Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1802/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์เป็นจำนวนไม่เกิน 150,000 บาท จำเลยที่ 2 ทำหนังสือสัญญาเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1 ขอเพิ่มจำนวนเงินเบิกเกินบัญชีอีก150,000 บาท และขอต่ออายุสัญญาอีก 2 ครั้ง จำเลยที่ 2ลงชื่อรับทราบถึงการขอต่ออายุสัญญา และจำนวนหนี้ที่จำเลยที่ 1เป็นหนี้โจทก์ด้วย ครั้งหลังสุดจำเลยที่ 1 ยอมรับว่ายังคงเป็นหนี้โจทก์อยู่เป็นเงิน 1,163,475.31 บาท จำเลยที่ 2 ลงชื่อรับทราบถึงการขอต่ออายุสัญญานี้ และจำนวนหนี้ที่จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์และยินยอมเข้าค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อไปตามข้อกำหนดแห่งสัญญาที่ได้ทำไว้นั้นดังนี้ จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ในวงเงิน 1,163,475.31 บาท ที่จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์อยู่ครั้งหลังสุด ตามที่จำเลยที่ 2 ยินยอมเข้าค้ำประกันจำเลยที่ 1 ด้วย (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 16/2516)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๐๓ จำเลยที่ ๑ได้กู้เบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารโจทก์เป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้แก่โจทก์ วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๐๓ จำเลยที่ ๑ได้มีหนังสือเพิ่มวงเงินสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีอีก ๑๕๐,๐๐๐ บาทโจทก์ยินยอมให้จำเลยที่ ๑ ได้เพิ่มวงเงินตามคำขอ นับแต่วันที่จำเลยที่ ๑ได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีอีก ๒ ครั้งโดยจำเลยที่ ๒ ได้รับรู้ในจำนวนหนี้สินและยินยอมให้การต่ออายุสัญญากู้แต่ละครั้งนี้ด้วย เมื่อครบกำหนดอายุสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีครั้งสุดท้ายแล้ว จำเลยที่ ๑ ไม่ชำระเงินรวมต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นเงิน ๓,๓๒๒,๔๖๒.๘๓ บาท ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระให้โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ เบิกเงินเกินบัญชีไม่ถึง ๓๐๐,๐๐๐บาท หากจำเลยที่ ๒ จะต้องรับผิดก็เพียงเท่ายอดที่จำเลยที่ ๑ เบิกไปเท่านั้นฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะคิดดอกเบี้ยทบต้นนับแต่วันที่ ๑๖มิถุนายน ๒๕๐๕ ซึ่งเป็นวันที่จำเลยผิดนัด โจทก์ไม่มีสิทธิจะคิดดอกเบี้ยได้เกิน๕ ปี จำเลยที่ ๒ มีหุ้นอยู่ในบริษัทแบงค์ตันเปงชุน จำกัด ๒,๗๔๖,๔๑๗.๘๐ บาทหากจำเลยที่ ๒ จะต้องรับผิด ก็ขอหักหนี้กับโจทก์ ก่อนสืบพยานโจทก์ โจทก์จำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า จำเลยที่ ๑เป็นหนี้โจทก์ตามบัญชีเดินสะพัดเป็นเงิน ๑,๒๑๖,๔๐๗.๒๔ บาท เป็นหนี้ตามเช็คเป็นเงิน ๑,๗๔๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ยอมชดใช้ให้โจทก์ คดีเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ โจทก์กับจำเลยที่ ๒ ตกลงกันให้ศาลวินิจฉัยความรับผิดของจำเลยที่ ๒ ตามเอกสารท้ายฟ้องโจทก์ทุกฉบับ โดยต่างไม่สืบพยาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงิน ๒,๙๕๖,๔๐๗.๒๔ บาท และให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดใช้เงิน ๑,๒๑๖,๔๐๗.๒๔ บาท ตามบัญชีเดินสะพัดให้โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๒ใช้เงินแก่โจทก์ โดยร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในต้นเงิน ๑,๑๖๓,๔๗๕.๓๑ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๐๔ ถึงวันที่๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๕ โดยคิดดอกเบี้ยทบต้นเป็นรายเดือน และนับแต่วันที่ ๑๖มิถุนายน ๒๕๐๕ ถึงวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๐๕ คิดดอกเบี้ยตามปกติไม่ทบต้นนอกจากที่แก้ให้คงไว้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า เอกสารท้ายฟ้องปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไว้แก่โจทก์เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๐๓ เป็นจำนวนไม่เกิน๑๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ ได้ทำหนังสือค้ำประกันให้ไว้แก่โจทก์ ใจความว่าขอทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ลูกหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๐๓ โดยยอมเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ลูกหนี้ผู้เบิกเงินเกินบัญชีไปจากโจทก์ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ย และยอมรับเป็นลูกหนี้ร่วมกับลูกหนี้ที่จะปฏิบัติตามสัญญาที่ลูกหนี้ได้กระทำไว้กับโจทก์ทุกประการ ต่อมาวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๐๓ จำเลยที่ ๑ ขอต่ออายุสัญญาและขอเพิ่มจำนวนเงินเบิกเกินบัญชีอีก ๑๕๐,๐๐๐ บาท โดยให้ผู้ค้ำประกันคนเดิมประกันต่อไป แล้วในวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๐๔ จำเลยที่ ๑ ได้ทำหนังสือขอต่ออายุสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีในวงเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๑ รับว่ายังคงเป็นหนี้โจทก์อยู่จนถึงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๐๔ เป็นเงิน๒๔๒,๖๘๕.๕๖ บาท แล้วขอต่อไปอีก ๖ เดือน

จำเลยที่ ๒ ได้ลงชื่อทราบถึงการขอต่ออายุสัญญาฉบับนี้ และจำนวนหนี้ที่จำเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์ และได้ยินยอมเข้าค้ำประกันผู้กู้ต่อไปตามข้อกำหนดในสัญญาที่ได้ทำไว้นั้นต่อมาวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๔ จำเลยที่ ๑ ได้ทำหนังสือขอต่ออายุสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไว้แก่โจทก์ไปอีก ๖ เดือน ในสัญญานี้จำเลยที่ ๑ รับว่ายังคงเป็นหนี้โจทก์อยู่เป็นเงิน ๑,๑๖๓,๔๗๕.๓๑ บาท จำเลยที่ ๒ ได้ลงชื่อรับทราบถึงการขอต่ออายุสัญญานี้ และจำนวนหนี้ที่จำเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์และยินยอมเข้าค้ำประกันผู้กู้ต่อไปตามข้อกำหนดแห่งสัญญาที่ได้ทำไว้นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ในวงเงิน ๑,๑๖๓,๔๗๕.๓๑ บาท ที่จำเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์อยู่ครั้งหลังสุด ตามที่จำเลยที่ ๒ ได้ยินยอมเข้าค้ำประกันจำเลยที่ ๑

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุทัย ศุภนิตย์ · สวัสดิ์ ภู่งาม · วิทูร เทพพิทักษ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสงวน สิทธิไชย
ศาลอุทธรณ์ - นายถนอม ครูไพศาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้