Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1836/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างและตัวแทนของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขับรถของจำเลยที่ 2 ไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับด้วยความประมาทชนรถของโจทก์เสียหาย ขอให้ร่วมกันและแทนกันชำระค่าเสียหาย จำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ออกรถยนต์ จำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกแรงงานร่วมกันรับจ้างบรรทุกของของผู้อื่น แล้วจำเลยที่ 2 นำสืบในทำนองนี้ และว่าจำเลยที่ 2ไม่ได้ตกลงทำสัญญารับจ้างขนของรายนั้น จำเลยที่ 1 เป็นผู้ไปตกลงเองผลประโยชน์แบ่งกันคนละครึ่ง ดังนี้ เห็นได้ว่าการดำเนินกิจการเกี่ยวกับรถยนต์คันนี้ ระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 เข้าลักษณะเป็นหุ้นส่วนกัน โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกแรง จำเลยที่ 2 เป็น ผู้ออกทรัพย์เมื่อการกระทำของหุ้นส่วนทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดร่วมกันและแทนกัน และคดีนี้โจทก์ฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้รับผิดในฐานะที่จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนด้วย คดีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 หรือไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นคนขับรถยนต์ เลขทะเบียน ก.ท.ว.๑๑๑๐๖ เป็นลูกจ้างและตัวแทนของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของรถดังกล่าวและเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ สั่งให้จำเลยที่ ๑ ปฏิบัติงานในทางการที่จ้างตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ และปฏิบัติตามคำสั่งและในทางการที่จ้างและธุรกิจของจำเลยที่ ๓ โดยบรรทุกลูกระเบิดซึ่งจำเลยที่ ๒, ที่ ๓ ร่วมกันรับจ้างขนส่งจำเลยที่ ๑ ขับรถด้วยความเร็วสูงเกินอัตรา ได้ขับด้วยความประมาทชนรถยนต์อีซูซุ ก.ท.ร.๑๐๙๐๔ ของโจทก์ตกลงในคูเสียหายมากและนายประยูรแซ่เงียะ ลูกจ้างโจทก์ซึ่งเป็นคนขับได้รับบาดเจ็บ ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันชำระค่าซ่อมแซมรถ ๓๗,๙๖๕ บาท ค่าเสียเวลาไม่ได้ใช้รถระหว่างซ่อม

ต้องเช่ารถผู้อื่น ๖๐,๐๐๐ บาท ค่ารถเสื่อมราคา ๕๐,๐๐๐ บาท และดอกเบี้ยจากเงินค่าซ่อมรถนับแต่วันละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การต่อสู้ว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์ไม่ใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์ ก.ท.ร.๑๐๙๐๔ จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างไม่ได้อยู่ใต้บังคับบัญชาไม่ได้ปฏิบัติงานในทางการที่จ้างหรือตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ ความจริงจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ออกรถยนต์ จำเลยที่ ๑ เป็นฝ่ายออกแรงงานร่วมกันรับจ้างบรรทุกลูกระเบิดจำเลยที่ ๓ จึงเป็นนายจ้าง การที่รถชนกันเป็นความประมาทของลูกจ้างโจทก์ค่าเสียหายไม่เท่าที่ฟ้อง จำเลยที่ ๓ ให้การทำนองเดียวกับจำเลยที่ ๒ และปฏิเสธว่าจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างหรือตัวแทน

ไม่ได้อยู่ใต้บังคับบัญชาไม่ได้ปฏิบัติงานในทางการที่จ้างหรือคำสั่งของจำเลยที่ ๓ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถชนรถโจทก์โดยละเมิด จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดด้วย ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันและแทนกันชำระค่าซ่อมรถ ๓๓,๐๐๑ บาท ค่าเช่ารถจากคนอื่น ๓๐,๐๐๐ บาท ค่ารถเสื่อมราคา ๑๐,๐๐๐ บาท และดอกเบี้ยในเงินค่าซ่อมรถ ๓๓,๐๐๑ บาท นับแต่วันละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จส่วนจำเลยที่ ๓ ไม่ต้องรับผิด ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ผู้เดียวอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ด้วยนั้น ข้อนี้จำเลยที่ ๒ ได้ให้การไว้ว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ออกรถยนต์ จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ออกแรงงานร่วมกันรับจ้างบรรทุกลูกระเบิดให้องค์การ ร.ส.พ. และในการนำสืบ จำเลยที่ ๒ ก็นำสืบในทำนองนี้ เพียงแต่ว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ไปตกลงทำสัญญากับองค์การ ร.ส.พ. เองเท่านั้น จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ไปตกลงเอง ส่วนผลประโยชน์แบ่งกันคนละครึ่ง ดังนี้ จึงเห็นได้ชัดว่าการดำเนินกิจการเกี่ยวกับรถยนต์คันนี้ระหว่างจำเลยที่ ๑ กับที่ ๒ เข้าลักษณะเป็นหุ้นส่วนกันโดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ออกแรง จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ออกทรัพย์ เมื่อการกระทำของหุ้นส่วนทำให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลภายนอกคือโจทก์ จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดร่วมกันและแทนกันในกิจการของหุ้นส่วน และคดีนี้โจทก์ได้ฟ้องจำเลยที่ ๒ ให้รับผิดในฐานะที่จำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนด้วย คดีจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ หรือไม่ เมื่อวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นด้วยแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · สุธรรม วรรณแสง · อัศนี เกาไศยนันท์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายปรีชา สุมาวงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายสุมิตร ฟักทองพรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้