Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1811/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีมีประเด็นหลายข้อ แต่คู่ความขอสืบพยานในประเด็นเพียงข้อเดียว เท่ากับคู่ความท้าสืบพยานกันในประเด็นนั้นเพียงข้อเดียว สละประเด็นอื่นๆ ไม่ติดใจโต้แย้งกันแล้วไม่มีประเด็นที่ศาลจะวินิจฉัยข้ออื่นต่อไป ศาลจะต้องวินิจฉัยและชี้ขาดตัดสินไปตามประเด็นข้อนำสืบนี้เท่านั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญาขายกิจการโรงภาพยนตร์เฉลิมราษฎร์พร้อมด้วยสิทธิทั้งหลายและเครื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้แก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นเงิน 110,000 บาท จำเลยที่ 1 ที่ 2 ชำระเงินค่าซื้อ 44,600 บาทแก่โจทก์ ส่วนงวดที่ 2 จำเลยที่ 1 ที่ 2 จะต้องชำระให้โจทก์อีก 33,400 บาท และงวดต่อ ๆ ไปอีกงวดละ 5,000 บาท โดยตกลงกันตามสัญญาข้อ 2, 3 ว่า โจทก์จะต้องจัดการขอใบอนุญาตควบคุมอาคารมหรสพและใบอนุญาตให้เปิดฉายภาพยนตร์จากกรมโยธาเทศบาลให้จำเลยภายใน 60 วัน ในการนี้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้จำเลยที่ 3 ลงนามสั่งจ่ายเช็คเลขที่ เอฟ 1759444 จำนวนเงิน 33,400 บาท กับเช็คอีก 6 ฉบับ ๆ ละ 5,000 บาท ให้โจทก์ ๆ นำเช็คฉบับเลขที่ 1759444 ไปขึ้นเงินธนาคารแล้ว ปรากฏว่าจำเลยทั้งสามแจ้งงดการจ่ายเงินจึงขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสามชำระเงิน 33,400 บาทตามเช็คเลขที่เอฟ 1759444 และชำระเงินที่เหลืออีก 30,000 บาทให้โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การและฟ้องแย้งว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยที่ 3 มิได้เป็นคู่สัญญาด้วย โจทก์ไม่สามารถนำใบอนุญาตเกี่ยวกับการควบคุมอาคารและใบอนุญาตให้เปิดฉายภาพยนตร์มาให้จำเลยภายใน 60 วัน โจทก์ผิดสัญญา ทำให้จำเลยเปิดทำการฉายภาพยนตร์ไม่ได้ขอเรียกค่าเสียหาย 3,000 บาท กับค่าเสียหายต่อไปอีกวันละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าโจทก์จะนำใบอนุญาตมาให้จำเลย

โจทก์ให้การฟ้องแย้งว่า โจทก์ปฏิบัติถูกต้องตามสัญญาแล้วไม่ต้องรับผิดในความเสียหาย ก่อนสืบพยาน คู่ความแถลงรับกันว่า สำเนาสัญญาซื้อขายท้ายฟ้องถูกต้อง จำเลยอายัดเช็คตามฟ้องจริง และโจทก์ไปขอจัดการขอใบอนุญาตเกี่ยวกับการควบคุมอาคารมหรสพและใบอนุญาตให้เปิดฉายภาพยนตร์จากกรมโยธาเทศบาลให้แก่จำเลยภายในกำหนด 60 วันตามสัญญาแล้วแต่เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องให้จำเลยมาขออนุญาตเอง คงมีข้อเท็จจริงที่คู่ความโต้แย้งกัน คือ หลังจากโจทก์ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าจำเลยต้องมาขออนุญาตเองแล้ว โจทก์ได้แจ้งเรื่องนี้ให้จำเลยทราบแล้ว แต่จำเลยปฏิเสธว่าไม่เคยได้รับแจ้งเรื่องนี้จากโจทก์เลย คู่ความขอสืบพยานในประเด็นเดียวว่า โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบหรือไม่ว่า

เจ้าหน้าที่ผู้ออกใบอนุญาตบอกให้จำเลยไปขออนุญาตเอง ส่วนประเด็นค่าเสียหาย คู่ความตกลงกันว่า ในกรณีที่ศาลพิพากษาว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยยอมใช้เงินให้โจทก์ตามฟ้อง กรณีที่ศาลพิพากษาว่าโจทก์ผิดสัญญา โจทก์ยอมใช้ค่าเสียหายให้จำเลยวันละ 300 บาทนับแต่วันผิดสัญญาเป็นต้นไป จนกว่าโจทก์จะชำระให้จำเลยหมดสิ้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ตามสัญญาข้อ 2 เป็นหน้าที่โจทก์จะต้องนำใบอนุญาตให้เปิดฉายภาพยนตร์มามอบให้จำเลย มิใช่เพียงแต่ยื่นขอใบอนุญาตภายใน 60 วัน โจทก์ผิดสัญญา พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามชำระเงิน 33,400 บาทตามเช็คเลขที่ เอฟ 1759444 ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ชำระเงินที่เหลืออีก 30,000 บาทให้โจทก์ และยกฟ้องแย้งของจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คู่ความรับกันแล้วว่าโจทก์ได้จัดการขอใบอนุญาตจากกรมโยธาเทศบาลให้แก่จำเลยภายในกำหนด 60 วันตามสัญญาแล้ว และรับกันด้วยว่าเจ้าหน้าที่บอกว่าต้องให้จำเลยมาขออนุญาตเอง คงโต้แย้งข้อเท็จจริงกันแต่เพียงว่าโจทก์ได้แจ้งเรื่องนี้ให้จำเลยทราบแล้วหรือไม่ คู่ความขอสืบพยานในประเด็นข้อนี้เพียงข้อเดียว ซึ่งหมายความว่าคู่ความสละประเด็นอื่น ๆ ไม่ติดใจโต้แย้งกันต่อไป เช่น ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยจะต้องรับผิดด้วยหรือไม่ และโจทก์จะต้องนำใบอนุญาตฉายภาพยนตร์มาให้จำเลยหรือไม่ ไม่มีประเด็นที่ศาลจะวินิจฉัยต่อไปได้ เท่ากับคู่ความนำสืบพยานกันในประเด็นข้อนี้เพียงข้อเดียวเท่านั้น ซึ่งศาลจะต้องวินิจฉัยและชี้ขาดไปตามประเด็นนำสืบข้อนี้เท่านั้น

โจทก์ได้ไปขออนุญาตเกี่ยวกับการควบคุมอาคารมหรสพและใบอนุญาตให้เปิดฉายภาพยนตร์จากกรมโยธาเทศบาลให้แก่จำเลยภายใน 60 วันแล้วแต่โจทก์ไม่มีหนังสือรับรองของการไฟฟ้านครหลวงว่าได้เดินสายไฟกรมโยธาเทศบาลไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่แสดงมหรสพ นายณรงค์ฤทธิ์ผู้อำนวยการกองบริการผู้ใช้ไฟฟ้าแจ้งด้วยว่า ในกรณีที่โจทก์ขายกิจการให้จำเลยแล้ว หน้าที่ขอใบรับรองนี้ตกอยู่กับจำเลย มีความหมายหรือมีผลว่าจำเลยต้องเป็นผู้ขอนั่นเอง จึงไม่มีเหตุผลที่โจทก์จะไม่บอกเรื่องการขอใบอนุญาตนี้แก่จำเลยทันที ที่เจ้าหน้าที่กรมโยธาเทศบาลแจ้งแก่โจทก์เพื่อโจทก์จะได้นำเช็คฉบับ 33,400 บาทไปขึ้นเงินตามสัญญาข้อ 3 จำเลยที่ 1 ที่ 3 ยอมรับว่าวันที่ 13 มกราคม 2510 เคยพบนายสมบัติกับนางประภาศรี สมจริงตามคำพยานโจทก์ทั้งสองคนนี้ที่ได้ไปบอกจำเลยเรื่องนี้ในวันที่ 13 มกราคม 2510 อันเป็นวันที่ยังอยู่ในกำหนด 60 วันตามสัญญา

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วินัย ทองลงยา · ประสาท สุคนธมาน · อาจิต ไชยาคำ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้