Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18279/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้ร่วมกับ ย. วางแผนฆ่าผู้ตายและไม่รู้มาก่อนว่า ย. มีและพาอาวุธปืนติดตัวมาด้วย จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามฟ้องและโจทก์มิได้อุทธรณ์ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้เป็นยุติว่า ขณะที่ ย. ยิงผู้ตายนั้นจำเลยที่ 1 ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วย จำเลยที่ 1 จะมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ ย. ฆ่าผู้ตายนั้น ข้อเท็จจริงต้องฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 รู้มาก่อนแล้วว่า ย. ให้จำเลยที่ 1 ขับรถพาไปหาผู้ตายเพื่อฆ่าผู้ตาย เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่รู้ข้อเท็จจริงดังกล่าวมาก่อน การที่ ย. ยิงผู้ตายนัดแรกขณะที่นั่งซ้อนท้ายรถที่จำเลยที่ 1 ขับมาแล้วลงจากรถตรงไปยิงผู้ตายซ้ำ อันเป็นการกระทำต่อเนื่องกัน แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ขับรถหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ แต่ขับรถวกกลับมารับ ย. ตามเสียงตะโกนเรียกของ ย. และพาหลบหนีไป ก็มิใช่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ ย. ฆ่าผู้ตาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 58, 83, 86, 91, 289, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง และบวกโทษจำเลยที่ 2 ในคดีนี้เข้ากับโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 763/2550 ของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 86 จำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิตคำให้การของจำเลยทั้งสองในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุกคนละ 33 ปี 4 เดือน ให้บวกโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 763/2550 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษในคดีนี้ รวมจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 33 ปี 13 เดือนข้อหาและคำขออื่นให้ยก ริบของกลาง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 86 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1ในความผิดฐานนี้ด้วย และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังยุติว่า เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2551 เวลาประมาณ 19 ถึง 21 นาฬิกา จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์มีนายยอดรักหรือเก่ง นั่งซ้อนท้ายตามนายพิฑูร ผู้ตาย ซึ่งขับรถจักรยานยนต์ของจำเลยที่ 2 ที่นายยอดรักยืมจากจำเลยที่ 2 ให้ผู้ตายยืมขับอีกทอดหนึ่ง ผู้ตายขับรถไปถึงบริเวณหลังวัดเขาหลวงใกล้สำนักแม่ชีไทย ตำบลธงชัย อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ก่อน ขณะที่ผู้ตายจอดรถหันหน้ารถมาทางรถจำเลยที่ 1 นายยอดรักใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย 1 นัด ในระยะห่างประมาณ 2 เมตร แล้วกระโดดลงจากรถยิงผู้ตายซ้ำอีก 4 ถึง 5 นัด จำเลยที่ 1 ขับรถเลยไปแล้ววกกลับมาหานายยอดรักตามเสียงเรียกของนายยอดรักแล้วขับรถพากันหลบหนีจากที่เกิดเหตุ

หลังเกิดเหตุนายยอดรักให้เงิน 40,000 บาท แก่จำเลยที่ 2 ดัดแปลงรถโดยเปลี่ยนเฟรมรถจากเดิมเป็นสีชมพู พันตำรวจตรีณรงค์ ผู้จับกุม และร้อยตำรวจโทณัฐวัฒน์ พนักงานสอบสวน ตรวจที่เกิดเหตุพบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ตายกับนายยอดรักซึ่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนายยอดรักบันทึกหมายเลขโทรศัพท์จำเลยที่ 1 ไว้ จึงเรียกจำเลยที่ 1 มาสอบถาม จำเลยที่ 1 รับว่าขับรถพานายยอดรักยิงผู้ตายและเขียนคำรับสารภาพ เจ้าพนักงานตำรวจขอศาลชั้นต้นออกหมายจับจำเลยที่ 1 และจับจำเลยที่ 1 โดยแจ้งข้อหาว่า ร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ และเรียกจำเลยที่ 2 มาสอบถาม

จำเลยที่ 2 รับว่าให้นายยอดรักยืมรถจักรยานยนต์ไปใช้และได้รับเงิน 40,000 บาท เพื่อเปลี่ยนสีรถ พนักงานสอบสวนขอศาลชั้นต้นออกหมายจับจำเลยที่ 2 และจับจำเลยที่ 2 โดยแจ้งข้อหาว่า กระทำผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 กับนายยอดรักฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้นายยอดรักฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้นายยอดรักฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและยกฟ้องจำเลยที่ 2 ส่วนความผิดฐานร่วมกันมีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตสำหรับจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและโจทก์มิได้อุทธรณ์

ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนทั้งสองฐานดังกล่าวจึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ สำหรับจำเลยที่ 1 นั้น โจทก์ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อนายยอดรักลงมือยิงผู้ตายนัดแรกจำเลยที่ 1 ก็ย่อมรู้ได้ในทันทีตั้งแต่การยิงยังไม่เสร็จสิ้นว่า นายยอดรักให้จำเลยที่ 1 ขับรถพาไปเพื่อฆ่าผู้ตาย เมื่อนายยอดรักกระโดดลงจากรถแล้วเข้าไปยิงผู้ตายซ้ำ จำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้หลบหนีไป แต่กลับอยู่รอเพื่อจะพานายยอดรักหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนั้นการกระทำความผิดของนายยอดรักยังไม่ขาดตอน นายยอดรักกำลังอยู่ในขณะกระทำความผิดอันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกขณะที่นายยอดรักฆ่าผู้ตาย

การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการสนับสนุนให้นายยอดรักฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนแล้ว เห็นว่า ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้ร่วมกับนายยอดรักวางแผนฆ่าผู้ตายและไม่รู้มาก่อนว่านายยอดรักมีและพาอาวุธปืนติดตัวมาด้วย จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามฟ้องและโจทก์มิได้อุทธรณ์ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้เป็นยุติว่า ขณะที่นายยอดรักยิงผู้ตายนั้นจำเลยที่ 1 ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วย จำเลยที่ 1 จะมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้นายยอดรักฆ่าผู้ตายนั้นข้อเท็จจริงต้องฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 รู้มาก่อนแล้วว่านายยอดรักให้จำเลยที่ 1 ขับรถพาไปหาผู้ตายเพื่อฆ่าผู้ตาย เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่รู้ข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้นมาก่อน

การที่นายยอดรักยิงผู้ตายนัดแรกขณะที่นั่งซ้อนท้ายรถที่จำเลยที่ 1 ขับมาแล้วลงจากรถตรงไปยิงผู้ตายซ้ำอันเป็นการกระทำต่อเนื่องกัน แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ขับรถหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ แต่ขับรถวกกลับมารับนายยอดรักตามเสียงตะโกนเรียกของนายยอดรักและพาหลบหนีไป ก็มิใช่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่นายยอดรักฆ่าผู้ตาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้นายยอดรักฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสฬส สุวรรณเนตร์ · สุภกิจ กิตสัมบันท์ · วิวัธน ทองลงยา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายไกรสร โสมจันทร์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นางสุวิชา นาควัชระ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.5176/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ439/2552
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ1616/2553
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้