจดทะเบียน ก็อาจนำคดีมาสู่ศาลให้วินิจฉัยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีเรื่องนี้ โจทก์และจำเลยต่างยื่นคำขอต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในสินค้าประเภทที่ 8 เฉพาะสินค้าแว่นตาอย่างเดียวกัน และขอใช้ตัวอักษรเป็นเครื่องหมายการค้าเช่นเดียวกัน โดยโจทก์ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่า "HACO" (ฮาโก้) และจำเลยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่า "MACO" (มาโก้) ซึ่งนายทะเบียนพิเคราะห์เห็นว่าเป็นเครื่องหมายการค้าที่คล้ายคลึงกัน จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา 17 แจ้งให้โจทก์จำเลยทราบว่าจะพิจารณาคำขอให้ต่อไปไม่ได้จนกว่าจะได้ทำความตกลงกันเองหรือนำคดีไปสู่ศาล และโจทก์จำเลยตกลงกันไม่ได้ โจทก์จึงได้นำคดีเรื่องนี้มาฟ้องโดยอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของและผู้ประดิษฐ์เครื่องหมายการค้า

"HACO" ซึ่งใช้กันแพร่หลายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศสำหรับสินค้าแว่นตาและกรอบแว่นตามาช้านานหลายปีแล้ว ก่อนเครื่องหมายการค้า MACOซึ่งเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของโจทก์ เป็นเหตุให้มหาชนเกิดความสับสนและหลงเข้าใจผิดได้โดยง่าย จึงขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิที่จะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า HACO ดีกว่าจำเลยที่จะยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า MACO ขอให้ห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้า MACO และให้จำเลยถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า MACO ต่อนายทะเบียนเสียด้วยจำเลยต่อสู้คดีว่า โจทก์จะเป็นเจ้าของและผู้ประดิษฐ์เครื่องหมายการค้า HACO หรือไม่ไม่ทราบ และไม่รับรองว่าใช้กันแพร่หลายมาก่อนเครื่องหมายการค้า MACO ของจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง MACO ของจำเลยก็ไม่เหมือนหรือคล้ายกับ HACO แต่อย่างใด ไม่ได้เลียนแบบของผู้ใดและไม่เป็นเหตุให้มหาชนเข้าใจผิด ทั้งจำเลยได้ยื่นคำขอจดทะเบียนก่อนโจทก์ด้วย โจทก์ไม่มีสิทธิอันใดจะห้ามจำเลยใช้และไม่ให้จำเลยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า MACO ได้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาแล้ว ตั้งประเด็นขึ้น 6 ข้อ และวินิจฉัยตามประเด็นเหล่านั้นว่า(1) โจทก์เป็นเจ้าของห้าง เอ.เฮ้าสเล่อร์แอนกำปนี(2) โจทก์ได้มอบอำนาจให้นางสาวอีนาเยอรเกนเช่น ฟ้องคดีเรื่องนี้(3) โจทก์เป็นเจ้าของและผู้ประดิษฐ์เครื่องหมายฮาโก้จดทะเบียนในประเทศสวิสเซอร์แลนด์และในต่างประเทศมาตั้งแต่ พ.ศ. 2488(4) เครื่องหมายการค้าของโจทก์ใช้มาก่อนเครื่องหมายการค้าของจำเลย(5)

โจทก์รับโอนสิทธิการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าฮาโก้ จากหุ้นส่วนจำกัดภิรมย์เภสัช(6) เครื่องหมายการค้ามาโก้ของจำเลยมีลักษณะคล้ายคลึงหรือเกือบเหมือนเครื่องหมายการค้าฮาโก้ของโจทก์จึงพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิที่จะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าฮาโก้ดีกว่าที่จำเลยขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาโก้ ห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้ามาโก้ต่อไป และให้จำเลยถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาโก้เสีย ทั้งนายทะเบียนไม่ต้องรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาโก้นั้น ให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมค่าทนาย 300 บาทแทนโจทก์ด้วยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นเจ้าของห้าง เอ.เฮ้าสเล่อร์แอนด์โก ทำแว่นตาและกรอบแว่นตาเครื่องหมายฮาโก้ออกจำหน่าย

ได้ส่งมาจำหน่ายในเมืองไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2489ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทเมืองทอง จำเลย ตั้งขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2490 ประดิษฐ์แว่นตาและกรอบแว่นตาชื่อมาโก้ ออกจำหน่ายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2493 เมื่อเดือนมกราคม 2494 จำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายมาโก้ และเดือนกุมภาพันธ์ 2494 ห้างภิรมย์เภสัชขอจดทะเบียนเครื่องหมายฮาโก้ แล้วห้างภิรมย์เภสัชโอนสิทธิในการขอนี้ให้แก่โจทก์ แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเห็นว่าเครื่องหมายทั้งสองเครื่องหมายนี้คล้ายคลึงใกล้ชิดกันจึงแจ้งให้ทั้งสองฝ่ายทำความตกลงหรือนำคดีขึ้นสู่ศาลแต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า บุคคลที่จะอ้างว่าเป็นเจ้าของมีสิทธิผู้เดียวเพื่อใช้เครื่องหมายสำหรับสินค้านั้นจะต้องเป็นผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นไว้ตามมาตรา 27 สำหรับเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนไม่ปรากฏในมาตราใดแห่งกฎหมายนี้ให้สิทธิอันใดขึ้นมาตามกฎหมายและแม้เครื่องหมายการค้ารายที่เหมือนกัน

หากนายทะเบียนเห็นเป็นการสมควรก็อาจรับจดทะเบียนให้ทั้งสองฝ่ายได้ตามมาตรา 18 ฉะนั้นโจทก์จึงไม่มีสิทธิพิเศษอย่างใดที่จะห้ามจำเลยไม่ให้จดทะเบียนหรือใช้เครื่องหมายมาโก้ของจำเลย และกรณีที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาลตาม มาตรา 17 ก็ต้องหมายถึงว่าเฉพาะกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิที่จะอ้างอิงได้ดีกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งอีกฝ่ายหนึ่งได้โต้แย้งสิทธิของตนผู้ที่เสียสิทธิก็ชอบที่จะใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 สำหรับคดีนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่อย่างใดที่กฎหมายรับรองไว้ จึงไม่มีสิทธิที่จะเอากรณีนี้มาฟ้องให้ศาลพิพากษาได้จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมค่าทนายสองศาลแก่จำเลย 300 บาทโจทก์ฎีกาศาลฎีกาได้ฟังคำแถลงการณ์ของฝ่ายโจทก์และตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว

เห็นว่า จริงอยู่พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา 27 และมาตรา 29 วรรคต้นรับรองสิทธิทั่วไปของเจ้าของเครื่องหมายการค้าซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว แต่มาตรา 29 นั้นเอง วรรคท้ายก็ยังรับรองทางแก้ของผู้เสียหายที่ยังมิได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ด้วย และปัญหาเบื้องต้นแห่งคดีเรื่องนี้มีอยู่เพียงว่า ในระหว่างโจทก์กับจำเลยซึ่งต่างกำลังขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนอยู่ด้วยกันนี้ ฝ่ายใดสมควรที่จะได้รับการจดทะเบียนดีกว่ากันเท่านั้นควรจะสังเกตว่า มาตรา 16, 17, 18, 19 เป็นเรื่องดุลพินิจของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามเหตุผลที่ปรากฏแล้วแต่กรณีเมื่อนายทะเบียนสั่งการไปโดยอาศัยอำนาจตามมาตราใด ทางแก้ก็ต้องเป็นไปตามความในมาตรานั้น

ๆ โดยเฉพาะศาลอุทธรณ์ยกเอามาตรา 18 ขึ้นมาเทียบกับคดีเรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องคนละเรื่องมิได้เกี่ยวข้องกันอย่างใดเลยปัญหาในคดีเรื่องนี้เกี่ยวกับ มาตรา 17 โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นบทบัญญัติพิเศษให้คู่กรณีนำคดีมาเสนอต่อศาลได้ ดังนี้แล้วจะอ้างว่า "เครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนไม่ปรากฏในมาตราใดแห่งกฎหมายนี้ให้สิทธิอันใดขึ้นมาตามกฎหมาย จึงฟ้องไม่ได้" ดังที่ศาลอุทธรณ์อ้างมานั้นกระไรได้ เพราะมาตรา 17 นี้เองให้สิทธิแก่โจทก์อยู่แล้วอย่างชัดแจ้งและตอนท้ายที่ว่า ฝ่ายหนึ่งมีสิทธิดีกว่า แต่อีกฝ่ายหนึ่งโต้แย้งสิทธิของตน ก็ชอบที่จะใช้สิทธิทางศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจะต้องรอให้มีการโต้แย้งสิทธิกันเสียก่อนจึงจะฟ้องร้องกันได้ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานี้แล้ว บทบัญญัติใน มาตรา 17 ที่ให้คู่กรณีนำคดีมาเสนอต่อศาลได้นั้นก็ไม่มีประโยชน์พิเคราะห์ มาตรา 41-42 ต่อไปก็ยังรับรองยืนยันว่า แม้ถึงว่านายทะเบียนจะได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้ฝ่ายหนึ่งไปแล้วก็ดีบุคคลที่มีสิทธิดีกว่ายังอาจขออำนาจศาลให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นเสียได้ดังนี้จะอ้างเพียงแต่ว่าเมื่อยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้แล้ว ย่อมไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องให้ศาลพิจารณาพิพากษาได้ เพราะโจทก์ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่อย่างใดที่กฎหมายรับรองไว้จึงเป็นการไม่ถูกต้อง โดยศาลฎีกาเห็นว่าบทกฎหมายดังกล่าวมาทั้งนี้รับรองสิทธิของเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ยังมิได้จดทะเบียนอยู่เหมือนกันและโดยเฉพาะคดีเรื่องนี้โจทก์มีสิทธิที่จะฟ้องจำเลยได้ตามมาตรา 17ด้วยเหตุทั้งหลายดังกล่าวมา ศาลฎีกาจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาและพิพากษาคดีเรื่องนี้ใหม่ตามนับแห่งข้อกฎหมายดังกล่าวแล้วข้างต้น ค่าธรรมเนียมและค่าทนาย 150 บาท ในชั้นนี้ให้ผู้แพ้คดีในที่สุดเป็นผู้เสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้