Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1815/2564

พ.ศ. 2564 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4 (6) ให้ความหมายของคำว่า "มี" ไว้ว่า มีกรรมสิทธิ์หรือมีไว้ในครอบครอง เมื่อโจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกับพวกในการมีกรรมสิทธิ์หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางดังกล่าว ประกอบกับการพิจารณาคดีอาญา โจทก์มีหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานเข้าสืบให้ชัดแจ้งโดยปราศจากข้อสงสัยเพื่อให้ศาลรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา ลำพังเพียงจำเลยซึ่งเป็นภริยา อ. ไปกับ อ. ในวันที่มีการซื้อขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง และจำเลยอาศัยอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุซึ่งตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง โดยที่บ้านดังกล่าวเป็นบ้านที่ อ. พักอาศัยอยู่ด้วยนั้น พฤติการณ์แห่งคดียังไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 ริบอาวุธปืนและซองพกหนังของกลางนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อ.149/2562 ของศาลจังหวัดลพบุรี

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 วรรคหนึ่ง จำคุก 6 เดือน และปรับ 1,500 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน และปรับ 1,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.149/2562 ของศาลจังหวัดลพบุรี ริบของกลาง โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ริบของกลาง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2561 เวลาประมาณ 7 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรม่วงค่อมพร้อมเจ้าหน้าที่ทหารร่วมจับกุมจำเลยพร้อมยึดอาวุธปืนพกออโตเมติก (NORINCO) ขนาด 9 มม. LUGER 1 กระบอก กระสุนปืนชนิดและขนาดเดียวกัน 8 นัด บรรจุอยู่ในซองกระสุนปืน พร้อมด้วยซองพกหนัง 1 ซอง ที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนในห้องนอนของจำเลยที่บ้าน ซึ่งเป็นบ้านที่จำเลยพักอาศัยอยู่กับนายอานนท์ ซึ่งเป็นสามีของจำเลย จำเลยไม่เคยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนจากนายทะเบียน จากการตรวจพิสูจน์อาวุธปืนของกลางมีเลขหมายประจำปืน 323892 แต่ไม่ปรากฏเครื่องหมายทะเบียน

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า จำเลยมีเจตนาครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง ในข้อนี้โจทก์มีร้อยตำรวจเอกสมบัติ และดาบตำรวจพีรพงษ์ ผู้ร่วมจับกุม เบิกความในทำนองเดียวกันว่า หลังจากตรวจค้นแล้วสอบถามจำเลยรับว่า อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางเป็นของจำเลยซื้อมาจากคนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยแสดงสำเนาใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนให้เจ้าพนักงานชุดจับกุมดู ซึ่งมีเลขหมายประจำปืนตรงกับเลขหมายในเอกสารดังกล่าว ส่วนเครื่องหมายทะเบียนพยานเข้าใจว่า อาจจะตอกอยู่ในด้ามปืน เนื่องจากชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนในเอกสารดังกล่าวเป็นบุคคลอื่น จึงนำตัวจำเลยไปสถานีตำรวจ

นอกจากนี้โจทก์ยังมีร้อยตำรวจเอกสุระ พนักงานสอบสวนเบิกความว่าในชั้นสอบสวนจำเลยให้การว่า จำเลยไปกับนายอานนท์ ในวันที่มีการซื้อขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง แต่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่า วันเกิดเหตุนายอานนท์ ซึ่งเป็นสามีของจำเลยออกจากบ้านที่เกิดเหตุไปทำไร่ข้าวโพดตั้งแต่เช้า ต่อมามีเจ้าพนักงานตำรวจมาที่บ้านที่เกิดเหตุตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง จำเลยแจ้งเจ้าพนักงานตำรวจว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางเป็นของนายอานนท์ จำเลยโทรศัพท์ติดต่อนายอานนท์ นายอานนท์บอกให้จำเลยเอาใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (ป.4) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของอาวุธปืน และเอกสารที่เกี่ยวข้องแสดงให้เจ้าพนักงานตำรวจดู

นายอานนท์บอกอีกด้วยว่าจะเข้ามาที่บ้านเพื่อแจ้งเจ้าพนักงานตำรวจเองว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางเป็นของนายอานนท์ เจ้าพนักงานตำรวจไม่รอนายอานนท์แต่กลับนำจำเลยไปที่สถานีตำรวจ เห็นว่า แม้โจทก์จะนำสืบยืนยันว่า จำเลยไปกับนายอานนท์ในวันที่มีการซื้อขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางซ่อนอยู่ใต้หมอนในห้องนอนของจำเลย จำเลยไม่เคยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนจากนายทะเบียนก็ตาม แต่ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้ผู้ใดทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง หรือนำเข้า ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน

เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่" และมาตรา 4 (6) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ให้ความหมายของคำว่า "มี" ไว้ว่า มีกรรมสิทธิ์หรือมีไว้ในครอบครอง เมื่อโจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกับพวกในการมีกรรมสิทธิ์หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางดังกล่าว ประกอบกับการพิจารณาคดีอาญา โจทก์มีหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานเข้าสืบให้ชัดแจ้ง โดยปราศจากข้อสงสัยเพื่อให้ศาลรับฟังได้ว่า จำเลยกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา ซึ่งในส่วนนี้โจทก์นำสืบไม่ได้ชัดว่า จำเลยมีเจตนายึดถืออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางเพื่อตนแต่อย่างใด อีกทั้งจำเลยเองก็เป็นภริยาของนายอานนท์และบ้านที่เกิดเหตุก็เป็นบ้านที่นายอานนท์พักอาศัยอยู่ด้วย

ลำพังเพียงจำเลยไปกับนายอานนท์ ในวันที่มีการซื้อขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางและจำเลยอาศัยอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุซึ่งตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง เท่านี้จะให้รับฟังถึงกับว่า จำเลยมีเจตนาจะยึดถืออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางไว้เพื่อความครอบครองของตนหาได้ไม่ พฤติการณ์แห่งคดียังไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางไว้ในครอบครอง จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางไว้ในครอบครองโดยมิได้รับใบอนุญาต และกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยพยานจำเลยและประเด็นฎีกาที่เหลืออีกต่อไป เพราะไม่มีผลทำให้คำวินิจฉัยของศาลเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป อ่าววิจิตรกุล · วิชาญ กาญจนะ · อรุณ เรืองเพชร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชัยบาดาล - นางสาวนาวีพรรณ สีหพันธุ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายเจริญ ดวงสุวรรณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.487/2564
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ.144/2562
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ.433/2562
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้