Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยรับโอนสิทธิการเช่าห้องของโจทก์มาจากผู้เช่าเดิมซึ่งเสียเงินช่วยค่าก่อสร้างให้โจทก์ ขณะรับโอนกำหนดเวลาเช่าของผู้เช่าเดิมยังเหลืออยู่ 8 เดือน โจทก์ทำสัญญาเช่ากับจำเลยมีกำหนด 3 ปี 8 เดือน โดยรวมกำหนดเวลาเช่าเดิมด้วย แม้จำเลยจะเสียเงินให้แก่ผู้เช่าเดิมเพื่อรับโอนสิทธิการเช่า. ก็ไม่ทำให้สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาเพราะห้องมีมาแต่เดิมจำเลยหาได้ก่อสร้าง (หรือเสียเงินช่วยค่าก่อสร้าง) ให้โจทก์ไม่ จำเลยจึงไม่มีสิทธิสืบพยานว่าโจทก์ตกลงให้จำเลยเช่ามีกำหนดเวลาเกินกว่าที่ระบุไว้ในสัญญา การเช่าบ้านหลังจากพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดินพ.ศ.2504 ใช้บังคับแล้ว แม้จะเป็นการเช่าเพื่ออยู่อาศัย ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องของโจทก์ทำการค้า มีกำหนด ๓ ปี ๘ เดือน ครบกำหนดแล้ว โจทก์ได้บอกเลิกสัญญา แต่จำเลยไม่ยอมออกขอให้บังคับจำเลยออกและใช้ค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่า เดิมนายจำนงค์เช่าห้องพิพาทจากโจทก์อยู่อาศัยมีกำหนด ๑๐ ปี โดยเสียเงินช่วยค่าก่อสร้างให้โจทก์ ๑๖,๐๐๐ บาทเมื่อเหลือเวลาอีก ๘ เดือนจะครบสัญญา โจทก์กับนายจำนงค์ตกลงให้จำเลยรับโอนสิทธิการเช่า โดยโจทก์ยอมให้จำเลยเช่าต่ออีก ๑๐ ปีโดยจำเลยต้องเสียค่าโอนสิทธิการเช่าให้นายจำนงค์ ๑๗,๕๐๐ บาท และนายจำนงค์เสียค่าโอนสิทธิให้โจทก์ ๑,๐๐๐ บาท แต่เพื่อไม่ต้องจดทะเบียนการเช่าและปิดบังเงินได้ของโจทก์ โจทก์จึงให้ทำสัญญาเช่าคราวละ ๓ ปี และจำเลยต้องเสียค่าต่อสัญญาครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท

สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยได้นำอายุการเช่าของนายจำนงค์ที่เหลือ ๘ เดือนมารวมด้วยเป็น ๓ ปี ๘ เดือน เมื่อจะครบสัญญาจำเลยยอมเสียเงินค่าต่อสัญญา แต่โจทก์กลับหาเหตุมาฟ้องขับไล่ จำเลยมิได้เช่าทำการค้าและไม่อยู่ในทำเลการค้า ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าฯ จำเลยไม่เคยได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่าสัญญาเช่าหมดอายุแล้วจำเลยไม่มีสิทธิอยู่ในห้องพิพาทต่อไป กรณีนี้เป็นการเช่าเมื่อพ.ศ. ๒๕๐๖ ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. ๒๕๐๔ การเช่าระงับ เมื่อสิ้นกำหนดเวลาที่ตกลงไว้มิพักต้องบอกกล่าว พิพากษาขับไล่จำเลยและให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้สืบพยานตามข้ออ้างของโจทก์และข้อต่อสู้ของจำเลยในเรื่องอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๐, ๕๖๖ แล้วพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ขอให้แก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยนำสืบพยานในประเด็นเรื่องสัญญาต่างตอบแทน และได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าฯ ปัญหาที่ศาลอุทธรณ์ให้สืบพยานในเรื่องอำนาจฟ้อง เป็นอันยุติโดยโจทก์มิได้ฎีกาคัดค้าน

ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาของจำเลยว่า สัญญาเช่าตามเอกสารท้ายฟ้องเป็นสัญญาเช่าห้องตามธรรมดา ไม่มีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาแต่อย่างใดเพราะห้องพิพาทมีมาแต่เดิมจำเลยหาได้ก่อสร้างให้โจทก์ไม่ เงิน ๑๗,๕๐๐ บาท ที่จำเลยอ้างในคำให้การว่าจ่ายให้นายจำนงค์เป็นเงินที่จำเลยจ่ายไปเพื่อรับโอนสิทธิการเช่าห้องพิพาทจากนายจำนงค์ แม้จะเป็นความจริงก็เพื่อให้ได้สิทธิการเช่ากับโจทก์ จึงไม่ใช่สัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา จำเลยไม่มีสิทธิสืบพยานในข้อนี้ ส่วนเรื่องที่จะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. ๒๕๐๔ หรือไม่นั้นปรากฏว่าจำเลยทำสัญญาเช่ากับโจทก์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๖ ภายหลังพระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับแล้ว แม้จะเป็นการเช่าเพื่ออยู่อาศัย ก็ไม่ได้รับความคุ้มครอง จำเลยไม่มีสิทธินำสืบในประเด็นข้อนี้อีก

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ใหญ่ ศาลยาชีวิน · ใหญ่ ศาลยาชีวิน · ถาวร หุตะโกวิท
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายธวัช สิทธิชัย
ศาลอุทธรณ์ - นายยิ่งศักดิ์ กฤษณะจินดา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้