Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1820/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 มีผู้เป็นหุ้นส่วนสองคน คือโจทก์ซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด และจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ 2 ยักยอกทรัพย์ ของห้างหุ้นส่วน และจำเลยที่ 2 กล่าวหาว่าโจทก์ลักทรัพย์ของห้างหุ้นส่วน จนโจทก์และจำเลยที่ 2 ต่างถูกพนักงานอัยการฟ้องคดีอาญาในความผิดที่ต่างฝ่ายต่างกล่าวหาซึ่งกันและกัน พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้เป็นหุ้นส่วนไม่ปรองดองกันไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน จึง เป็นกรณีที่มีเหตุทำให้ห้างหุ้นส่วนเหลือวิสัยที่จะดำรง คงอยู่ต่อไปได้ ศาลย่อมพิพากษาให้ห้างหุ้นส่วนเลิกกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยที่ 2 ตกลงเข้าหุ้นส่วนกันก่อตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ขึ้น โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 2 ได้ยักยอกเงินและทรัพย์สินของห้างและลงบัญชีทรัพย์สินของห้างเป็นเท็จ ขอให้พิพากษาให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 เสียจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้ลงทุนในห้างจำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียวที่จดทะเบียนว่าโจทก์เป็นหุ้นส่วนด้วยนั้นเป็นเพียงนิติกรรมอำพราง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าห้างจำเลยที่ 1 มีผู้เป็นหุ้นส่วนเพียง 2 คน คือโจทก์และจำเลยที่ 2 และได้เกิดกรณีพิพาทเกี่ยวกับการเงินของห้างจำเลยที่ 1 โดยโจทก์ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 2 ในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฯลฯ และยักยอกทรัพย์ ซึ่งต่อมาพนักงานอัยการได้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ในความผิดดังกล่าวต่อศาล คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา และโจทก์ถูกพนักงานอัยการฟ้องเป็นจำเลยในข้อหาลักทรัพย์ของห้างจำเลยที่ 1 แม้กรณีพิพาทกันนี้จะยังไม่ปรากฏผลเป็นที่ยุติว่าจำเลยที่ 2 และโจทก์จะมีความผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่ แต่จากพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า

ผู้เป็นหุ้นส่วนไม่ปรองดองกัน ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังเป็นคู่พิพาทในคดีอาญากันอีกเช่นนี้ย่อมเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างจำเลยที่ 1 ไม่สามารถที่จะดำเนินกิจการกันต่อไปได้อีก กรณีจึงมีเหตุทำให้ห้างจำเลยที่ 1 เหลือวิสัยที่จะดำรงคงอยู่ต่อไปได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1057(3) ประกอบกับมาตรา 1080พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · ปรีชา พานิชวงศ์ · เสนอ ศรนิยม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้