Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1812/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย จำเลยให้การต่อสู้ว่า หากจำเลยจะต้องรับผิดบ้างก็ขอหักกลบลบหนี้กับค่าเช่าซึ่งโจทก์ยังเป็นหนี้จำเลยอยู่ แม้โจทก์จะมิได้แถลงโต้แย้งเกี่ยวกับข้อที่จำเลยขอหักกลบลบหนี้ แต่ในชั้นพิจารณาโจทก์เบิกความเป็นพยานว่า การชำระค่าเช่าโจทก์ชำระล่วงหน้า 6 เดือน ต่อจากนั้นโจทก์ก็ชำระบ้างไม่ชำระบ้าง ส่วนใบรับเงินโจทก์ได้รับบ้างไม่ได้รับบ้าง แสดงว่าโจทก์ยังมีข้อต่อสู้ในเรื่องหนี้ค่าเช่าที่จำเลยขอหักกลบลบหนี้นั้นอยู่ จำเลยจึงจะนำหนี้ค่าเช่ามาขอหักกลบลบหนี้กับค่าเสียหายที่ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระแก่โจทก์ในคดีนี้หาได้ไม่ ศาลไม่จำต้องพิจารณาต่อไปว่าโจทก์เป็นหนี้ค่าเช่าจำเลยอยู่จริงดังจำเลยกล่าวอ้างหรือไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาไม่ยอมขายที่ดินให้ผู้มีชื่อซึ่งโจทก์พามาซื้อตามที่ตกลงกันไว้ โดยจำเลยที่ ๑ โอนขายที่ดินดังกล่าวให้จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นหลานและรู้เห็นข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ อยู่ก่อนแล้ว เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตและทำกลฉ้อฉลขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์๑๐๗,๗๐๘.๓๓ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่า ไม่ได้ผิดสัญญาและไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแต่อย่างไรก็ดีหากจำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิดบ้าง โจทก์ก็เป็นลูกหนี้ค่าเช่าบ้านและเครื่องเรือนของจำเลยที่ ๑ อยู่๖๑๕,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ขอหักหนี้ให้หมดไป จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่า จำเลยที่ ๒ ซื้อที่ดินโดยสุจริต ศาลชั้นต้นฟังว่า

จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาต้องรับผิดใช้ค่าเสียหาย๑๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาซื้อขายที่พิพาทก่อนโจทก์โดยสุจริต ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ข้อที่จำเลยที่ ๑ ขอหักกลบลบหนี้ฟังว่า โจทก์ค้างชำระค่าเช่าไม่ต่ำกว่า ๕ - ๖ แสนบาท จำเลยที่ ๑ ขอหักกลบลบหนี้ได้ ทำให้หนี้ที่โจทก์จะบังคับหมดสิ้นไป จึงพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า หนี้เงินค่าเช่าที่จำเลยที่ ๑ ขอหักกลบลบหนี้นั้นเป็นหนี้ที่ยังมีข้อโต้เถียงกันอยู่ไม่แน่นอนจำเลยที่ ๑ จึงขอหักกลบลบหนี้ไม่ได้ พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๑ใช้เงินแก่โจทก์ ๑๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันผิดสัญญา จำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียวฎีกาเฉพาะในปัญหาข้อเดียวว่า จำเลยที่ ๑ มีสิทธิหักกลบลบหนี้เงินค่าเช่ากับหนี้ค่าเสียหายที่ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระแก่โจทก์ในคดีนี้ได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยยื่นคำให้การแก้คดีโจทก์ โดยขอมาในคำให้การด้วยว่า หากจำเลยจะต้องรับผิดตามฟ้องบ้าง โจทก์ก็เป็นลูกหนี้ค่าเช่าบ้านและเครื่องเรือนจำเลยอยู่เป็นเงิน๖๑๕,๐๐๐ บาท จำเลยจึงขอหักกลบลบหนี้ให้หมดไป ส่วนที่เหลือจำเลยจะได้บังคับโจทก์ต่อไปนั้น แม้โจทก์จะมิได้โต้แย้งเกี่ยวกับข้อที่จำเลยขอหักกลบลบหนี้นี้แต่ประการใด แต่ในชั้นโจทก์เบิกความเป็นพยาน ก็ได้เบิกความตอนหนึ่งว่า การชำระค่าเช่าโจทก์ชำระล่วงหน้า๖ เดือน ต่อจากนั้นโจทก์ก็ชำระบ้างไม่ชำระบ้าง ส่วนใบรับเงินนั้นโจทก์ได้รับบ้างไม่ได้รับบ้าง จึงแสดงอยู่ว่าโจทก์ยังมีข้อต่อสู้ในเรื่องหนี้ค่าเช่าที่จำเลยขอหักกลบลบหนี้นั้นอยู่ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๔๔ บัญญัติไว้ว่า

"สิทธิเรียกร้องใดยังมีข้อต่อสู้อยู่ สิทธิเรียกร้องนั้นท่านว่าหาอาจจะเอามาหักกลบลบหนี้ได้ไม่ ฯลฯ" ฉะนั้น เมื่อปรากฏว่าสิทธิเรียกร้องค่าเช่าที่จำเลยขอหักกลบลบหนี้ยังมีข้อต่อสู้อยู่ดังวินิจฉัยแล้วจำเลยก็ขอหักกลบลบหนี้กับโจทก์ไม่ได้ ไม่มีข้อที่จะต้องพิจารณาต่อไปว่า โจทก์เป็นหนี้ค่าเช่าจำเลยอยู่จริงดังจำเลยกล่าวอ้างหรือไม่ คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๐๖/๒๕๐๕ ที่จำเลยอ้างนั้น ไม่ตรงกับคดีนี้ เพราะคดีนั้นเป็นการหักกลบลบหนี้ตามข้อสัญญาที่มีระหว่างโจทก์จำเลย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเชียร เศวตรุนทร์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · พันธ์ นัยวิฑิต
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสุข หงส์ไกร
ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม วรรณแสง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้