Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18316/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองปิดกั้นทางสาธารณะ แต่ไม่มีคำขอให้บังคับจำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในส่วนนี้ ฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้อนี้ซึ่งถือเป็นคำฟ้อง จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง ประกอบมาตรา 246, 247 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คำฟ้องของโจทก์ทั้งสองกล่าวอ้างว่า จำเลยทั้งสองขุดทำลายทางจำเป็นและปลูกต้นไม้ล้ำเข้ามาในทางจำเป็นโดยจงใจทำให้โจทก์ทั้งสองกับผู้ใช้ทางอื่นไม่ได้รับความสะดวก อันเป็นละเมิด ซึ่งขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาว่า จำเลยทั้งสองเข้าปรับปรุงทางพิพาทเนื่องจากมีข้อตกลงในการสร้างทางภาระจำยอมเพื่อใช้แทนทางจำเป็น หากการก่อสร้างทางดังกล่าวไม่เป็นไปตามข้อตกลง ก็ชอบที่โจทก์ทั้งสองจะฟ้องบังคับให้จำเลยทั้งสองแก้ไขให้ถูกต้องได้ การกระทำของจำเลยทั้งสองตามที่โจทก์กล่าวอ้างมาจึงไม่เป็นละเมิด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนต้นไม้และสิ่งกีดขวางออกตลอดแนวทางจำเป็น (ทางพิพาท) ตามที่ระบายด้วยสีแดงตามเอกสารท้ายฟ้องและให้ทางจำเป็น (ทางพิพาท) กลับคืนสู่สภาพเดิม ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารรบกวนการใช้ทางจำเป็น (ทางพิพาท) ของโจทก์ทั้งสองและบริวาร และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 8,730,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสองและค่าเสียหายอีกวันละ 10,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนต้นไม้และสิ่งกีดขวางออกจากทางจำเป็น (ทางพิพาท) และทำให้ทางจำเป็น (ทางพิพาท) กลับคืนสู่สภาพเดิม

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำขอท้ายฎีกาของโจทก์ทั้งสองขอให้บังคับจำเลยทั้งสองไปตามคำขอท้ายฟ้องข้อ 2 ถึงข้อ 5 ไม่ได้ขอให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายตามคำขอท้ายฟ้องข้อ 1 อันเนื่องมาจากจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดโดยปิดกั้นทางสาธารณะที่เชื่อมต่อไปถึงที่ดินของโจทก์ที่ 2 ดังนี้ แม้โจทก์ทั้งสองจะฎีกาคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 มาตามข้อ 2.2 ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการปิดกั้นทางสาธารณะ แต่เมื่อไม่มีคำขอบังคับในส่วนนี้ ฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้อนี้ซึ่งถือเป็นคำฟ้อง จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง ประกอบมาตรา 246, 247 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองตามข้อ 2.1 ว่า การที่จำเลยทั้งสองขุดทำลายและปลูกต้นไม้ล้ำเข้ามาตลอดแนวทางจำเป็นตามเส้นสีแดงในแผนที่สังเขป เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสองหรือไม่นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งสองไม่โต้แย้งกันฟังว่า เดิมโจทก์ทั้งสองใช้ทางจำเป็นเข้าออกสู่ทางสาธารณะซึ่งเชื่อมต่อกับทางดังกล่าว ต่อมาจำเลยทั้งสองจะก่อสร้างโรงแรม จึงทำข้อตกลงกับโจทก์ทั้งสองและเจ้าของที่ดินในบริเวณดังกล่าว โดยจะก่อสร้างทางภาระจำยอมเพื่อใช้แทนทางจำเป็น ในการก่อสร้างทางโจทก์ทั้งสองอ้างว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้ทำตามข้อตกลง จึงมีหนังสือแจ้งให้จำเลยทั้งสองแก้ไข ในระหว่างนั้นจะขอใช้ทางจำเป็นไปก่อน แต่จำเลยทั้งสองแจ้งว่า

การก่อสร้างทางเป็นไปตามข้อตกลงแล้ว ส่วนทางจำเป็นนั้นได้ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างลงแล้ว ไม่สามารถใช้เป็นทางจำเป็นได้อีก โจทก์ทั้งสองจึงมาฟ้องเป็นคดีนี้ ซึ่งตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองในข้อ 6 ไม่ได้กล่าวถึงทางภาระจำยอมตามบันทึกข้อตกลงการใช้ทางภาระจำยอม เพื่อใช้แทนทางจำเป็นแต่กล่าวอ้างว่า จำเลยทั้งสองขุดทำลายทางจำเป็นและปลูกต้นไม้ล้ำเข้ามาในทาง โดยจงใจทำให้โจทก์ทั้งสองกับผู้ใช้ทางอื่นไม่ได้รับความสะดวก อันเป็นการทำละเมิด ซึ่งขัดกับข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาว่า จำเลยทั้งสองเข้าปรับปรุงทางพิพาท เนื่องจากมีข้อตกลงในการก่อสร้างทางภาระจำยอมเพื่อใช้แทนทางจำเป็น หากการก่อสร้างทางไม่เป็นไปตามข้อตกลง ก็ชอบที่โจทก์ทั้งสองจะฟ้องบังคับให้จำเลยทั้งสองแก้ไขให้ถูกต้องได้ การกระทำของจำเลยทั้งสองตามที่โจทก์ทั้งสองกล่าวอ้างมาตามฎีกาข้อนี้ จึงไม่เป็นการกระทำละเมิดและไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาในข้ออื่นอีก ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา · อภิรัตน์ ลัดพลี · จรูญ ชีวิตโสภณ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเกาะสมุย - นายสรายุทธ วราโห
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นางอุบลรัตน์ ศรีนวล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.1305/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ231/2553
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ96/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้