คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่นาและที่สวนพิพาทโดยอ้างว่าเป็นของโจทก์ ได้มาโดยได้รับมรดกจากนายชูสามีนางซุ้น และบิดา ด.ช.ช่วง ด.ญ.ช้อย จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์สละสิทธิครอบครองที่พิพาท และจำเลยได้ใช้สิทธิครอบครองมาหลายปีแล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์,
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ขับไล่จำเลยออกจากที่สวน ส่วนที่นาให้ยกฟ้อง โจทก์และจำเลยต่างฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อนายชูตายแล้วนางซุ้นโจทก์ผู้เป็นมารดา ด.ช.ช่วง, ด.ญ.ช้อยได้ตกลงยินยอมให้ที่นาและที่สวนเป็นสิทธิแก่ฝ่ายจำเลยตามที่อำเภอเปรียบเทียบ แม้การให้ความยินยอมจะไม่ชอบตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๕๔๖ ก็ดี แต่ฝ่ายจำเลยได้เป็นผู้ครอบครองที่นามือเปล่ามาตั้งแต่ต้นที่อำเภอเปรียบเทียบ จำเลยจึงได้สิทธิครอบครองที่นานั้นแล้ว ส่วนที่สวนนั้นจำเลยครอบครองมายังไม่ถึง ๑๐ ปี โจทก์ยังไม่ขาดกรรมสิทธิจำเลยจะอ้างว่าเป็นของจำเลยยังไม่ได้ ส่วนที่ว่าโจทก์ไม่ได้ยกรเื่องมารดาไม่มีอำนาจจะให้ความยินยอมแทนบุตรตามที่อำเภอเปรียบเทียบเป็นข้ออ้างมาแต่ต้น ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยนั้นเห็นว่าเป็นเรื่องกระทบกระเทือนถึงสิทธิของผู้เยาว์ และเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลย่อมยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๒๖/๒๔๙๒
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน