Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1816/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 รับว่าทองคำแท่งที่หมายเลขกำกับและอักษรแสดงประเทศผู้ผลิตถูกทำลายไปจำนวน 30 แท่งของกลางที่ยึดไว้นั้นเป็นของตน แม้จำเลยที่ 2 จะนำหลักฐานใบเสร็จรับเงินที่ซื้อจากบริษัทต่าง ๆ มาแสดงก็ตาม ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าหมายเลขกำกับตามที่จำเลยที่ 2 อ้างนั้นตรงกับหมายเลขกำกับในทองคำแท่งของกลาง ประกอบกับการนำทองคำแท่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยชอบนั้น สาระสำคัญต้องมีหมายเลขกำกับเพื่อให้ตรวจสอบในใบขนสินค้าและระบุกำเนิดประเทศผู้ผลิตอีกด้วย ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าทองคำแท่งของกลางไม่ใช่ทองคำแท่งจำนวนเดียวกับที่จำเลยที่ 2 ซื้อมา ทองคำแท่งของกลางจึงเป็นทองคำแท่งที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาต ทั้งกรณีเป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ จึงเป็นการฟ้องคดีเกี่ยวด้วยของซึ่งต้องยึดเพราะไม่เสียภาษีตามกฎหมายดังกล่าว ต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 100 ที่จำเลยทั้งสองจะต้องพิสูจน์ว่าของกลางดังกล่าวได้เสียภาษีโดยถูกต้องแล้วหรือได้นำเข้ามาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่จำเลยทั้งสองนำสืบไม่ได้ จึงต้องฟังว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 2, 10, 27 ทวิ พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 5, 7, 20, 24 พระราชกฤษฎีกาควบคุมการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2494 มาตรา 3, 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8, 9 ริบของกลางให้จ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับและจ่ายรางวัลแก่ผู้จับตามกฎหมายจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 2, 10, 27 ทวิ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8, 9 พระราชกฤษฎีกาควบคุมการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2494 มาตรา 3, 4 ปรับจำเลยทั้งสองเป็นเงิน 33,038,050.08 บาท จำเลยทั้งสองนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงปรับ จำเลยทั้งสองเป็นเงิน22,025,366.72 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ในกรณีที่ต้องกักขังแทนค่าปรับ ให้กักขังจำเลยทั้งสองแทนค่าปรับคนละ 1 ปี ริบทองคำแท่งของกลาง จ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับ และจ่ายรางวัลแก่ผู้จับตามกฎหมายคำขอนอกจากนี้ให้ยกจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 22กุมภาพันธ์ 2536 เวลาประมาณ 14 นาฬิกา นายดิเรก โล่ห์วีระ เจ้าพนักงานศุลกากรได้รับแจ้งจากสายลับว่า ที่บ้านเลขที่ 1709/24-25 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 45 เขตบางกอกน้อยกรุงเทพมหานคร มีทองคำแท่งที่เลี่ยงภาษีอากรซุกซ่อนอยู่และลักลอบ นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาเวลาประมาณ 17 นาฬิกา นายดิเรกกับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานศุลกากรและพันตำรวจตรีกฤชชัย สุเสารัจ ได้ไปตรวจค้นบ้านดังกล่าวพบทองคำแท่งอันเป็นทองคำแท่งทางการค้าระหว่างประเทศ จำนวน 30 แท่ง น้ำหนักรวม29,998.48 กรัม ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 8,259,512.52 บาท ที่จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1นำไปฝากนางทอเพียร

ก้อนทอง ไว้ที่บ้านดังกล่าว โดยแต่ละแท่งมีการลบหมายเลขกำกับรวมทั้งตัวอักษรแสดงประเทศและบริษัทผู้ผลิตออก จึงยึดไว้เป็นของกลางวันรุ่งขึ้นจำเลยที่ 2 ขอรับทองคำแท่งของกลางคืนโดยอ้างว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า เหตุที่เจ้าพนักงานศุลกากรได้ไปตรวจค้นบ้านที่พบทองคำแท่งของกลางเพราะนายดิเรกทราบจากสายลับมาแจ้งไว้ก่อน จึงไปตรวจค้นโดยเฉพาะเจาะจงทันทีและก็พบทองคำแท่งตามที่ได้รับทราบมาจริง ทั้งขณะทำการตรวจค้นนางสาวหฤทัย โชติ ได้แจ้งว่าจำเลยที่ 1 นำมาฝากแต่ตอนเช้า แล้วได้พานายดิเรกกับพวกไปบ้านจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่เลขที่ 105/1 หมู่บ้านปิ่นเกล้าการ์เดนซิตี้ ถนนพุทธมณฑลสาย 2 เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร ทำให้จับจำเลยที่ 1 ได้ และจำเลยที่ 1 รับว่าจ้างจากจำเลยที่ 2 นำมาจากอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรู้อยู่ว่าเป็นของนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ตามบันทึกจับกุมเอกสารหมาย จ.3 และบันทึกคำให้การผู้ต้องหาเอกสารหมาย

จ.17 ดังนี้ เมื่อนายดิเรกและพันตำรวจตรีกฤชชัยผู้ร่วมทำบันทึกดังกล่าวไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 1 มาก่อน จึงไม่มีเหตุที่จะระแวงสงสัยว่าจะแกล้งปรักปรำจำเลยที่ 1 ทั้งจำเลยที่ 1 ให้การโดยละเอียดถึงที่มาแห่งทองคำแท่งของกลางอีกด้วย ดังนั้น พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคงรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยที่ 1 รับจ้างจำเลยที่ 2 ลักลอบขนทองคำแท่งของกลางมาจากอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรู้อยู่แล้วว่าผู้ที่ส่งมอบทองคำดังกล่าว นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย การที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าลงชื่อในบันทึกจับกุมโดยไม่ทราบข้อความนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการรับส่งมอบวิธีการขนย้าย และอัตราค่าจ้างในแต่ละครั้งทั้งจำเลยที่ 1 ให้การทันทีในวันถูกจับกุมนั่นเอง จึงน่าเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ให้การไปตามความจริงโดยทราบข้อความนั้นอยู่แล้ว ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าให้การในขณะเมาสุราอยู่นั้น

เห็นว่า ลงลายมือชื่อของจำเลยที่ 1 ในบันทึกจับกุม เอกสารหมาย จ.3 ซึ่งลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2536 อันเป็นวันเกิดเหตุมีลักษณะการเขียนปกติเหมือนกับลายมือชื่อของจำเลยที่ 1 ในเอกสารอื่น ๆ น่าเชื่อว่าจำเลยที่ 1 จะให้การต่อเจ้าพนักงานผู้จับกุมตามความจริง ดังนั้น พยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 จึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ข้างต้นได้ ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ จำเลยที่ 2 อ้างว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทองคำแท่งจำนวน 30 แท่งที่เจ้าพนักงานศุลกากรได้ยึดไว้ตามบันทึกจับกุมเอกสารหมาย จ.2 กรณีจึงถือและรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่าจำเลยที่ 2 ยอมรับว่าทองคำแท่งจำนวน 30 แท่งของกลางที่ยึดไว้ในคดีเป็นของตนแล้ว แต่เนื่องจากทองคำแท่งของกลางในคดีนี้หมายเลขกำกับและอักษรแสดงประเทศผู้ผลิตถูกทำลายไป

เมื่อจำเลยที่ 2 นำหลักฐานในการซื้อมาจากบริษัทโกลด์ แอสโซซิเอท จำกัด และบริษัทโกลด์ คอเปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ตามใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย จ.11 (ตรงกับเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.5) จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าหมายเลขกำกับตามที่จำเลยที่ 2 อ้างนั้นตรงกับหมายเลขกำกับในทองคำแท่งของกลางประกอบกับทองคำแท่งนั้นเมื่อนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยชอบ สาระสำคัญต้องมีหมายเลขกำกับเพื่อให้ตรวจสอบในใบขนสินค้าและระบุกำเนิดประเทศผู้ผลิตอีกด้วยดังปรากฏตามใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิต และภาษีมูลค่าเพิ่มเอกสารหมาย จ.12 ดังนั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ทองคำแท่งของกลางไม่ใช่ทองคำแท่งจำนวนเดียวกับที่จำเลยที่ 2 ซื้อมา

ทองคำแท่งของกลางจึงเป็นทองคำแท่งที่นำเข้ามาในราชอาณจักรโดยมิได้รับอนุญาตจริง อีกทั้งนางทองเพียร ก้อนทองพยานโจทก์เบิกความยืนยันว่า ก่อนนำของมาฝาก จำเลยที่ 2 ได้โทรศัพท์มาบอกก่อนแล้วจำเลยที่ 1 ได้นำกล่องกระดาษสีน้ำตาล 2 กล่องมาฝากพยานจึงรับฝากไว้โดยเก็บไว้ในห้องนอนและเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าของพยาน ดังนี้ แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 รับทองคำแท่งของกลางไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นทองคำแท่งที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาตและเนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ จึงเป็นการฟ้องร้องคดีอันเกี่ยวด้วยของซึ่งต้องยึดเพราะไม่เสียภาษีตามกฎหมายดังกล่าว

อันต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 100 ที่จำเลยทั้งสองจะต้องพิสูจน์ว่าของกลางดังกล่าวได้เสียภาษีโดยถูกต้องแล้วหรือได้นำเข้ามาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่จำเลยทั้งสองนำสืบไม่ได้ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประกาศ บูรพางกูร · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ธีระจิต ไชยาคำ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้