Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำบังคับเป็นหน้าที่ของศาล เมื่อศาลได้พิพากษาหรือมีคำสั่งอย่างใดซึ่งจะต้องมีการบังคับคดี ศาลต้องมีคำบังคับ ถ้าศาลมิได้มีคำบังคับไว้ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็ขอให้ศาลมีคำบังคับได้ ศาลได้พิพากษาตามยอมและมีคำสั่งท้ายคำพิพากษาให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมไม่ปฏิบัติตามจะถูกยึดทรัพย์ จำขัง ฯลฯ นั้น ถือว่าได้มีคำบังคับไว้แล้ว ศาลจึงไม่ออกคำบังคับซ้ำให้อีก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาขายที่ดินให้โจทก์เป็นเงิน ๑๐,๕๐๐ บาท และได้รับเงินล่วงหน้าไป ๖,๕๐๐ บาท ต่อมาเจ้าพนักงานที่ดินไม่ยอมทำการโอนให้เพราะโจทก์เป็นภรรยาคนต่างด้าว โจทก์จำเลยจึงตกลงเลิกสัญญา จำเลยรับรองจะคืนเงิน ๖,๕๐๐ บาทให้ แต่ไม่คืนขอให้บังคับ

จำเลยให้การปฏิเสธ โจทก์จำเลยทำสัญญประนีประนอมยอมความกัน และศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญายอม ขอให้ศาลมีคำบังคับ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยได้ดำเนินการตามสัญญายอมแล้ว จึงไม่บังคับให้

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยชำระเงิน ๖,๕๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คำบังคับเป็นหน้าที่ของศาล คือ เมื่อศาลได้พิพากษาหรือมีคำพิพากษาก็ขอให้ศาลมีคำบังคับได้ สำหรับคดีนี้ โจทก์น่าจะเข้าใจว่า ในฐานะที่โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ศาลยังมิได้มีคำบังคับจำเลย โจทก์จึงแถลงขอ โดยใช้ถ้อยคำว่า ขอศาลได้โปรดมีคำบังคับ ถ้าโจทก์ประสงค์จะขอให้ศาลบังคับคดี โจทก์คงจะร้องขอมาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ เหตุนี้ จึงฟังว่าคำแถลงของโจทก์นั้น โจทก์ขอให้ศาลมีคำบังคับ ไม่ใช่ขอให้ศาลบังคับคดี

ปัญหาต่อไปมีว่า โจทก์ขอให้มีคำบังคับได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ไม่จำต้องขออีกเพราะคำพิพากษาตามยอมได้มีคำบังคับไว้แล้ว ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่บังคับให้ จึงเป็นการถูกในผลที่จะไม่บังคับซ้ำอีก ฏีกาของจำเลยฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับตามผลศาลชั้นต้นที่ไม่สั่งให้มีคำบังคับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุศย์ ขันธวิทย์ · สนิท สุมาวงศ์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายพิชัย รชตะนนทน์
ศาลอุทธรณ์ - นายประภาษ วณิกเกียรติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้