Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1822/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินจำเลยเป็นที่ดินมีโฉนดแปลงใหญ่ แล้วจำเลยแบ่งขายเป็นแปลงเล็ก ๆ โดยเว้นที่ดินตรงกลางไว้เป็นถนนพิพาท พวกที่ซื้อที่ดินจากจำเลยเท่านั้นที่ใช้ถนนพิพาท ส่วนประชาชนทั่วไปไม่ได้ร่วมใช้ถนนพิพาทด้วยเพราะเป็นทางตัน แม้ขณะเมื่อซื้อที่ดินจำเลยบอกว่าให้ถนนพิพาทเป็นทางสาธารณะก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้อุทิศโดยตรงหรือโดยปริยายให้ถนนพิพาทเป็นทางสาธารณะแต่โจทก์และผู้ซื้อที่ดินได้ใช้ถนนพิพาทด้วยการใช้สัญจรไปมาและนำรถยนต์เข้าออกโดยไม่ปรากฏว่าต้องขออนุญาตจากจำเลยและโจทก์ได้ใช้ติดต่อกันมาเกิน 10 ปีแล้วถนนพิพาทจึงตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ การที่จำเลยปักเสาสูงจากพื้นดิน 1 เมตรเศษ บนถนนพิพาทเป็นเหตุให้รถยนต์ส่วนตัวของโจทก์และของผู้อื่นแล่นสวนกันไม่ได้สะดวกเหมือนเมื่อครั้งยังไม่มีการปักเสา การกระทำของจำเลยจึงเป็นการทำประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกโจทก์มีอำนาจฟ้องให้จำเลยถอนเสาดังกล่าวออกไปได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินจากจำเลยซึ่งแบ่งที่ดินจากโฉนดเดิมออกเป็นแปลง ๆ ขายให้แก่โจทก์และผู้ซื้อปลูกบ้านรวม 40-51 หลังจำเลยได้เว้นที่ดินตรงกลางไว้เป็นถนนเพื่อให้ผู้ซื้อใช้เป็นทางเดินออกสู่ถนนสาธารณะกว้างประมาณ 5 เมตร ทางดังกล่าวจึงเป็นทางสาธารณะหรือภารจำยอม จำเลยเอาเสาไม้แก่สี่เหลี่ยมกว้างประมาณ 5 นิ้วฟุต ปักกั้นทางพิพาททำให้โจทก์และผู้อื่นที่ต้องใช้รถยนต์ได้รับความเดือดร้อน ขอให้ศาลพิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะหรือเป็นทางภารจำยอม ให้จำเลยรื้อถอนเสาไม้ที่ปักกั้นออกไป ถ้าไม่ถอนให้โจทก์เป็นผู้ถอนโดยจำเลยออกค่าใช้จ่ายให้จำเลยจดทะเบียนภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารปิดกั้นจำเลยให้การว่า

ทางพิพาทเป็นถนนส่วนบุคคลมิใช่ถนนสาธารณะหรือทางภารจำยอม จำเลยเพียงแต่ให้ผู้ซื้อที่ดินจากจำเลยใช้เดินและนำรถยนต์ผ่านได้ จำเลยปักเสาไม้เพื่อมิให้รถบรรทุก 10 ล้อเข้าไป เพราะทำให้ถนนชำรุดรถยนต์โจทก์ยังเลี้ยวเข้าถนนได้สะดวก ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ถนนพิพาทเป็นทางภารจำยอมพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนเสาไม้ที่ปิดกั้นถนนพิพาทออกไป หากจำเลยไม่รื้อถอนให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้จำเลยไปจดทะเบียนภารจำยอมแก่ที่ดินโจทก์ ถ้าไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแสดงเจตนาแทนจำเลยโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมจำเลยมีที่ดินมีโฉนดแปลงใหญ่อยู่ติดซอยสาธารณะที่แยกมาจากซอยวัดรวก

แขวงบางบำหรุ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร แล้วจำเลยได้แบ่งออกเป็นแปลงเล็ก ๆ 30 กว่าแปลงเพื่อขาย โดยเว้นที่ดินตรงกลางไว้เป็นถนนพิพาทกว้างประมาณ 6 เมตร ยาวประมาณ 200 เมตร เพื่อให้ผู้ที่ซื้อที่ดินแปลงเล็กใช้เป็นทางเข้าออกสู่ซอยสาธารณะที่แยกมาจากซอยวัดรวกด้านทิศเหนือถนนพิพาทจดซอยสาธารณะดังกล่าว ส่วนด้านทิศใต้เป็นทางตันติดที่ดินของจำเลยอีกแปลงหนึ่งถนนพิพาทเป็นที่ดินมีโฉนดเลขที่ 10884 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2512 โจทก์ได้ซื้อที่ดินที่จำเลยแบ่งแปลงหนึ่งคือโฉนดเลขที่ 10877 แล้วได้ปลูกบ้านอยู่อาศัย ใช้ถนนพิพาทเป็นทางเดินและทางรถยนต์เข้าออกสู่ซอยสาธารณะทางด้านทิศเหนือตลอดมา 10 ปีเศษ กับมีผู้อื่นที่ซื้อที่ดินแปลงที่จำเลยแบ่งทั้งสองฝั่งของถนนพิพาท และปลูกบ้านอยู่อาศัยอีกหลายราย

ใช้ถนนพิพาทเป็นทางเดินและทางรถยนต์เข้าออกเช่นเดียวกับโจทก์ ต่อมาเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2524 จำเลยได้ปักเสาไม้หน้ากว้าง 4-5 นิ้ว ปักบนถนนพิพาทตอนปากทางห่างขอบถนนด้านทิศตะวันตกประมาณ 1 เมตร สูงจากพื้นดิน 1 เมตรเศษ เพื่อกันมิให้รถสิบล้อเข้าไปในถนนพิพาท แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ในประเด็นที่ว่าถนนพิพาทเป็นทางสาธารณะนั้นได้ความตามที่นำสืบรับกันว่าพวกที่ซื้อที่ดินจากจำเลยปลูกบ้านอยู่สองข้างถนนพิพาทเท่านั้นที่ใช้ถนนพิพาท ส่วนประชาชนทั่วไปไม่ได้ร่วมใช้ด้วย เพราะถนนพิพาทเป็นทางตัน แม้โจทก์จะเบิกความเช่นเดียวกับผู้ซื้อที่ดินอีก 2 รายว่า เมื่อซื้อที่ดินจำเลยบอกว่าให้ถนนพิพาทเป็นทางสาธารณะ ตามพฤติการณ์ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้อุทิศโดยตรงหรือโดยปริยายให้ถนนพิพาทเป็นทางสาธารณะ

ฟังไม่ได้ว่าถนนพิพาทเป็นทางสาธารณะ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นในประเด็นที่ว่าถนนพิพาทเป็นทางภารจำยอมนั้น คู่ความนำสืบรับกันว่า เมื่อจำเลยแบ่งที่ดินออกเป็นแปลงเล็ก ๆ และขายแก่โจทก์กับผู้อื่น จำเลยได้เว้นถนนพิพาทไว้เป็นทางเข้าออก มิฉะนั้นจะไม่มีทางอื่นใช้เข้าออกได้ โจทก์และผู้ซื้อที่ดินปลูกบ้านสองฝั่งถนนพิพาทใช้ถนนพิพาทเข้าออกจากที่ดินบ้านเรือนของตนสู่ซอยที่แยกจากซอยวัดรวกด้วยการใช้สัญจรไปมาและนำรถยนต์เข้าออกโดยไม่ปรากฏว่าต้องขออนุญาตจากจำเลย และโดยเฉพาะโจทก์ได้ใช้เป็นเวลาติดต่อกันมาเกิน 10 ปี ถนนพิพาทจึงตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์แล้ว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นส่วนประเด็นที่ว่าการปักเสามิได้ทำให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไป หรือเสื่อมความสะดวกนั้น

ได้ความตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องโจทก์ ตลอดจนกว่าภาพถ่ายเอกสารหมาย ล.3 แสดงว่า ถนนพิพาทมีสภาพเป็นทางแยกจากซอยที่แยกจากซอยวัดรวก เมื่อเข้าหรือออกจากถนนพิพาทไปยังซอยดังกล่าว รถยนต์จะต้องตีวงเลี้ยวซ้ายหรือขวา จากภาพถ่ายหมาย ล.3 ของจำเลยเอง แสดงว่าเมื่อรถบรรทุกแล่นจากซอยนั้นเลี้ยวเข้าถนนพิพาทรถยังต้องเฉียดเสาที่จำเลยปักไว้เป็นการไม่สะดวก และโจทก์นำสืบว่าเมื่อก่อนปักเสารถยนต์ของโจทก์และผู้อื่นแล่นสวนกันได้สะดวก แต่จำเลยปักเสาแล้วไม่สะดวก เชื่อได้ว่าการปักเสาเป็นเหตุให้รถยนต์ส่วนตัวของโจทก์และรถผู้อื่นสวนกันไม่ได้สะดวกเหมือนเมื่อครั้งยังไม่มีการปักเสา การกระทำของจำเลยจึงเป็นการทำให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวก ชอบที่จะให้จำเลยถอนเสาดังกล่าว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกันพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้