Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1829/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่1ซึ่งแต่งเครื่องแบบข้าราชการกรมป่าไม้กับจำเลยที่2เข้าไปในบ้านของผู้เสียหายขณะผู้เสียหายกำลังทำหน้าต่างด้วยไม้สักที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้วจำเลยที่1พูดว่าเอาเงินมา1,000บาทถ้าไม่ให้จะเสียเงินมากกว่านี้นั้นถือได้ว่าคำพูดดังกล่าวประกอบกับการแต่งเครื่องแบบข้าราชการเป็นการข่มขู่เรียกร้องเอาเงินจากผู้เสียหายอยู่ในตัวและผู้เสียหายยอมมอบเงินให้จำเลยทั้งสองไป500บาทจำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานกรรโชก.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ ฟ้อง ว่า จำเลย ทั้ง สอง ร่วมกัน แสดงตน เป็น เจ้าพนักงานป่าไม้ และ กระทำการ เป็น เจ้าพนักงาน ป่าไม้ เข้า จับกุม นาง บานผู้เสียหาย และ ข่มขืน ใจ ผู้เสียหาย ให้ ยอม ให้ เงิน 1,000 บาทโดย ขู่เข็ญ ว่า จะ จับ ผู้เสียหาย ส่ง สถานี ตำรวจ จน ผู้เสียหาย ยอมให้ เงิน จำเลย ทั้ง สอง ไป 500 บาท ขอ ให้ ลงโทษ ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 145, 337, 83 จำเลย ทั้ง สอง ให้การ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้น พิพากษา ยกฟ้อง โจทก์ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษา แก้ เป็น ว่า จำเลย ทั้ง สอง มี ความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337, 83 จำคุก คนละ 1 ปี นอกจาก ที่ แก้ไข ให้เป็น ไป ตาม คำพิพากษา ศาลชั้นต้น จำเลย ทั้ง สอง ฎีกา ศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า ที่

จำเลย ทั้ง สอง ฎีกา ว่า คำพูด ของ จำเลยที่ 1 ที่ พูด ว่า 'เอา เงิน มา 1,000 บาท ถ้า ไม่ ให้ จะ เสีย เงินมากกว่า นี้' มิได้ เป็น การ พูด ข่มขู่ แต่ ประการ ใด เป็น เพียงเรื่อง การ ต่อรอง ตาม ปกติ ธรรมดา เท่านั้น ศาลฎีกา เห็นว่า จำเลยทั้ง สอง กับ ผู้เสียหาย ไม่ มี หนี้สิน เกี่ยวพัน กัน จึง ไม่ มีเหตุผล ประการ ใด ที่ จำเลย ทั้ง สอง จะ ต้อง ไป เรียก เก็บ เงิน หรือต่อรอง เกี่ยวกับ การ เงิน กับ ผู้เสียหาย แต่ อย่างใด การ ที่ จำเลยที่ 1 แต่ง เคื่องแบบ ข้าราชการ และ พูด ให้ ผู้เสียหาย เอา เงิน มาให้ จำเลย 1,000 บาท มิฉะนั้น อาจ จะ ต้อง เสีย เงิน มากกว่า นั้นแสดง ให้ เห็น ว่า จำเลย ทราบ ว่า ผู้เสียหาย มี

ความผิด เกี่ยวกับไม้แปรรูป ที่ นำ มา ใช้ ทำ หน้าต่าง จึง ได้ มา เรียกร้อง เอา เงินหาก ผู้เสียหาย ไม่ ให้ ก็ อาจ ถูก จับกุม ดำเนินคดี ต้อง เสีย เงินมากกว่า 1,000 บาท เห็น ได้ ว่า คำพูด ของ จำเลย ที่ 1 ดังกล่าว ประกอบกับ การ แต่ง เครื่องแบบ ข้าราชการ ของ จำเลย ที่ 1 เพื่อ ให้ผู้เสียหาย เข้าใจ ว่า เป็น เจ้าพนักงาน ป่าไม้ เป็น การ ข่มขู่ อยู่ใน ตัว หา ใช่ เป็น การ ต่อรอง ซึ่ง เป็น เรื่อง ใน ทางแพ่ง ดัง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ไม่ จำเลย ทั้ง สอง จึง มี ความผิด ฐาน กรรโชก พิพากษา ยืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย วุฒิจำนงค์ · อภินย์ ปุษปาคม · ยรรยง อิทธิพงษ์
แหล่งที่มา
ADMINแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2656/2563

เมื่อในคดีส่วนอาญาศาลพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นตัวการร่วมกันในการกระทำความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ร้องที่ 2 และฐานกรรโชกทรัพย์ผู้ร้องที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2581/2563

โจทก์บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยฐานรีดเอาทรัพย์ ตาม ป.อ. มาตรา 338 แต่ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานโจทก์ ฟังไม่ได้ว่ามีคลิปวิดีโอที่มีภาพการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อันเป็นวัตถุความลับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2561

การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ เข้าตรวจค้นห้องพักของผู้เสียหายทั้งสี่และรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 เมื่อพบเมทแอมเฟตามีนอันเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2559

การที่ผู้เสียหายทั้งสี่ยินยอมมอบเงินค่าไถ่รถยนต์ของผู้เสียหายทั้งสี่ให้แก่ ว. ผู้รับจำนำ ซึ่งรับจำนำรถยนต์ของผู้เสียหายทั้งสี่รวม 10 คัน ไว้จาก บ. โดยมิชอบ ตามที่ ว. ขู่ผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 3 ผ่าน อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 478/2559

จำเลยที่ 1 ข่มขู่บังคับให้โจทก์ร่วมไปโอนขายสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุซึ่งมีชื่อของ ส. บุตรโจทก์ร่วมถือสิทธิ และโจทก์ร่วมยอมไปขอร้อง ส. ให้โอนขายสิทธิการเช่าดังกล่าวโดยอ้างว่าโจทก์ร่วมกำลังเดือดร้อน ส. ยอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้