Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1813/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สำนวนการสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู่ในความครอบครองของพนักงานอัยการ เมื่อศาลมีคำสั่งเรียกมาเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีแพ่ง พนักงานอัยการจะไม่ยอมส่ง โดยอ้างว่าผู้ต้องหาหลบหนียังอยู่ในระหว่างหมายจับ ถ้าจับได้มา จะไม่มีสำนวนดำเนินคดีนั้น ไม่เป็นเหตุตามกฎหมายที่จะปฏิเสธคำสั่งของศาลได้ทั้งทางแก้ก็มีอยู่แล้วโดยการคัดสำเนาส่งศาลแทนพนักงานอัยการเคยนำส่งสำนวนการสอบสวนมาศาลครั้งหนึ่งแล้วในวันพิจารณาและขอรับคืนไปเมื่อเสร็จการพิจารณาเฉพาะวัน ครั้นภายหลังศาลมีคำสั่งเรียกให้ส่งมาเพื่อใช้พิจารณาประกอบการพิพากษา พนักงานอัยการจะปฏิเสธไม่ยอมส่งโดยอ้างว่าเป็นความลับในราชการ ย่อมฟังไม่ขึ้นการอนุญาตให้คู่ความอ้างเอกสารใดเป็นพยาน และจะมีคำสั่งเรียกมาหรือไม่เป็นอำนาจของศาลที่จะสั่งได้ตามกฎหมายผู้ครอบครองเอกสารจะโต้แย้งว่า ศาลไม่ควรอนุญาตหรือ ไม่ควรเรียกมาหาได้ไม่คำสั่งของศาลที่เรียกเอกสารจากผู้ครอบครอง กฎหมายมิได้กำหนดแบบไว้ ศาลจะมีคำสั่งในรูปหนังสือราชการก็อาจทำได้การหมายเรียกบุคคลที่ปฏิเสธไม่ยอมส่งเอกสารมาศาลเพื่อให้ชี้แจงเหตุผลนั้น เมื่อศาลมีคำสั่งยืนยันให้ส่งเอกสารก็แสดงอยู่ในตัวว่าการปฏิเสธนั้นไม่มีเหตุผลฟังได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ขับรถในทางการที่จ้างโดยประมาท ชนรถยนต์ของผู้เอาประกันภัยไว้กับโจทก์เสียหาย โจทก์ต้องใช้เงินให้ 34,400 บาท ขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ที่ 2 ต่อสู้ปฏิเสธความรับผิด จำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาในการพิจารณาคดี โจทก์ระบุอ้างสำนวนการสอบสวนคดีที่ 6/2508ของสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสกลนครเป็นพยาน ซึ่งอยู่ที่อัยการจังหวัดสกลนคร ขอให้ศาลเรียกมา ศาลมีคำสั่งเรียกอัยการจังหวัดสกลนครมีหนังสือถึงศาลว่า สำนวนนั้นอยู่ระหว่างการสั่งจับผู้ต้องหา หากจับมาได้จะไม่มีสำนวนดำเนินคดีจึงไม่สามารถส่งมาศาลได้โจทก์ยื่นคำร้องว่า

เมื่ออัยการขัดข้องส่งสำนวนไม่ได้ ก็ขอให้ศาลเรียกให้ส่งสำเนาแทน ศาลมีคำสั่งถึงอัยการจังหวัดสกลนครให้ส่งสำเนาการสอบสวนอัยการจังหวัดสกลนครมีหนังสือแจ้งว่า สำนวนดังกล่าวอยู่ในระหว่างสั่งจับไม่สามารถส่งศาลได้ แต่ส่งสำเนาแผนที่เกิดเหตุมาศาลโจทก์ยื่นคำร้องว่า เมื่ออัยการขัดข้องส่งสำเนาไม่ได้ ก็ขอให้ส่งสำนวนต่อศาลในวันพิจารณาและรับกลับไปทุก ๆ ครั้งจนกว่าจะได้พิจารณาพิพากษาคดีศาลมีหนังสือถึงอัยการตามที่โจทก์ขออัยการจังหวัดสกลนครมีหนังสือถึงศาลว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่นำสำนวนมาศาลรวม 24 แผ่น เมื่อเสร็จการพิจารณาในวันนั้น ขอให้ส่งคืนและศาลได้มอบคืนให้ไปแล้วต่อมาศาลพิจารณาคดีเสร็จสำนวนและนัดฟังคำพิพากษาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเอกสารหมาย

จ.2 ถึง จ.7 ในสำนวนการสอบสวนดังกล่าวแล้วมาพิจารณาประกอบการพิพากษาคดีด้วย ซึ่งศาลได้มีหนังสือถึงอัยการให้ส่งสำนวนการสอบสวนดังกล่าวต่อศาลอัยการจังหวัดสกลนครมีหนังสือถึงศาลว่า สำนวนการสอบสวนดังกล่าวพนักงานอัยการสั่งฟ้อง ผู้ต้องหาหลบหนี อยู่ในระหว่างออกหมายจับ ตามระเบียบของกรมอัยการถือว่า ข้อเท็จจริงในสำนวนเป็นความลับ ทั้งถ้าจับผู้ต้องหาได้ถ้าส่งสำนวนต่อศาลเสียแล้ว ก็จะไม่มีสำนวนดำเนินคดี จึงไม่สามารถส่งสำนวนมาศาลได้ แต่หากศาลประสงค์จะตรวจและแสดงต่อคู่ความเป็นครั้งคราว เสร็จแล้วคืนไปก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือศาลสั่งงดการฟังคำพิพากษาไว้ก่อน และนัดโจทก์จำเลยและอัยการมาศาลเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องที่อัยการขัดข้องการส่งสำนวน

อัยการแถลงขัดข้อง โจทก์ยืนยันติดใจอ้างเอกสาร ศาลจึงมีคำสั่งให้พนักงานอัยการส่งพยานเอกสารในสำนวนการสอบสวนที่โจทก์อ้างภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2510 ถึงกำหนดพนักงานอัยการไม่ส่งเอกสารตามคำสั่ง ศาลจึงมีหนังสือให้อัยการจังหวัดมาศาลเพื่อสอบถามเรื่องไม่ส่งเอกสารอัยการจังหวัดแถลงว่า สำนวนการสอบสวนดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของอัยการจังหวัดและอัยการผู้ช่วยซึ่งเป็นเจ้าของสำนวนร่วมกัน ไม่สามารถส่งพยานเอกสารนี้ได้ เพราะอยู่ในระหว่างสั่งจับผู้ต้องหา ถ้าได้ตัวมาจะไม่มีสำนวนดำเนินคดีศาลเห็นว่าไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงมีคำสั่งให้อัยการจังหวัดผู้ครอบครองเอกสารนำเอกสารที่โจทก์อ้างมาส่งศาลภายใน 30 วันพนักงานอัยการจังหวัดสกลนครผู้ร้องอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาต่อมาศาลฎีกาเห็นว่า ข้อฎีกาของผู้ร้องที่ว่า ศาลชั้นต้นไม่ชอบที่จะเรียกเอกสารในสำนวนการสอบสวนตามที่โจทก์อ้าง เพราะโจทก์เพิ่งแถลงเมื่อโจทก์สืบพยานเสร็จแล้ว และโจทก์ชอบที่จะนำสืบพยานบุคคลโดยไม่ต้องอ้างเอกสารนั้น ไม่เกี่ยวกับปัญหาที่จะพิจารณาว่าผู้ร้องจะต้องส่งเอกสารตามที่ศาลเรียกหรือไม่ ศาลจะอนุญาตให้คู่ความอ้างเอกสารใดเป็นพยานและจะมีคำสั่งเรียกมาหรือไม่ เป็นอำนาจของศาลที่จะพิจารณาสั่งไปได้ตามกฎหมาย ผู้ร้องจะอุทธรณ์ฎีกามิได้ ปัญหาของผู้ร้องมีแต่เพียงว่า ผู้ร้องจะไม่ส่งเอกสารตามที่ศาลมีคำสั่งเรียกได้หรือไม่เท่านั้นศาลฎีกาเห็นว่า ที่ผู้ร้องตอบขัดข้องไม่ส่งเอกสารโดยอ้างว่าผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ในระหว่างหมายจับ

ถ้าจับได้จะไม่มีสำนวนใช้ดำเนินคดีนั้น ไม่เป็นเหตุตามกฎหมายที่จะไม่ส่งเอกสารตามที่ศาลสั่งเรียก ต่อมาเมื่อศาลมีคำสั่งให้ส่งสำเนาแทน ผู้ร้องก็ตอบขัดข้องโดยเหตุเดียวกันอีก แต่ส่งสำเนาแผนที่เกิดเหตุให้ หากผู้ร้องส่งสำนวนการสอบสวนต่อศาลไม่ได้ เพราะเกรงจะไม่มีสำนวนใช้ดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหาจริง ก็น่าจะส่งสำเนาต่อศาลได้ ต่อมาศาลสั่งให้ผู้ร้องส่งสำนวนการสอบสวนนั้นไปศาลเสร็จแล้วให้นำกลับคืนได้ผู้ร้องก็ได้ให้เจ้าหน้าที่นำสำนวนมาส่งศาล และเมื่อเสร็จการพิจารณาในวันนั้นแล้วขอคืน อันเป็นการแสดงอยู่ในตัวว่า สำนวนการสอบสวนนี้ไม่เป็นความลับ จึงมิได้ปฏิเสธไม่ยอมนำเอกสารนั้นมาแสดงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 92 ครั้นเมื่อคดีเสร็จสำนวน

ศาลมีคำสั่งเรียกเอกสาร 6 ฉบับในสำนวนการสอบสวนตามที่โจทก์ขอมาพิจารณาประกอบการพิพากษา ผู้ร้องกลับตอบขัดข้องไม่ยอมส่งอ้างว่าเป็นความลับและหากจับผู้ต้องหาได้จะไม่มีสำนวนดำเนินคดี เห็นได้ว่าข้ออ้างของผู้ร้องฟังไม่ขึ้นข้อที่ผู้ร้องฎีกาว่า การที่ศาลมีหนังสือให้ผู้ร้องส่งเอกสารนั้นเป็นหนังสือราชการธรรมดา การปฏิเสธของผู้ร้องไม่ทำให้ศาลมีอำนาจเรียกผู้ร้องไปศาลเพื่อสอบถามนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลจะเรียกเอกสารจากบุคคลใด ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งก็บัญญัติแต่เพียงให้ศาลมีคำสั่ง หนังสือของศาลดังกล่าวก็เป็นหนังสือที่ศาลสั่งให้ผู้ร้องส่งสำนวนการสอบสวนต่อศาลต่อเนื่องมาจากที่ศาลได้เคยมีคำสั่งเรียกเอกสารนี้มาแล้ว ส่วนเมื่อศาลชั้นต้นเรียกผู้ร้องมาสอบถามแล้ว แม้จะไม่ได้ระบุโดยชัดแจ้งว่าเป็นความลับในราชการหรือไม่ แต่การที่ศาลมีคำสั่งยืนยันให้ผู้ร้องส่งเอกสารเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าข้ออ้างของผู้ร้องที่ว่าเป็นความลับและจะไม่มีสำนวนดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหานั้นฟังไม่ขึ้น ทั้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 92 ก็บัญญัติให้ศาลวินิจฉัยเพียงว่า การปฏิเสธไม่ยอมนำพยานหลักฐานมาแสดงนั้นชอบด้วยเหตุผลหรือไม่เท่านั้นฎีกาของผู้ร้องนอกจากนี้ไม่เป็นแก่นสารแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเชียร เศวตรุนทร์ · พันธ์ นัยวิฑิต · วินัย ทองลงยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้