Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1829/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 เป็นบทบัญญัติที่ห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลในกรณีที่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงที่จะนำสืบว่ายังมีข้อความเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารนั้นอยู่อีก ซึ่งหมายเฉพาะ ในกรณีที่ฟ้องร้องให้บังคับหรือไม่บังคับระหว่างคู่สัญญาตามสัญญาขายฝาก แต่กรณีระหว่างโจทก์กับจำเลยในคดีนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่มีการฟ้องร้องให้บังคับตามสัญญาขายฝาก หากแต่เป็นกรณีที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน(ประเมินภาษี) ของรัฐไม่เชื่อว่าโจทก์จะไม่มีกำไรในการรับซื้อฝาก เพราะเป็นการผิดวิสัยของผู้มีอาชีพในการซื้อขายที่ดิน จำเลยจึงย่อมมีสิทธิที่จะแสวงหาหลักฐาน เมื่อได้ความจริงก็ย่อมมีอำนาจที่จะประเมินให้โจทก์เสียภาษีใหม่ได้ และย่อมมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบในศาลว่าผู้ขายฝากที่ดินให้แก่โจทก์นั้น ได้รับเงินไม่เต็มตามจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝากได้ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีเงินได้พึงประเมิณตามมาตรา ๔๐(๘) รวม ๒ ชนิดคือ เงินได้จากการรับไถ่ถอนการขายฝาก จำนวน ๔,๕๖๗,๕๐๐ บาท และเงินได้จากการขายที่ดินที่หลุดเป็นสิทธิ เป็นเงิน ๑,๕๙๑,๓๐๐ บาท ในเดือนกุมภาพันธ์๒๕๑๖ โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.๙) แสดงรายการเงินได้พึงประเมินจากการรับไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากเป็นเงิน ๔,๕๖๗,๕๐๐ บาท และแสดงรายการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรตามความเป็นจริงคือ ค่ารับซื้อขายฝากเท่าราคาที่รับไถ่ถอนโจทก์จึงไม่มีเงินได้เหลืออยู่แต่โจทก์เสียภาษีในอัตราร้อยละ ๐.๕ ของจำนวน ๔,๕๖๗,๕๐๐ บาท คิดเป็นเงิน ๒๒,๘๓๗.๕๐ บาท ตามนัยมาตรา ๔๘(๒) แห่งประมวลรัษฎากรที่ใช้อยู่ในขณะนั้น ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ มีหนังสือแจ้งการประเมินลงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๒๑ แจ้งว่า โจทก์เสียภาษีไว้ไม่ถูกต้อง ให้โจทก์เสียภาษีเพิ่มอีก ๓๘๖,๕๕๕ บาท และเงินเพิ่มอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน ๗๗,๓๑๑ บาท รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๔๖๓,๘๖๖ บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เฉพาะปัญหาที่ว่า เจ้าพนักงานประเมินคิดหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาให้โจทก์สำหรับการรับซื้อฝากร้อยละ ๘๕ ไม่ถูกต้อง แต่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินเป็นการถูกต้องและชอบแล้ว ไม่มีเหตุผลอันควรผ่อนผันลดเงินเพิ่มให้ และให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์จึงต้องนำเงินภาษีไปชำระให้แก่จำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๔๖๓,๘๖๖ บาทซึ่งเกินกว่าภาษีที่โจทก์ต้องเสียเป็นเงิน ๔๐๓,๓๐๖.๒๐ บาท จึงขอให้ศาลพิพากษาให้เพิกถอนการประเมิน ลงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๒๒ และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ลงวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๒๓ ให้ทำการประเมินใหม่ และให้จำเลยร่วมกันคืนเงิน๔๐๓,๓๐๖.๒๐ บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี

นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสี่ให้การว่า โจทก์ประกอบธุรกิจในการรับซื้อฝากที่ดินและค่าที่ดินโดยแสวงหาผลกำไร ในการรับซื้อฝากที่ดิน โจทก์ได้ผลประโยชน์ตอบแทนเป็นค่าดอกเบี้ย ค่านายหน้า หรือค่าตอบแทน (เงินปากถุง) และค่าธรรมเนียมในการทำสัญญาบางส่วนเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๕ ของราคาที่รับซื้อฝาก ฉะนั้นราคาไถ่ถอนจึงเป็นราคาที่รวมดอกเบี้ยหรือประโยชน์อย่างอื่น ๆในการรับซื้อฝากไว้ด้วยแล้ว การที่โจทก์อ้างว่า ค่ารับซื้อฝากกับค่าไถ่ถอนมีจำนวนเท่ากันจึงไม่เป็นความจริง ทั้งจำเลยได้ไต่สวนพยานผู้เกี่ยวข้องกับการขายฝากที่ดินให้โจทก์ได้ความว่าโจทก์มีรายได้สูงกว่าร้อยละ ๑๕ ของราคาทรัพย์สินที่ซื้อฝาก และโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าพนักงานว่ามีค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรเท่าใด

การที่เจ้าพนักงานประเมินหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาให้โจทก์ในอัตราร้อยละ ๘๕ ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๘(๒๗) จึงเป็นคุณแก่โจทก์อยู่แล้ว ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบแล้วคดีมีปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน ๔,๕๖๗,๕๐๐ บาทเท่าที่จำนวนที่ปรากฏในสัญญาขายฝาก และจำเลยจะนำพยานมาสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เพราะเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๙๔ นั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ เป็นบทบัญญัติที่ห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคล ในกรณีที่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงที่จะนำสืบว่ายังมีข้อความเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารนั้นอยู่อีก ซึ่งหมายเฉพาะในกรณีที่ฟ้องร้องให้บังคับหรือไม่บังคับระหว่างคู่สัญญาขายฝาก แต่กรณีระหว่างโจทก์กับจำเลยในคดีนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่มีการฟ้องร้องให้บังคับตามสัญญาขายฝาก หากแต่เป็นกรณีที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของรัฐไม่เชื่อว่าโจทก์จะไม่มีกำไรในการรับซื้อฝาก เพราะเป็นการผิดวิสัยของผู้มีอาชีพในการซื้อขายที่ดิน จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะแสวงหาหลักฐาน และเมื่อได้ความจริงก็ย่อมมีอำนาจที่จะประเมินให้โจทก์เสียภาษีใหม่ได้

ฉะนั้นจะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ มาใช้บังคับในกรณีนี้ตามที่โจทก์ฎีกาได้ไม่ และวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงเชื่อว่า ในการรับซื้อฝากโจทก์มีรายได้หรือกำไรจากการซื้อฝากเกินกว่าร้อยละ ๑๕ ของราคาที่ปรากฏในสัญญาขายฝาก การที่เจ้าพนักงานประเมินยอมหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาให้แก่โจทก์ตามกฎหมายร้อยละ ๘๕ จึงเป็นผลดีแก่โจทก์อยู่แล้ว การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เป็นการถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระ ทรัพยไพศาล · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ
ศาลอุทธรณ์ - นายบรรทม จาตกานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้