Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1817/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หลังจาก ว.ถึงแก่กรรมจำเลยที่1ซึ่งเป็นภริยาของว.ได้รับแบบแจ้งการประเมินอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล จากเจ้าหน้าที่ประเมิน ถือได้ว่าเจ้าพนักงานประเมินได้แจ้ง การประเมินไปยังจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภรรยาและทายาทของ ว. ตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 18 วรรคสอง แล้ว การที่แบบแจ้งการประเมินระบุชื่อ ว. เป็นผู้รับแจ้งผลการประเมินโดยมิได้ระบุชื่อจำเลยทั้งสามคนใดคนหนึ่งลงในแบบแจ้งการประเมิน ว่าเป็นผู้รับแจ้งการประเมิน แม้จะไม่ถูกต้องแต่ก็ได้มีการแจ้ง การประเมินไปยังจำเลยที่ 1 ผู้เป็นภรรยาและทายาทของ ว. ผู้ต้องเสียภาษีซึ่งถึงแก่ความตายนั้นแล้ว จึงถือได้ว่าได้มีการแจ้ง การประเมินไปยังทายาทของ ว. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีทราบแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 18

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามในฐานะทายาทของนายวสันต์ โชติปริญญานนท์ ร่วมกันรับผิดชำระค่าภาษีอากรจำนวน386,837.60 บาท (ที่ถูกน่าจะเป็น 201,788 บาท) แก่โจทก์ทั้งสองแต่ไม่เกินทรัพย์มรดกที่ได้รับแต่ละคนจำเลยทั้งสามให้การว่า การคิดคำนวณภาษีของโจทก์ทั้งสองไม่ถูกต้องและการที่โจทก์ทั้งสองอ้างว่านายวสันต์สำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าราคาแท้จริงในท้องตลาดไม่เป็นความจริงเมื่อนายวสันต์ไม่เคยนำเข้าสินค้าและไม่เคยค้างภาษีย่อมไม่มีหน้าที่ต้องอุทธรณ์คัดค้านการประเมินภาษี และนายวสันต์ก็ไม่เคยได้รับแจ้งการประเมินภาษี โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยและเรียกเงินตามฟ้อง นอกจากนี้จำเลยทั้งสามไม่เคยได้รับการทวงถามจากโจทก์ทั้งสอง

โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องเอาทรัพย์มรดกของนายวสันต์จากจำเลยทั้งสามผู้เป็นทายาทศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าอากรขาเข้าจำนวน 106,628 บาท แก่โจทก์ที่ 1 แต่ต้องไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกของนายวสันต์ โชติปริญญานนท์ ที่ตกทอดได้แก่จำเลยทั้งสามให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 ที่เกี่ยวกับจำเลยทั้งสามโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2530 นายวสันต์ โชติปริญญานนท์นำเข้าสินค้าผ้าจำนวน 2,814 หลา จากเมืองฮ่องกง ซึ่งประเทศผู้ผลิตคือสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามาในราชอาณาจักรไทยทางด่านศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพมหานคร ต่อมาพนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 ตรวจพบว่าสินค้าที่นายวสันต์นำเข้ามาดังกล่าวมิใช่ฝ้ายตามที่สำแดงไว้ แต่เป็นผ้าวูดเวนซ์แฟบริช

ทำด้วยลินิน พนักงานเจ้าหน้าที่จึงประเมินราคาสินค้าเพิ่มขึ้นจากที่สำแดงไว้อีก 180,591.60 บาท ทำให้นายวสันต์ต้องชำระภาษีอากรค้างชำระเพิ่ม เบี้ยปรับและเงินเพิ่มทุกประเภทเป็นเงิน 201,788 บาท ปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่าโจทก์ที่ 2 ได้แจ้งการประเมินไปยังทายาทของนายวสันต์โดยชอบแล้วหรือไม่ ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบและจำเลยมิได้นำสืบโต้แย้งฟังได้ว่า นายวสันต์ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2538 จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาของนายวสันต์ได้รับแบบแจ้งการประมินอากรขาเข้าภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาลจากเจ้าหน้าที่ประเมินเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2540 ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเห็นได้ว่าเจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งการประเมินไปยังจำเลยที่ 1ซึ่งเป็นภรรยาและทายาทของนายวสันต์ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 18 วรรคสอง แล้ว

การที่แบบแจ้งการประเมินระบุชื่อนายวสันต์เป็นผู้รับแจ้งผลการประเมินโดยมิได้ระบุชื่อจำเลยทั้งสามคนใดคนหนึ่งลงในแบบแจ้งการประเมินว่าเป็นผู้รับแจ้งการประเมิน แม้จะไม่ถูกต้อง แต่ก็ได้มีการแจ้งการประเมินไปยังจำเลยที่ 1 ผู้เป็นภรรยาและทายาทของนายวสันต์ผู้ต้องเสียภาษีซึ่งถึงแก่ความตายนั้นแล้ว จึงถือได้ว่าได้มีการแจ้งการประเมินไปยังทายาทของนายวสันต์ผู้มีหน้าที่เสียภาษีทราบแล้ว ส่วนปัญหาที่ว่าจำเลยทั้งสามจะต้องรับผิดชำระค่าภาษีแก่โจทก์ทั้งสองเพียงใดนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงในสำนวนเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้แล้ว จึงเห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียเลย โดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลภาษีอากรวินิจฉัยอีก และฟังว่าจำเลยทั้งสามต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ทั้งสองเพียง 201,788 บาทพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินค่าภาษีอากรจำนวน 201,788 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง แต่ให้จำเลยทั้งสามรับผิดไม่เกินจำนวนทรัพย์มรดกของนายวสันต์ โชติปริญญานนท์ที่ตกทอดแก่จำเลยทั้งสามนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชา มั่นสกุล · ยงยุทธ ธารีสาร · สันติ ทักราล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4546/2561

โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ฉบับปกติและฉบับยื่นเพิ่มเติมสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีพิพาท โดยกรอกรายการรายได้ส่วนที่ได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีไว้ในแบบแสดง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15345/2558

เอกสารที่โจทก์ยื่นพร้อมกับแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ฉบับเพิ่มเติมครั้งที่ 1 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีพิพาท ที่ระบุข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลกำไรหรือผลขาดทุนของกิจการโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13996/2553

กรมสรรพากรมีอำนาจจัดเก็บภาษีส่วนท้องถิ่นแทนกรุงเทพมหานคร โดยอาศัย พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 มาตรา 112 บัญญัติว่า "กรุงเทพมหานครมีอำนาจออกข้อบัญญัติเพื่อเก็บภาษีอากร...เพิ่มขึ้นได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4231/2550

แม้ผลการตรวจสอบภาษีโจทก์สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2534 ที่จำเลยลดผลขาดทุนสุทธิของโจทก์ลงจะมิใช่รายการที่ปรากฏอยู่ในแบบ ภ.ง.ด. 50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2535 ที่โจทก์ยื่นไว้ก็ตาม แต่เนื่องจากผลขาดทุนสุท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4358/2539

โจทก์ฟ้องให้จำเลยล้มละลายเนื่องจากจำเลยไม่ชำระหนี้ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยจำเลยยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปี 2519 ถึง 2523 ต่อโจทก์ แสดงรายรับไม่ถูกต้องซึ่งผลการตรวจสอบจำเลย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้