Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบยอดขายน้ำมันของโจทก์โดยนำเอายอดซื้อคงเหลือต้นปีบวกด้วยยอดซื้อตลอดปี แล้วลบด้วยยอดคงเหลือปลายปี ผลที่ได้ถือเป็นยอดขายของโจทก์ เมื่อปรากฏว่ายอดขายของโจทก์จากการตรวจสอบดังกล่าวสูงกว่ายอดขายตามใบเสร็จรับเงินที่โจทก์ส่งมาให้ตรวจสอบ จึงนำยอดขายที่ได้จากใบเสร็จรับเงินลบออกจากยอดขายที่ได้จากการตรวจสอบแล้วถือว่าผลต่างที่ได้เป็นจำนวนน้ำมันที่โจทก์ขายไปโดยไม่มีใบเสร็จรับเงิน และประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มนั้น ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ในชั้นตรวจสอบไต่สวนของเจ้าพนักงานประเมิน ผู้รับมอบอำนาจของโจทก์ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานตรวจสอบภาษีว่ายินยอมให้เพิ่มยอดขายต่อลิตรในอัตราลิตรละ 0.02 บาท จากราคาขายที่แสดงไว้เดิม ดังนี้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินโดยถือเกณฑ์กำไรลิตรละ 0.02 บาทได้โดยชอบ โจทก์อุทธรณ์ในข้อที่มิได้ยกขึ้นกล่าวไว้ในคำฟ้อง จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลภาษีอากรกลาง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 225 ป.รัษฎากร มาตรา 65 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานของจำเลยได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายสำหรับปี 2520-2522 เป็นเงิน 1,506,429.79 บาท โดยอ้างว่าโจทก์มียอดขายที่ไม่ได้ลงบัญชี มีรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ทวิและ 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร และจ่ายเงินได้พึงประเมินโดยมิได้หักภาษี ณ ที่จ่าย

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้ลดเงินเพิ่มลงร้อยละ 50สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคล และให้ยกอุทธรณ์โจทก์ที่คัดค้านการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินโดยอ้างว่าโจทก์มียอดขายที่ยังไม่ได้ลงบัญชีและใช้วิธีคำนวณว่าโจทก์ขายน้ำมันเชื้อเพลิงได้กำไรลิตรละ 0.02 บาทนั้นไม่ถูกต้อง เหตุที่โจทก์ไม่ได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายเนื่องจากเมื่อคำนวณรายได้ของลูกจ้างและคู่สมรสกับบุตรแล้วลูกจ้างของโจทก์มีเงินได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องชำระหนี้ การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์จึงไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ดังกล่าวจำเลยให้การว่า ในการตรวจสอบการเสียภาษีของโจทก์

นายประวิทย์ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้ยินยอมและรับรองว่าโจทก์มีกำไรลิตรละ0.02 บาท และพนักงานบัญชีของโจทก์ลงบัญชีไว้ไม่ถูกต้อง ส่วนรายจ่ายต้องห้ามบางรายการเป็นรายจ่ายหนี้สูญโดยไม่มีหลักฐานการติดตามทางหนี้ บางรายการโจทก์หักค่าเสื่อมราคาเกินสิทธิตามกฎหมายบางรายการไม่มีหลักฐานการจ่าย โจทก์จ่ายเงินเดือนให้พนักงานโดยหักภาษี ณ ที่จ่ายนำส่งไม่ครบถ้วน โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานประเมินถือว่าพนักงานของโจทก์เป็นคนโสด หักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราร้อยละ 3เป็นการเหมา การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ในชั้นตรวจสอบไต่สวนของเจ้าพนักงานประเมิน

โจทก์ได้มอบอำนาจให้นายประวิทย์ วณิชชานนท์มาให้ถ้อยคำแทน และนายประวิทย์ได้ให้ถ้อยคำว่า ใบเสร็จรับเงินของโจทก์ส่งมาให้ตรวจสอบไม่ครบถ้วนเพราะได้สูญหายไป จึงยินยอมให้เพิ่มจำนวนลิตรที่เจ้าพนักงานคำนวณได้ว่ามิได้ออกใบเสร็จรับเงินและรับว่าการลงรายการตามบัญชีทั้งที่ไม่มีใบเสร็จรับเงินอาจผิดพลาดไป เพราะพนักงานบัญชีของโจทก์ลงรายการไว้ไม่ถูกต้องผลการคำนวณของเจ้าพนักงานเป็นจำนวนเท่าใด โจทก์ยินยอมชำระเพิ่มเติมพร้อมทั้งเงินเพิ่มตามกฎหมายทุกประการ จากคำให้การของนายประวิทย์ดังกล่าวโจทก์ได้ยอมรับแล้วว่า โจทก์ลงรายการยอดขายไม่ครบถ้วนโจทก์จะมาโต้แย้งในชั้นศาลว่า ความจริงโจทก์ลงรายการไว้ครบถ้วนแล้วเป็นการขัดกับเอกสารและไม่สมเหตุผล จึงไม่น่าเชื่อ

ส่วนวิธีคำนวณยอดขายที่แท้จริงของเจ้าพนักงานประเมินนั้น ปรากฏตามคำเบิกความของนางสาวสุกัญญา ประกิจจานุรักษ์ พยานจำเลยว่า พยานเป็นผู้ตรวจสอบยอดขายน้ำมันของโจทก์ โดยนำเอายอดซื้อคงเหลือต้นปีบวกด้วยยอดซื้อตลอดปีแล้วลบด้วยยอดคงเหลือปลายปีก็จะได้ยอดขายของโจทก์ ซึ่งปรากฏว่ายอดขายของโจทก์จากการตรวจสอบดังกล่าวสูงกว่ายอดขายที่ปรากฏตามใบเสร็จรับเงินที่โจทก์ส่งมาให้ตรวจสอบพยานจึงได้นำยอดขายที่ได้จากใบเสร็จรับเงินลบออกจากยอดขายที่ได้จากการตรวจสอบ ผลต่างจึงเป็นจำนวนน้ำมันที่โจทก์ขายไปโดยไม่มีใบเสร็จรับเงิน เห็นว่า วิธีการคำนวณหายอดขายที่แท้จริงดังกล่าวชอบด้วยข้อเท็จจริง เหตุผลและความเป็นธรรมแล้ว ส่วนที่โจทก์อ้างว่าเจ้าพนักงานนำเอาแต่ยอดซื้อที่สูงกว่ามาตรวจสอบ

ส่วนยอดซื้อที่ต่ำกว่าไม่นำมาพิจารณา จึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า เมื่อปรากฏจากการตรวจสอบว่าน้ำมันประเภทใดมียอดซื้อต่ำกว่ายอดขายก็แสดงว่าเจ้าพนักงานหาหลักฐานเกี่ยวกับยอดซื้อของโจทก์ได้ไม่ครบ เมื่อไม่มีหลักฐานมายันโจทก์ก็ย่อมจะประเมินเรียกเก็บภาษีในส่วนนั้นไม่ได้เจ้าพนักงานจึงมิได้นำมาพิจารณา ซึ่งเป็นคุณแก่โจทก์อยู่แล้วส่วนที่หาหลักฐานมายืนยันได้แน่ชัดว่า จำนวนน้ำมันที่โจทก์ซื้อมามีมากกว่าจำนวนน้ำมันที่โจทก์ขายไปตามหลักฐานในใบเสร็จรับเงินบวกด้วยจำนวนน้ำมันคงเหลือย่อมแสดงว่า ส่วนที่มากกว่านั้นโจทก์ขายไปโดยไม่มีใบเสร็จรับเงินมาแสดง จึงนำจำนวนน้ำมันดังกล่าวมาประเมินภาษีเพิ่ม ฉะนั้น การที่เจ้าพนักงานนำเอาแต่เฉพาะยอดซื้อที่สูงกว่ายอดขายมาคำนวณภาษี จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

โจทก์อุทธรณ์ข้อต่อไปว่า ที่เจ้าพนักงานประเมินคำนวณราคาขายโดยถือเกณฑ์ว่า โจทก์ได้กำไรจากการขายน้ำมันลิตรละ 0.02 บาทนั้นไม่ถูกต้อง เพราะความจริงโจทก์ได้กำไรไม่ถึงลิตรละ 0.02 บาทพิเคราะห์แล้ว ในชั้นตรวจสอบไต่สวนของเจ้าพนักงานประเมินนายประวิทย์ผู้รับมอบอำนาจของโจทก์ได้ให้ถ้อยคำแก่เจ้าพนักงานตรวจสอบภาษีว่า ยินยอมให้เพิ่มยอดขายต่อลิตรในอัตราลิตรละ 0.02 บาทจากราคาขายที่แสดงไว้เดิม เมื่อโจทก์ยินยอมเช่นนี้แล้ว โจทก์จะเถียงว่า การคำนวณราคาโดยถือเกณฑ์กำไรลิตรละ 0.02 บาทไม่ชอบหาได้ไม่โจทก์อุทธรณ์ข้อสุดท้ายว่า การที่นายประวิทย์ผู้รับมอบอำนาจของโจทก์ยอมให้เจ้าพนักงานประเมินคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับการจ่ายค่าแรงเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 3 ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะการหักภาษี ณ ที่จ่ายต้องคำนวณการจ่ายจริง การใช้วิธีเหมาจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย เห็นว่า ข้อนี้โจทก์มิได้ยกขึ้นกล่าวไว้ในคำฟ้อง จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลภาษีอากรกลางต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ตัน เวทไว · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10773/2557

หนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.73.1) ในเดือนภาษีสิงหาคม 2540 กันยายน 2540 ตุลาคม 2540 พฤศจิกายน 2540 มกราคม 2541 และมีนาคม 2541 ตามลำดับ มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกินเดือนภาษีละ 50,000 บาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8819/2554

ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดฯ มาตรา 13 วรรคหนึ่ง ให้อำนาจศาลพิจารณาสั่งให้มีการปรับปรุงกระบวนพิจารณาให้เหมาะสมกับการพิจารณาคดีในศาลภาษีอากรกลาง ซึ่งศาลภาษีอากรกลางสั่งให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5961/2549

โจทก์เป็นบุคคลผู้พึงชำระค่าภาษีอากรตามภาระหน้าที่ที่กำหนดไว้ในสัญญาสัมปทานระหว่างโจทก์กับการรถไฟแห่งประเทศไทย คดีของโจทก์ที่ขอให้ศาลเพิกถอนการประเมินและแก้คำชี้ขาดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงเป็นคดีพิพา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2549

การที่โจทก์กู้เงินจากธนาคารในต่างประเทศไปลงทุนซื้อหุ้นในบริษัท อ. โดยโจทก์เสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารผู้ให้กู้แล้วบริษัท อ. นำเงินทุนทั้งหมดไปให้บริษัท ท. กู้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยโดยเจตนาทำให้ต้นทุนของบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8083/2548

ในวันชี้สองสถานศาลภาษีอากรกลางได้ตรวจคำฟ้อง คำให้การ คำแถลงของคู่ความตลอดจนพยานเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีและให้คู่ความแถลงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอกสารดังกล่าวแล้วจึงกำหนดประเด็นข้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้