Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1838/2499

พ.ศ. 2499 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เช่าที่ดินจำเลย 2 ปี ชำระค่าเช่าปีละครั้งและจำเลยกู้เงินโจทก์กำหนด 1 ปีข้อสัญญามีว่าจะชำระดอกเบี้ยทุกเดือน ยังไม่ครบ 1 ปีโจทก์ได้ฟ้องเรียกเงินกู้อ้างว่าจำเลยผิดสัญญาไม่ชำระดอกเบี้ยทุกเดือน จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยยังไม่ผิดสัญญาและนำสืบว่ามีสัญญาปากเปล่าระหว่างโจทก์จำเลยว่าให้จำเลยหักดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ชำระค่าเช่าที่ดินซึ่งมีจำนวนเท่ากัน จำเลยนำสืบเช่นนี้ได้ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม.94.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ ๑๐,๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ยโดยอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาไม่ชำระดอกเบี้ย จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ขอให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู้ว่าได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์ไปจริง โดยเดิมโจทก์ตกลงซื้อที่จำเลยหนึ่งแปลงราคา ๑๐,๐๐๐ บาท ระหว่างรออำเภอประกาศตามระเบียบโจทก์เร่งร้อนที่จะปลูกสร้างโรงเรือน จึงมอบเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทให้จำเลย โดยให้จำเลยทำสัญญากู้ให้โจทก์ โดยมีข้อตกลงกันว่าดอกเบี้ยเงินกู้นั้นให้หักเป็นค่าเช่าที่ดิน จำเลยยังไม่ผิดสัญญา สัญญากู้ยังไม่ถึงกำหนด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๒

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อตกลงหักหนี้ที่จำเลยอ้างมิได้ระบุไว้ในสัญญากู้ต้องห้ามมิให้นำสืบ พิพากษาให้จำเลยใช้เงินต้นและดอกเบี้ย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยนำสืบเรื่องหักหนี้ได้ และฟังว่าความจริงเป็นเรื่องซื้อขายที่ดิน เมื่อมีข้อตกลงกันให้หักดอกเบี้ยกับค่าเช่าที่ดินกันแล้วจำเลยจึงยังไม่ผิดสัญญา หนี้ยังไม่ถึงกำหนดชำระ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าโจทก์ตกลงซื้อที่ดินจำเลยราคา ๑๐,๐๐๐ บาท ระหว่างรอคำสั่งของอำเภอในการซื้อรายนี้ โจทก์ต้องการปลูกสร้างลงในที่ดินก่อน จึงตกลงกันโดยโจทก์ทำสัญญาเช่า ๒ ปี ค่าเช่าปีละ ๑,๕๐๐ บาท และโจทก์มอบเงินให้จำเลย ๑๐,๐๐๐ บาท โดยให้จำเลยทำสัญญากู้ไว้มีกำหนด ๑ ปีดอกเบี้ยร้อยละ ๑.๒๕ บาท และตกลงกันด้วยปากว่าดอกเบี้ยและค่าเช่าเท่ากันไม่ต้องชำระให้แก่กัน ต่อมาการซื้อขายทำกันไม่ได้ โจทก์จึงฟ้องคดีนี้

ศาลฎีกาเห็นว่าการสืบข้อตกลงหักดอกเบี้ยกับค่าเช่าเป็นการสืบถึงสัญญาอีกอันหนึ่ง กำหนดวิธีการชำระหนี้แก่กันโดยให้หักดอกเบี้ยไว้เป็นค่าเช่า จึงไม่ใช่การสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมเอกสาร ฉนั้นเมื่อโจทก์จำเลยตกลงกันยอมให้หักดอกเบี้ยไว้เป็นค่าเช่าได้เช่นนี้ จำเลยจึงยังหาผิดสัญญากู้ไม่สัญญายังไม่ถึงกำหนด โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้อง ศาลฎีกาพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสงขลา - นายอำพัน บุญ -
ศาลอุทธรณ์ - นายเจน เวชศิลป -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4209/2566

แม้สัญญากู้ยืมเงินเป็นสัญญาที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง แต่กฎหมายไม่ให้ถือว่าเป็นการตัดสิทธิคู่ความในอันที่จะกล่าวอ้างและนำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างว่า สัญญาหรือหนี้อย่างอื่นที่ระบุไว้ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2566

แม้ตามสำเนาหนังสือสัญญาจำนองรวมแปดโฉนด ข้อ 5 ระบุให้สัญญาฉบับนี้เป็นหลักฐานการกู้เงิน ข้อ 6 ระบุว่า ไม่มีดอกเบี้ย กำหนดชำระคืนภายในหนึ่งปี และตามบันทึกข้อตกลง ข้อ 1 ระบุว่า หากผู้กู้ผิดสัญญากู้โดยไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5003/2565

ในการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทตามรายงานการประชุมคณะกรรมการของโจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ในฐานะประธานที่ประชุมนั้น มีการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทหลายครั้งต่างวาระกัน แต่กลับระบุว่าเป็นการประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6607/2561

ป.วิ.พ. มาตรา 94 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อใดมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ แม้ถึงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะได้ยินยอมก็ดี..." ก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้