Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1818/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ลูกจ้างขออนุญาตผู้บังคับบัญชาออกนอกสถานที่ตั้งแต่เวลา 9 น.ถึง 11 น. แต่กลับมาถึงที่ทำงานเวลา 14 น. ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ลูกจ้างยื่นใบลาครึ่งวัน เพราะการขออนุญาตออกนอกสถานที่ได้จะต้องไม่เกิน2 ชั่วโมงครึ่ง ลูกจ้างไม่พอใจจึงเขียนใบลาและเขียนข้อความในเอกสารใส่ซองวางไว้ที่โต๊ะผู้บังคับบัญชาโดยเจตนาให้ผู้บังคับบัญชายอมตกลงกับตนเรื่องไม่ต้องยื่นใบลา ในเอกสารดังกล่าวมีข้อความว่าลูกจ้างอาจเปิดเผยความไม่ดีของผู้บังคับบัญชาในทำนองทุจริตเกี่ยวกับอาคารพาณิชย์ การกระทำของลูกจ้างดังกล่าวมีลักษณะเป็นการข่มขู่ให้ผู้บังคับบัญชาเกิดความกลัวยอมตกลงกระทำในสิ่งที่ผิดระเบียบ มิใช่เป็นการใช้สิทธิตามปกตินิยม เพราะลูกจ้างเจตนาที่จะใช้เหตุดังกล่าวเป็น ข้อต่อรองกับผู้บังคับบัญชาให้กระทำในสิ่งที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของนายจ้างเพื่อประโยชน์ของลูกจ้างแต่เพียง อย่างเดียว ไม่เป็นการสมควรที่ผู้ใต้บังคับบัญชาจะพึงกระทำ ต่อผู้บังคับบัญชาเช่นนั้น ทั้งการข่มขู่ให้ผู้บังคับบัญชากระทำในสิ่งผิดระเบียบข้อบังคับของนายจ้างอาจเป็นเหตุก่อ ให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ผู้เป็นนายจ้างได้ การกระทำของลูกจ้างจึงได้ชื่อว่าเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ซึ่งตามข้อบังคับของนายจ้างมีโทษถึงขั้นไล่ออก เป็นการ กระทำที่ฝ่าฝืน ระเบียบข้อบังคับของนายจ้างกรณีร้ายแรงตาม พระราชบัญญัติ แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 123(3)นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างได้ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำโดยไม่เป็นธรรม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๕ เป็นกรรมการแรงงานสัมพันธ์จำเลยที่ ๑๖ เคยเป็นลูกจ้างโจทก์ ระหว่างเป็นลูกจ้างโจทก์จำเลยที่ ๑๖ ได้ประพฤติตนไม่ต้องด้วยข้อบังคับองค์การสะพานปลา โดยพิมพ์เอกสารถึงผู้บังคับบัญชามีข้อความข่มขู่ดูหมิ่นและกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ทุจริต เป็นการต่อรองกับผู้บังคับบัญชาให้ผ่อนผันอนุญาตให้ออกนอกสถานที่ได้โดยไม่ถือเป็นวันลา อันเป็นการผิดวินัยฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง โจทก์จึงปลดจำเลยที่ ๑๖ ออกจากงาน ต่อมาจำเลยที่ ๑๖ ได้กล่าวหาต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ว่าโจทก์กระทำการอันไม่เป็นธรรม คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ โดยจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๕ มีคำสั่งว่าโจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ ๑๖ เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายแก่จำเลยที่ ๑๖ โจทก์เห็นว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและฝ่าฝืนกฎหมาย

เพราะการกระทำของจำเลยที่ ๑๖เป็นการผิดวินัย ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง การเลิกจ้างไม่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ และไม่ใช่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ขอให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๖ ให้การว่าเอกสารที่จำเลยที่ ๑๖ ทำขึ้นด้วยความโกรธและน้อยใจ ไม่มีเจตนาดูหมิ่น ข่มขู่ และกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาแม้จะมีข้อความว่าจะเปิดเผยความไม่ดีของผู้บังคับบัญชาก็เพื่อจะร้องเรียนถึงความประพฤติในทางไม่สุจริตต่อประธานองค์การสะพานปลา เป็นเอกสารที่ทำขึ้นเพื่อใช้สิทธิตามปกตินิยมโดยสุจริต จำเลยที่ ๑๖ มิได้นำเอกสารดังกล่าวหรือให้ผู้ใดนำไปให้ผู้บังคับบัญชาและไม่ได้บอกกล่าวข้อความในเอกสารดังกล่าวให้ผู้ใดทราบ

แม้จะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับแต่เป็นความผิดเพียงเล็กน้อยไม่ร้ายแรงถึงขั้นที่โจทก์จะเลิกจ้างจำเลยที่ ๑๖ ได้ทันที การที่โจทก์มีคำสั่งให้จำเลยที่ ๑๖ ออกจากงานโดยอ้างเหตุว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงเป็นฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๔ ศาลแรงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๕ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๑๖ ขออนุญาตผู้บังคับบัญชาออกนอกสถานที่ตั้งแต่เวลา ๙ น. ถึง ๑๑ น. แต่กลับมาถึงที่ทำงานเวลา ๑๔ น. แล้วผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ ๑๖ สั่งให้จำเลยที่ ๑๖ ยื่นใบลาครึ่งวันเพราะการขออนุญาตออกนอกสถานที่ได้จะต้องไม่เกิน ๒ ชั่วโมงครึ่ง จำเลยที่ ๑๖ ไม่พอใจจึงเขียนใบลาและเขียนข้อความในเอกสารใส่ซองวางไว้ที่โต๊ะผู้บังคับบัญชาโดยเจตนาจะให้ผู้บังคับบัญชายอมตกลงกับตนเรื่องไม่ต้องยื่นใบลา ในเอกสารดังกล่าวมีข้อความว่าจำเลยที่ ๑๖อาจเปิดเผยความไม่ดีของผู้บังคับบัญชาในทำนองทุจริตเกี่ยวกับอาคารพาณิชย์โดยจะมอบหลักฐานให้ประธานองค์การสะพานปลาสอบสวนเอาผิดแก่ผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ ๑๖ การกระทำของลูกจ้างดังกล่าวมีลักษณะเป็นการข่มขู่ ให้ผู้บังคับบัญชาเกิดความกลัวยอมตกลงกระทำในสิ่งที่ผิดระเบียบ

มิใช่เป็นการใช้สิทธิตามปกตินิยมเพราะจำเลยที่ ๑๖ เจตนาที่จะใช้เหตุดังกล่าวเป็นข้อต่อรองกับผู้บังคับบัญชาให้กระทำในสิ่งที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของโจทก์เพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ ๑๖ แต่เพียงอย่างเดียวไม่เป็นการสมควรที่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาจะพึงกระทำต่อผู้บังคับบัญชาเช่นนั้น ทั้งการข่มขู่ให้ผู้บังคับบัญชากระทำในสิ่งผิดระเบียบข้อบังคับของโจทก์อาจเป็นเหตุก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ผู้เป็นนายจ้างได้การกระทำการของจำเลยที่ ๑๖ จึงได้ชื่อว่าเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ซึ่งตามข้อบังคับของโจทก์มีโทษถึงขั้นไล่ออก เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของนายจ้างกรณีร้ายแรงตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๓(๓)โจทก์เลิกจ้างจำเลยที่ ๑๖ ได้ ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำโดยไม่เป็นธรรม

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต วราโห · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายชวลิต พรายภู่ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้