Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 181/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นชาวบ้านขับรถยนต์รับคนสัญชาติลาวเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยได้ค่าโดยสารเพียงคนละ100บาทและไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไปจึง รอการลงโทษให้จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ ฟ้อง ว่า เมื่อ วันที่ 8 กันยายน 2536 เวลา กลางคืนหลัง เที่ยง จำเลย ให้ ความ ช่วยเหลือ นำ พา คนต่างด้าว เชื้อชาติ ลาวสัญชาติ ลาว จำนวน 10 คน จาก ประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้า มา ใน ราชอาณาจักรไทย โดย ฝ่าฝืน ต่อ กฎหมาย เหตุ เกิด ที่ ตำบล เชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัด เลย ขอให้ ลงโทษ ตาม พระราชบัญญัติ คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 63จำเลย ให้การรับสารภาพศาลชั้นต้น พิจารณา แล้ว พิพากษา ว่า จำเลย มี ความผิด ตามพระราชบัญญัติ คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 63 ลงโทษ จำคุก 2 ปีและ ปรับ 20,000 บาท จำเลย ให้การรับสารภาพ เป็น ประโยชน์ แก่การ พิจารณา นับ เป็นเหตุ บรรเทา โทษ ลดโทษ ให้ กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คง

จำคุก 1 ปี และ ปรับ 10,000 บาทโทษ จำคุก ให้ รอการลงโทษ ไว้ มี กำหนด 2 ปี ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระ ค่าปรับ ให้ จัดการ ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30โจทก์ อุทธรณ์ ขอ ไม่ให้ รอการลงโทษ จำเลยศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษาแก้ เป็น ว่า ให้ ลงโทษ จำคุก 1 ปีโดย ไม่ลงโทษ ปรับ จำเลย ให้การรับสารภาพ เป็น ประโยชน์ แก่ การพิจารณา คง จำคุก 6 เดือน นอกจาก ที่ แก้ ให้ เป็น ไป ตาม คำพิพากษา ศาลชั้นต้นจำเลย ฎีกา ขอให้ รอการลงโทษศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "เห็นว่า จำเลย เป็น ชาวบ้าน ขับ รถยนต์รับ คน สัญชาติ ลาว เข้า มา ใน ราชอาณาจักรไทย โดย ได้ ค่า โดยสารเพียง คน ละ 100 บาท เท่านั้น จำเลย ไม่เคย กระทำ ความผิด มา ก่อนเห็นสมควร ให้ โอกาส จำเลย กลับ ตัว เป็น พลเมือง ดี ต่อไป ที่ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ใช้ ดุลพินิจ ไม่รอการลงโทษ ให้ จำเลย นั้น ไม่ต้อง ด้วย ความเห็นของ ศาลฎีกา ฎีกา จำเลย ฟังขึ้น แต่ เพื่อ ให้ จำเลย หลา บจำ เห็นควรลงโทษ ปรับ จำเลย ด้วย "

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ เป็น ว่า ให้ ปรับ จำเลย 20,000 บาท อีก สถาน หนึ่งเมื่อ ลดโทษ ให้ กึ่งหนึ่ง ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คง ปรับ10,000 บาท โทษ จำคุก ให้ รอการลงโทษ ไว้ มี กำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระ ค่าปรับ ให้ จัดการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4302/2567

การพิจารณาว่าโจทก์จะอุทธรณ์คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้หรือไม่ ต้องพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 โดยความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4235/2567

จำเลยไม่ชำระหนี้ให้แก่ผู้เสียหายตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งศาลชั้นต้นกำหนดเป็นเงื่อนไขเพื่อควบคุมความประพฤติของจำเลยไว้ เป็นกรณีที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติที่ศาลกำหนดตาม ป.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2996/2567

พนักงานคุมประพฤติจัดทำรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยตามคำสั่งศาลชั้นต้นซึ่งเป็นผู้พิจารณาพิพากษาคดีโดยได้ดำเนินการแสวงหาและรวบรวมข้อเท็จจริง การวิเคราะห์ข้อมูลและประมวลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ถูกสืบเสาะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2515/2567

หลักเกณฑ์การรอการลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) ต้องพิจารณาโทษจำคุกในความผิดที่ได้กระทำในคดีนั้น ๆ ว่าต้องคำพิพากษาให้จำคุกเกิน 6 เดือนหรือไม่ ซึ่งหมายถึงโทษจำคุกสุทธิก่อนบวกโทษที่รอการลงโทษในคด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1855/2567

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน และโจทก์บรรยายฟ้องในส่วนของการขอเพิ่มโทษว่า ก่อนคดีนี้ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2558 จำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 2 ปี 16 เดือน 15 วัน ตาม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้