Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1806/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ส่งหนังสือบอกกล่าวเลิกการเช่าโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงจำเลย 3 แห่ง คือ ที่บ้านของจำเลย ที่บ้านเช่า และที่โรงรับจำนำของจำเลย แต่ถูกส่งกลับคืนมา โดยฉบับหนึ่งสลักหลังว่า"ผู้รับไม่อยู่ ไม่มีใครรับแทน ส่งไม่ได้คืน" อีกฉบับหนึ่งสลักหลังว่า"ผู้รับไม่อยู่ คนในบ้านไม่รับแทน ส่งไม่ได้คืน" และอีกฉบับหนึ่งสลักหลังว่า"ผู้รับไม่อยู่ ไม่มีใครรับแทน ส่ง 3 ครั้งแล้ว ส่งไม่ได้คืน"ข้อความที่สลักหลังแสดงว่ามีผู้รับแต่ไม่ยอมรับแทน การส่งไม่ได้เป็นเพราะจำเลยหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับ จึงถือได้ว่าการบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าของโจทก์ถึงจำเลยแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 130 วรรคแรก การแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาเช่าของโจทก์โดยทางจดหมายย่อมมีผลนับแต่เวลาที่ไปถึงจำเลยเป็นต้นไป จำเลยจะได้ทราบข้อความในหนังสือนั้นหรือไม่ การบอกกล่าวก็มีผลเป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าตามมาตรา 566 แล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าบ้านจากโจทก์เพื่อประกอบการค้าโดยไม่มีกำหนดเวลาเช่า โจทก์บอกเลิกการเช่าแล้ว ขอให้ขับไล่ และให้จำเลยใช้ค่าเช่าที่ค้างกับค่าเสียหายจำเลยต่อสู้ว่า เช่าอยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายโจทก์ไม่มีอำนาจบอกเลิกการเช่าหรือขับไล่ โจทก์ยังมิได้บอกเลิกการเช่า จำเลยไม่ได้รับหรือทราบการบอกเลิกเช่า จำเลยไม่ได้ค้างชำระค่าเช่า นางเพ็ญศรีไม่มีอำนาจฟ้องแทนโจทก์ และโจทก์ฟ้องซ้ำศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยยังไม่ได้รับหนังสือบอกเลิกการเช่าสัญญาเช่ายังไม่ระงับโจทก์ฟ้องขับไล่ไม่ได้ แต่จำเลยค้างชำระค่าเช่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2506 ถึงสิงหาคม 2507 พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเช่าที่ค้างชำระ คำขอนอกจากนี้ให้ยกโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามพฤติการณ์ถือได้ว่าการแสดงเจตนาบอกเลิกการเช่าของโจทก์ได้ไปถึงจำเลยแล้ว และพ้นกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว

โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่ได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้พิพากษาใหม่ แต่ประเด็นเรื่องบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ได้ส่งหนังสือบอกกล่าวเลิกการเช่าโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงจำเลย 3 แห่ง คือ ที่บ้านของจำเลยที่บ้านเช่า และที่โรงรับจำนำของจำเลย แต่ถูกส่งกลับคืนมา โดยบับหนึ่งสลักหลังว่า "ผู้รับไม่อยู่ ไม่มีใครรับแทน ส่งไม่ได้คืน"อีกฉบับหนึ่งสลักหลังว่า "ผู้รับไม่อยู่ คนในบ้านไม่รับแทน ส่งไม่ได้คืน" และอีกฉบับหนึ่งสลักหลังว่า "ผู้รับไม่อยู่ไม่มีใครรับแทน ส่ง 3 ครั้งแล้ว ส่งไม่ได้คืน"

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อความที่สลักหลังทั้งสามฉบับแสดงว่ามีผู้รับแต่ไม่ยอมรับแทน ฉะนั้น การที่ส่งไม่ได้ จึงเป็นเพราะจำเลยหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับเอง การบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าของโจทก์จึงถือได้ว่าถึงจำเลยแล้ว ที่จำเลยฎีกาโต้แย้งว่า จำเลยยังไม่รู้เรื่องคำบอกกล่าวเลิกการเช่านั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า การแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาของโจทก์โดยทางจดหมายนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 130 วรรคแรก ย่อมมีผลนับแต่เวลาที่ไปถึงจำเลยเป็นต้นไปจำเลยจะได้ทราบข้อความในหนังสือนั้นหรือไม่ การบอกกล่าวก็ย่อมมีผลเป็นการบอกเลิกตามมาตรา 566 แล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิตติ สีหนนทน์ · ถาวร หุตะโกวิท · อัศนี เกาไศยนันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5928/2533

สัญญาที่สามีของจำเลยทำกับเจ้าของตึกแถวพิพาทเดิม เป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่า โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่จำต้องตอบแทนสิ่งใดให้แก่สามีของจำเลย แต่สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาเช่าอยู่ในตัว ผู้รับโอนกรร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2692/2529

การบอกเลิกการเช่าซึ่งโจทก์บอกกล่าวแก่ห้างจำเลยที่1โดยส่งหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยที่2ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับฝ่ายจำเลยไม่ยอมรับถือว่าได้บอกกล่าวโดยชอบแล้ว โจทก์เรียกค่าเสียหาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 250/2506

ผู้เช่าไปต่างประเทศ ได้มอบอำนาจคนอื่นเป็นตัวแทนไว้และผู้ให้เช่ากับตัวแทนได้ติดต่อเรื่องส่งค่าเช่าและไม่ยอมรับเงินธนาณัติค่าเช่ากันได้ตลอดมา ครั้นโจทก์ส่งหนังสือบอกเลิกการเช่าไปยังสำนักงานเดิมของตัวแทน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2496

ผู้ให้เช่ามอบให้ทนายความบอกเลิกการเช่ากับผู้เช่า ทนายได้ใช้คนนำหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาไปส่งแก่ผู้เช่ายัง สถานที่เช่า ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของผู้เช่า 2 ครั้ง ๆ แรกไม่พบ ครั้งที่ 2 ก็ไม่พบผู้เช่า จึงได้ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11843/2557

จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินของวัด ก. จากกรมการศาสนามีกำหนด 3 ปี เพื่อปรับปรุงและปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้าง ทำถนนและคูน้ำ โดยยกกรรมสิทธิ์ให้แก่กรมการศาสนา มิฉะนั้นกรมการศาสนามีสิทธิปรับเป็นรายวัน เมื่อทำการปรับ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้