Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ลูกหนี้ทำสัญญารับจ้างก่อสร้างตึกพร้อมครุภัณฑ์โดยมีข้อสัญญาว่า. หากลูกหนี้ก่อสร้างไม่เสร็จภายในกำหนดเวลา. ยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับเป็นรายวัน วันละ 2,500 บาท และผู้ว่าจ้างมีอำนาจยึดและหักเงินค่าจ้างที่ค้างชำระไว้เพื่อเป็นค่าทดแทนได้. ปรากฏว่าลูกหนี้ผิดสัญญาก่อสร้างล่าช้าไป ซึ่งต้องถูกปรับ. ผู้ว่าจ้างจึงหักเงินค่าจ้างงวดสุดท้ายที่จะจ่ายให้ลูกหนี้ไว้เป็นค่าเบี้ยปรับตามสัญญา. ทั้งนี้ภายในระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการฟ้องขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย ลูกหนี้ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าจ้างขอให้ระงับการปรับ.แต่ผู้ว่าจ้างไม่ยินยอม. แม้ลูกหนี้จะยอมทำหลักฐานให้ผู้ว่าจ้างไว้ว่าได้รับเงินค่าจ้างงวดสุดท้ายครบถ้วนเต็มจำนวนแล้ว.ก็ถือไม่ได้ว่าลูกหนี้ได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำ.โดยมุ่งหมายให้ผู้ว่าจ้างเจ้าหนี้คนหนึ่งได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น.

คำฟ้องและคำให้การ

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฯยื่นคำร้องว่า คดีนี้ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลโกมลตียาภรณ์สหช่างจำเลยลูกหนี้แล้ว ปรากฏว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้กักเงิน 465,000 บาทของลูกหนี้ไว้เพื่อริบเป็นเบี้ยปรับฐานผิดสัญญารับเหมาก่อสร้างซึ่งลูกหนี้รับจ้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก่อสร้างตึกชีววิทยาการกระทำของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต่อลูกหนี้ดังกล่าวเป็นการกระทำให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบโดยกระทำในระยะเวลา 3 เดือนก่อนมีการฟ้องขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการริบเงินที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กระทำต่อลูกหนี้ และให้คืนเงินจำนวนดังกล่าวแล้วพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่ผู้ร้อง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผู้คัดค้านต่อสู้ว่า

ลูกหนี้ผิดสัญญาก่อสร้างตึกชีววิทยาพร้อมครุภัณฑ์เสร็จล่าช้า 186 วัน ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับตามสัญญาวันละ 2,500 บาท รวม 465,000 บาท ผู้คัดค้านจึงปรับ โดยยึดและหักจากเงินที่จำเลยผู้ล้มละลายจะได้รับจากค่าจ้างงวดสุดท้าย ลูกหนี้ได้ทราบการสั่งปรับนั้นแล้ว และผู้คัดค้านได้นำเงินที่ปรับส่งคลังเป็นรายได้ของแผ่นดินไปแล้ว การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งทำไว้ก่อนลูกหนี้จะตกเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือถูกฟ้องล้มละลาย ทั้งมิใช่เป็นการที่ลูกหนี้กระทำเองหรือยินยอมให้กระทำโดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบจะเรียกให้เพิกถอนหาได้ไม่ ชั้นพิจารณาทั้งสองฝ่ายแถลงรับข้อเท็จจริงกันและต่างไม่ติดใจสืบพยาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ลูกหนี้ได้คัดค้านการรับเงินรายนี้ต่อผู้คัดค้าน จึงถือไม่ได้ว่าลูกหนี้ได้มุ่งหมายที่จะให้ผู้คัดค้านได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา ข้อเท็จจริงตามที่รับกันฟังได้ว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผู้คัดค้านได้ทำสัญญาจ้างห้างลูกหนี้ก่อสร้างตึกชีววิทยาพร้อมครุภัณฑ์เป็นเงิน 5,000,000 บาท ตามสัญญาข้อ 2 กำหนดไว้ว่าผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างรวม 7 งวด งวดที่ 7 เงิน1,000,000 บาทจะจ่ายให้เมื่อผู้รับจ้างก่อสร้างเสร็จ ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2508 และตามสัญญาข้อ 5 มีว่าถ้าผู้รับจ้างทำการไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับเป็นรายวัน วันละ 2,500 บาท ปรากฎว่าผู้รับจ้างส่งงานงวดสุดท้ายเลยกำหนดเวลาตามสัญญา 186 วัน ผู้คัดค้านจึงปรับและมีหนังสือลงวันที่ 13กรกฎาคม 2509 ถึงผู้จัดการห้างลูกหนี้แจ้งว่า เงินค่าจ้างงวดที่ 7นี้ ผู้คัดค้านได้กักเงินค่าปรับไว้ 465,000 บาท ต่อมาวันที่ 14ตุลาคม 2509 ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ลูกหนี้จะทำหลักฐานให้ไว้แก่ผู้คัดค้านเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2509 ว่า ลูกหนี้ได้รับเงินจากผู้คัดค้านจำนวน 1,000,000 บาท ซึ่งเป็นค่าจ้างงวดที่ 7 แล้วก็ดี แต่ตามสัญญาข้อ 2 มีความว่า เงินงวดที่ 7 นี้ผู้คัดค้านจะจ่ายให้ลูกหนี้ผู้รับจ้างเมื่อก่อสร้างเสร็จตามสัญญาและคณะกรรมการได้ตรวจรับงานแล้วปรากฏว่าลูกหนี้ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จจนเลยกำหนดตามสัญญาถึง 186วัน ผู้คัดค้านจึงปรับวันละ 2,500 บาท เป็นเงิน 465,000 บาท ลูกหนี้ได้มีหนังสือถึงรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยผู้คัดค้านขอความเห็นใจให้ระงับการปรับ แสดงว่าลูกหนี้ได้ทำงานเลยกำหนดเวลาจริง ตามสัญญาจ้างข้อ 5 มีความว่า เมื่อผู้รับจ้างผิดสัญญาแล้ว ผู้ว่าจ้างมีอำนาจที่จะยึดและหักเงินค่าจ้างที่ค้างชำระไว้เพื่อเป็นค่าทดแทนได้

ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อลูกหนี้ก่อสร้างจนล่วงเลยกำหนดเวลาตามสัญญาจ้างแล้วผู้คัดค้านก็ย่อมมีสิทธิที่จะหักเงินไว้เป็นค่าปรับก่อนที่จะจ่ายค่าจ้างให้ลูกหนี้ได้ และตามข้อเท็จจริงที่ได้ความฟังไม่ได้ว่าลูกหนี้ได้ยินยอมให้กระทำโดยมุ่งหมายให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นตามนัยแห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 115

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรูญ โชติรัต · โกวิท ถิระวัฒน์ · อาจิต ไชยาคำ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้