Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1818/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าบริษัทในต่างประเทศ มีบริษัทโจทก์เป็นผู้ทำการแทนหรือผู้ทำการติดต่อในการประกอบกิจการในประเทศไทย ซึ่งเป็นเหตุให้ได้รับเงินได้หรือผลกำไรในประเทศไทยแล้ว กรณีภาษีเงินได้ย่อมต้องปรับบทตามประมวลรัษฎากรมาตรา 76 ทวิ ซึ่งบัญญัติให้ถือว่า บริษัทในต่างประเทศนั้นประกอบกิจการในประเทศไทยและให้ถือว่าบริษัทโจทก์เป็นตัวแทนของบริษัทในต่างประเทศนั้นและบริษัทโจทก์ย่อมมีหน้าที่ และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีตามความที่บัญญัติไว้นั้น แต่จะนำมาตรา 76 ทวินี้ไปใช้กับกรณีภาษีการค้าหาได้ไม่ เพราะอยู่ต่างส่วนต่างหมวดกัน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าบริษัทโจทก์ เป็นแต่เพียงผู้ติดต่อแทน บริษัทในต่างประเทศเฉพาะในกิจการลงนามในสัญญาการทวงถามให้จ่ายเงินตามสัญญา การจัดให้มีการออกใบรับเงินและการรับส่งวัสดุเครื่องอุปกรณ์ตามสัญญาซึ่ง เป็นการกระทำเป็นผู้ติดต่อในกิจการเฉพาะรายตามสัญญาเท่านั้น จะถือว่าได้มีการประกอบหรือดำเนินการค้าเป็นปกติธุระอันมีบริษัทโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าแทนยังไม่ได้ บริษัทโจทก์จึงไม่ต้องรับผิดในภาษีการค้า

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 76 ป.รัษฎากร มาตรา 78 ป.รัษฎากร มาตรา 79

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าบริษัท เยนเนอร์รัลอีเลกตริค จำกัดในประเทศอังกฤษ ได้ตกลงขายเครื่องโทรศัพท์กับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย การส่งสิ่งของก็ส่งโดยตรงต่อองค์การโทรศัพท์ การจ่ายเงินก็จ่ายในประเทศอังกฤษตรงต่อบริษัทเยนเนอร์รัลอีเล็คตริค จำกัด หนังสือสัญญาก็ทำในนามของบริษัทเยนเนอร์รัล อีเล็คตริค จำกัด เพียงแต่ บริษัทเยนเนอรัลฯ ให้โจทก์เซ็นสัญญาในนามของบริษัทเยนเนอร์รัล ฯ เท่านั้น โจทก์ไม่มีอำนาจกระทำการใด ๆ บริษัทเยนเนอร์รัล ฯ กับองค์การโทรศัพท์ ฯ ติดต่อกันโดยตรงตัวต่อตัว โจทก์ไม่ได้รับทราบและไม่ได้ผ่านมือโจทก์เลย วันที่ ๔ มี.ค. ๒๕๐๑ เจ้าพนักงานประเมินแจ้งว่าโจทก์เป็นผู้ทำการแทนบริษัท เยนเนอร์รัล ฯ ไม่ได้ยื่นรายการเพื่อเสียภาษีการค้าประจำเดือนมกราคม ๒๔๙๗ ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๐๐ เป็นจำนวนภาษีที่จะชำระหรือชำระเพิ่มเป็นเงิน ๗๕๐,๓๙๖ บาท ๙๙ สตางค์ ให้โจทก์นำไปชำระ และ

เมื่อวันที่ ๓๑ มี.ค. ๒๕๐๑ เจ้าพนักงานประเมินภาษีแจ้งมายังโจทก์ว่า โจทก์เป็นผู้ทำการแทนในการประมูลติดต่อทำสัญญา จำหน่ายและติดตั้งเครื่องชุมสายโทรศัพท์ให้แก่กรมไปรษณีย์โทรเลขและองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย เป็นเหตุให้บริษัทเยนเนอร์รัล ฯ ได้รับเงินในประเทศไทยรอบระยะบัญชี ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นเงิน ๑,๖๙๘,๔๘๐ บาท โจทก์มีความรับผิดในการยื่นรายการเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับเงินได้ตามมาตรา ๗๖ ทวิ ประมวลรัษฎากร แต่โจทก์มิได้ยื่นทำรายการและเสียภาษีเงินได้ ซึ่งโจทก์จะต้องเสียภาษีรวม ๓ รายการ รวมเป็นเงิน ๒๗๕,๓๕๑.๑๐ บาท โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่ออธิบดีกรมสรรพากรๆชี้ขาดตามคำสั่งที่ ๑๕๖๒๖/๒๕๐๑ ให้โจทก์เสียภาษีการค้าและภาษีเงินได้นิติบุคคลตามคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมิน โจทก์เห็นว่าคำสั่งของอธิบดีกรมสรรพากรไม่ชอบ จึงขอให้ศาลยกเลิกเพิกถอนเสีย

จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า คำสั่งอธิบดีกรมสรรพากรที่ยกอุทธรณ์ของโจทก์นั้นชอบแล้ว ศาลชั้นต้นฟังว่า ในเรื่องภาษีการค้า บริษัทโจทก์มิได้เป็นผู้ทำการแทนบริษัทเยนเนอร์รัล ฯ เพราะไม่มีสถานการค้าเพื่อประกอบการค้าอันจะต้องเสียภาษีการค้า โจทก์จึงไม่ต้องรับผิด แต่ในเรื่องภาษีเงินได้ บริษัทโจทก์เป็นผู้ทำการแทนบริษัทเยนเนอร์รับ ฯ ๆ ได้รับผลกำไรในประเทศไทย ต้องเสียภาษีเงินได้ พิพากษาว่า คำชี้ขาดอุทธรณ์ที่ให้บริษัทโจทก์เสียภาษีเงินได้ ๒๗๕,๓๕๑.๑๐ บาท ถูกต้อง ให้ยกฟ้อง ส่วนคำชี้ขาดอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียภาษีการค้า ๗๕๐,๓๙๖.๙๙ บาท ไม่ชอบให้ยกเลิกเพิกถอนเสีย โจทก์จำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าบริษัทเยนเนอร์รัล ฯ รับเงินในต่างประเทศไม่ได้รับเงินในประเทศไทย โจทก์ไม่ต้องรับผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๐ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกเลิกเพิกถอนคำสั่งประเมินภาษีการค้า และเงินได้ตามที่เจ้าพนักงานประเมินมาและคำสั่งชั้นอุทธรณ์ของอธิบดีกรมสรรพากรนั้นเสีย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามมาตรา ๗๐ แห่งประมวลรัษฎากรอันเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่เกิดกรณีพิพาทนี้ (คือ ก่อนฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑๖) ๒๕๐๒) ความสำคัญไม่ใช่อยู่ที่การรับ กฎหมายบ่งระบุไว้สำหรับในเรื่องการจ่าย คือ ที่จ่ายในประเทศไทย ถ้าบริษัทต่างประเทศได้รับเงินนั้นแล้ว จะรับในที่ใดไม่สำคัญ บริษัทต่างประเทศนั้นก็ต้องเสียภาษีดังศาลฎีกา ได้วินิจฉัยไว้แล้วในฎีกาที่ ๗๗๓/๒๕๐๔ ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่า เงินค่าขายและติดตั้งเครื่องโทรศัพท์ นั้น กรมไปรษณีย์โทรเลขและองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเป็นผู้จ่าย ต้องถือว่าเป็นการจ่ายในประเทศไทย แม้การส่งเงินนั้นไปให้บริษัทเยนเนอร์รัล ฯ ในประเทศอังกฤษ เป็นเงินปอนด์และสะเตอร์ลิง ก็เป็นการจ่ายในประเทศไทยอยู่นั่นเอง และที่ศาลอุทธรณ์ยกมาตรา ๗๐ ขึ้นปรับบทกับกรณีนี้

ศาลฎีกาเห็นว่ายังไม่ถูกต้อง เพราะมาตรา ๗๐ เป็นบทบังคับในกรณีที่บริษัทต่างประเทศมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย กรณีนี้เป็นเรื่องที่บริษัทต่างประเทศประกอบกิจการในประเทศไทย กรณีต้องด้วยมาตรา ๗๖ ทวิมากกว่า ประเด็นจึงมีว่า บริษัทเยนเนอร์รัล ฯ ซึ่งประกอบกิจการค้าขายและติดตั้งเครื่องชุมสายโทรศัพท์ให้แก่กรมไปรษณีย์โทรเลข และองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย นั้นได้ประกอบกิจการโดยโจทก์เป็นผู้ทำการแทนหรือผู้ทำการติดต่อในประเทศไทยหรือไม่ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยถึงพฤติการณ์ต่าง ๆ ของโจทก์ อันเกี่ยวกับสัญญาติดตั้งเครื่องชุมสายโทรศัพท์รายนี้แล้วเห็นว่า บริษัทโจทก์ได้แสดงออกโดยชัดแจ้งแล้วว่า โจทก์เป็นผู้ทำการแทนหรือผู้ทำการติดต่อในประเทศไทยของบริษัทเยนเนอร์รัล

ฯ แล้ว จึงต้องถือว่าโจทก์เป็นตัวแทนของบริษัทเยนเนอร์รัล ฯ ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ มีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและการเสียภาษีตามความในประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๖ ทวิแล้ว สำหรับกรณีภาษีการค้านั้น กรณีเกิดระหว่าง พ.ศ. ๒๔๙๗ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๐ ต้องบังคับตามประมวลรัษฎากรหมวด ๔ ว่าด้วยภาษีการค้า มาตรา ๗๘ และมาตรา ๗๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ฯ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๔๙๖

ศาลฎีกาเห็นว่า จะนำมาตรา ๗๖ ทวิมาใช้บังคับกรณีภาษีการค้าหาได้ไม่ เพราะอยู่ต่างส่วนต่างหมวดกัน

ศาลฎีกาวินิจฉัยและสรุปว่า พฤติกรรมของโจทก์ที่ปรากฏในคดีนี้ บริษัทโจทก์เป็นแต่เพียงผู้ติดต่อแทนบริษัทเยนเนอร์รัล ฯ เฉพาะในกิจการลงนามในสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยหรือองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย การทวงถามให้จ่ายเงินตามสัญญา การจัดให้มีการออกใบรับเงิน และการรับส่งวัสดุอุปกรณ์ชุมสายโทรศัพท์ เป็นการกระทำเป็นผู้ติดต่อในกิจการเฉพาะรายตามสัญญาเท่านั้น ซึ่งกิจการเหล่านี้จะถือว่าได้มีการประกอบหรือดำเนินการค้าเป็นปกติธุระอันมีโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าแทนยังไม่ได้ โจทก์ไม่ต้องรับผิดในภาษีการค้าในจำนวนเงินที่พิพาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · สอาด นาวีเจริญ · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสุปัน พูลพัฒน์
ศาลอุทธรณ์ - นายธงสิทธิ์ พวงกนก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5639/2550

ป.รัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) ไม่ได้นิยามคำว่าราคาตลาดไว้ แต่เมื่อพิจารณาถึงความหมายในทางการค้าโดยทั่วไปแล้ว คำว่าราคาตลาดใน ป.รัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) คงมีความหมายทำนองเดียวกันกับคำว่าราคาตลาดตาม ป.รัษฎ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4987/2546

โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองฮ่องกงและมีสำนักงานสาขาในประเทศไทยทำสัญญากับบริษัท ย. จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศอังกฤษและไม่ได้ประกอบกิจการในประเท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8797/2543

โจทก์ประกอบกิจการค้าประเภทไนท์คลับ ตามบัญชีการค้าประเภท 7 โรงแรมและภัตตาคาร ชนิด (ก) โจทก์ได้ให้ ณ.เช่ากิจการของโจทก์ไปตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2533 ถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2535 ผู้ที่ประกอบกิจการไนท์ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 124/2540

แม้องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยกับโจทก์จะได้ลงนามในสัญญาซึ่งทำไว้แต่เพียงฉบับเดียว และในสัญญาจะระบุจำนวนเงินที่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยต้องชำระแก่โจทก์ไว้เพียงจำนวนเดียว ก็ไม่ใช่ข้อบ่งชี้ว่าองค์กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5766/2534

การที่จะพิจารณาว่าผู้ประกอบการค้าจะต้องเสียภาษีในประเภทการค้าใด ตามที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีการค้า ท้ายหมวด 4 ตาม ป.รัษฎากรนั้น จะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ได้กระทำการของผู้ประกอบการค้าที่เกิดขึ้น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้