Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1813/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้สัญญาประกันผู้ต้องหาที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ระบุว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 172 ซอยสุวรรณสวัสดิ์ฯลฯ ก็ตาม แต่ต่อมาจำเลยได้ย้ายจากภูมิลำเนาเดิมไปอยู่บ้านเลขที่ 633 ถนนสุขุมวิท ฯลฯ แล้ว และปรากฏจากการติดต่อนัดส่งตัวผู้ต้องหาระหว่างโจทก์ที่ 2 กับจำเลย แสดงว่าโจทก์ที่ 2 ได้ทราบถึงภูมิลำเนาใหม่ของจำเลยแล้วด้วยเช่นนี้ การที่โจทก์ฟ้องโดยระบุว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 172 ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิม จึงมิใช่ภูมิลำเนาจำเลย ครั้นส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยไม่ได้ โจทก์ก็แถลงศาลว่า ไม่ทราบว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่ใด เป็นเหตุให้ศาลเชื่อสั่งให้โฆษณาทางหนังสือพิมพ์แทน จึงขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 จะถือว่าจำเลยทราบการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแล้วไม่ได้ จำเลยไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การขอให้พิจารณาใหม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าปรับเนื่องจากผิดสัญญาประกันผู้ต้องหาโจทก์นำเจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลย ปรากฏว่าไม่มีตัวจำเลยอยู่ในบ้านตามที่ระบุในฟ้อง ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้ประกาศทางหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง และกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยทราบ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียว และพิพากษาบังคับคดีตามฟ้องศาลชั้นต้นยังไม่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาให้จำเลย จำเลยยื่นคำร้องว่าจำเลยย้ายที่อยู่นานแล้ว และโจทก์ก็ทราบที่อยู่ใหม่ของจำเลยดี แต่โจทก์กลับระบุภูมิลำเนาเดิมของจำเลยในคำฟ้อง ทำให้เจ้าพนักงานศาลส่งหมายเรียกและปิดหมายไม่ได้ ต้องใช้วิธีปิดประกาศหนังสือพิมพ์แทนเป็นเหตุให้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาถ้าจำเลยมีโอกาสต่อสู้คดีแล้ว คำตัดสินชี้ขาดของศาลจะต้องเปลี่ยนไป และก่อนพิพากษาคดีนี้ จำเลยก็นำตัวผู้ต้องหามอบแก่โจทก์แล้ว จำเลยอาจขอลดเบี้ยปรับต่อศาลได้ ขอให้พิจารณาคดีใหม่โจทก์คัดค้านว่าโจทก์ไม่มีทางทราบได้ว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่ใดจึงต้องประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมาย

ถือว่าจำเลยทราบฟ้องของโจทก์แล้ว ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของจำเลยแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและจำเลยผิดสัญญาประกันต่อโจทก์ ไม่มีเหตุที่จะให้พิจารณาคดีใหม่ ให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ศาลสั่งให้ลงโฆษณาหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องทางหนังสือพิมพ์ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาคดีนี้ใหม่ตั้งแต่เวลาที่จำเลยขาดนัด โดยจัดให้มีการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลย แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้สัญญาประกันผู้ต้องหาที่จำเลยทำไว้กับโจทก์จะระบุว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 172 ซอยสุวรรณสวัสดิ์

แขวงทุ่งมหาเมฆก็ตาม ก็ได้ความจากคำโจทก์ที่ 2 (ชั้นพิจารณาคดีฝ่ายเดียว) ว่า เมื่อถึงวันนัดส่งตัวผู้ต้องหา จำเลยไม่ได้ไปพบหรือแจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบ ได้มีหนังสือติดต่อหลายครั้ง ขัดข้องส่งให้ไม่ได้เพราะไม่มีตัวผู้รับ จึงได้ออกหมายจับแสดงว่า โจทก์ไม่สามารถติดต่อหรือพบจำเลยได้ ณ ภูมิลำเนาที่แจ้งไว้เดิมเลขที่ 172 จำเลยก็เบิกความว่า ต่อมาได้ไปพบโจทก์ที่ 2 ขอผัดติดตามตัวผู้ต้องหาและขอให้รอการบังคับตามสัญญาประกัน โจทก์ที่ 2 ก็ได้บันทึกไว้ว่าจำเลยรับราชการเป็นครูอยู่โรงเรียนยูมินกงสวยที่ถนนสุรวงศ์ และมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 633 ถนนสุขุมวิท 93 ต่อมาเมื่อโจทก์มีหนังสือถึงจำเลยก็จ่าหน้าซองว่าจำเลยอยู่บ้านเลขที่ 633 และเมื่อจำเลยมีหนังสือถึงโจทก์ที่ 2ว่าไปพบโจทก์ที่ 2 ตามนัดไม่ได้เพราะต้องติดตามตัวผู้ต้องหา

ก็ระบุว่าเขียนไปจากบ้านเลขที่ 633 จึงฟังได้ว่าโจทก์ที่ 2 ทราบแล้วว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 633 หาได้อยู่ที่บ้านเลขที่ 172 ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมไม่ การที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้โดยระบุในฟ้องว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 172 บ้านดังกล่าวจึงมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลยครั้นส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยไม่ได้ โจทก์ก็แถลงศาลว่าไม่ทราบว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่ใด เป็นเหตุให้ศาลเชื่อสั่งให้โฆษณาทางหนังสือพิมพ์แทน จึงขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 79 จะถือว่าจำเลยทราบการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแล้วไม่ได้ จำเลยไม่จงใจขาดนัดพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จินดา บุญศิริ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้