Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1800/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์รับมรดกที่ดิน 16 ไร่เศษ ราคาไม่เกินไร่ละ 800 บาทจากสามีผู้วายชนม์ตั้งแต่ พ.ศ.2488 ต่อมาระหว่าง พ.ศ.2499-2501 โจทก์จัดทำถนนผ่ากลางที่ดินแล้วแบ่งเป็นแปลงเล็กๆ 27 แปลง ขายได้ราคาไร่ละ80,000 บาท ถึง 100,000 บาท นั้น เห็นได้ว่าโจทก์ขายที่ดินโดยมุ่งให้ได้ราคาสูงที่สุดเท่านั้น มิใช่ขายเป็นทางค้าหากำไร โจทก์จึงมิใช่บุคคลผู้ประกอบการค้าอันจะต้องเสียภาษีการค้าประเภทการขายอสังหาริมทรัพย์แต่อย่างใดศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์แก้อุทธรณ์เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้จึงให้ค่าทนายความเป็นพับไปนั้นโจทก์จะฎีกาว่าโจทก์ยื่นคำแก้อุทธรณ์ไม่เกินระยะเวลาจึงควรได้รับค่าทนายตามกฎหมายไม่ได้ เพราะเป็นฎีกาในปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมแต่อย่างเดียว โดยมิได้ยกเหตุว่าค่าฤชาธรรมเนียมนั้นมิได้กำหนดหรือคำนวณให้ถูกต้องตามกฎหมาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เป็นเจ้าของนาโฉนดที่ 3966 ตำบลคลองตัน อำเภอพระโขนง เนื้อที่ 18 ไร่ โดยรับมรดกจากสามีเมื่อกรกฎาคม 2488 โจทก์มีอาชีพทำนา ไม่ได้มีอาชีพค้าที่ดิน โจทก์ประสงค์จะได้เงินสร้างมัสยิดและไปเม็กกะ จึงให้นาวาโทศุภรเป็นตัวแทนขายนาโดยแบ่งเป็นแปลงเล็ก ๆ เพื่อขายได้เร็ว ระหว่าง พ.ศ. 2499 ถึง 2501 ขายได้ 13 ไร่ 2 งาน42 ตารางวา เป็นเงิน 1,334,125 บาท เหลือไว้อาศัย 1 ไร่ นอกนั้นทำเป็นถนน ครั้น 20 กุมภาพันธ์ 2504 จำเลยที่ 1 มีหนังสือให้โจทก์เสียภาษีการค้าในการขายที่ดินเป็นเงิน 38,634.75 บาท ภาษีบำรุงเทศบาล33,863 บาท 87 สตางค์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 2, 3, 4, 5 ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยที่ 2, 3, 4, 5 สั่งให้หักค่าอากรแสตมป์ซึ่งปิดเกินให้ คงให้โจทก์ชำระเพียง 36,061.02 บาท ซึ่งเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงอุทธรณ์ต่อศาลขอให้พิพากษาว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่เสียภาษีการค้าและภาษีเทศบาลรายนี้ ให้โจทก์พ้นหน้าที่จะต้องเสียตามที่เรียกเก็บของจำเลยที่ 1 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2, 3, 4, 5 ให้ยกคำวินิจฉัยอุทธรณ์นั้นเสียจำเลยให้การว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้า ได้ประกอบการหรือดำเนินการค้าขายที่ดิน หากำไร เป็นการค้าตามบัญชีอัตราภาษีการค้าข้อ 20 ในประเภทขายอสังหาริมทรัพย์จึงต้องเสียภาษีตามที่คณะกรรมการชี้ขาด ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยไม่มีสิทธิประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลจากการขายที่ดินโฉนดที่ 3966 ของโจทก์จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว ข้อเท็จจริงได้ความตามฟ้อง คำให้การและคำแถลงรับว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนด 3966 เนื้อที่ 16 ไร่ 32 ตารางวา โดยรับมรดกจากสามีผู้วายชนม์เมื่อ พ.ศ. 2488 ขณะรับมรดกนั้นที่ดินราคาไม่เกินไร่ละ 800 บาท ระหว่าง พ.ศ. 2489-2501 โจทก์ได้ทำแผนผังจัดที่ดินผืนนี้เป็นถนนผ่ากลางเป็นเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ ที่เหลือแบ่งเป็นแปลงเล็ก ๆ 27 แปลง มีผู้ซื้อ 24 รายรวม26 แปลง เป็นเงิน 1,287,825 บาท ขายได้ตารางวาละ 200 บาทถึง 250 บาท เป็นราคาไร่ละ80,000 บาทถึง 100,000 บาท โจทก์ใช้อยู่อาศัย 1 แปลง ในการขายนั้น โจทก์มอบให้นาวาโทศุภรดำเนินการขายแทน และเป็นตัวแทนโจทก์ในการทำสัญญาซื้อขาย

สัญญาซื้อขายส่วนมากทำกับผู้ซื้อที่บ้านเลขที่ 77 ถนนราชดำริห์ ในเขตเทศบาลนครกรุงเทพ มีค่ารายปี 720 บาท และเป็นที่อยู่อาศัยของนาวาโทศุภรนางสาวจามรี บุตรนาวาโทศุภร ได้จดทะเบียนการค้าประเภทขายของเมื่อ 27 มีนาคม 2496 นาวาโทศุภรได้จดทะเบียนการค้าประเภทขายอสังหาริมทรัพย์เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2502 เพื่อขายที่ดินของคนอื่นการขายนี้นาวาโทศุภรชักชวนเพื่อนฝูงญาติมิตรมาซื้อ การตัดถนนนั้นผู้ซื้อแต่ละรายต้องเสียค่าตัดถนนตามส่วนที่ถนนผ่านในอัตราตารางเมตรละ 25 บาท นาวาโทศุภรได้ค่าบำเหน็จในการขายที่ดินจากโจทก์ 30,000 บาท ได้เสียภาาีการค้าประเภทนายหน้าไปแล้วมีปัญหาว่าจะถือว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้า ได้ประกอบหรือดำเนินกิจการค้าขายที่ดินอันเป็นทางค้าหากำไร เป็นการค้าตามบัญชีอัตราภาษีการค้า ข้อ 20 ในประเภทการขายอสังหาริมทรัพย์ซึ่งต้องเสียภาษีตามที่จำเลยประเมินและชี้ขาดให้เรียกเก็บหรือไม่

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ระหว่างที่โจทก์ขายที่ดิน คือ พ.ศ. 2499-2501 นั้นประมวลรัษฎากร มาตรา 78 (ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10)พ.ศ. 2496 มาตรา 40) บัญญัติว่า "สถานการค้า" หมายความว่า สถานที่หรือยานพาหนะซึ่งผู้ประกอบการค้าใช้ประกอบหรือดำเนินการค้า ไม่ว่าจะใช้ประกอบหรือดำเนินการค้า ไม่ว่าจะใช้เป็นการประจำหรือชั่วคราวฯ"การค้า" หมายความว่า การประกอบหรือดำเนินกิจการอันเกี่ยวกับการธุรกิจการพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรืออาชีพตามประเภทที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวดนี้ "ผู้ประกอบการค้า"หมายความว่า บุคคลธรรมดา คณะบุคคล หรือองค์การใด ๆ ที่ประกอบหรือดำเนินการค้าในประเทศไทย

ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงผู้ทำการแทนด้วย และบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวด 4 ได้กำหนดประเภทการค้าไว้ว่า 20 การขายอสังหาริมทรัพย์ได้แก่การขาย ขายฝาก หรือให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นการค้าหากำไร ให้จัดเก็บภาษีจากยอดเงินรายรับร้อยละ 3 ซึ่งเมื่อตรวจดูบทกฎหมายดังกล่าวนี้แล้ว ศาลฎีกาไม่เห็นว่าการกระทำและพฤติการณ์ของโจทก์ต้องเสียภาษีการค้าดังจำเลยอ้าง การที่โจทก์ได้ที่ดินมาโดยทางมรดกตั้งแต่ พ.ศ. 2488 มีราคาไม่เกินไร่ละ 800 บาท โดยมิได้ปรากฏว่าที่ดินเป็นสินค้าของสามีเจ้ามรดก มิได้ปรากฏว่าโจทก์ได้รับมาแล้วก็ดำเนินการค้าต่อจากสามี จน พ.ศ. 2499-2501 โจทก์จึงจัดการต่าง ๆ เพื่อขายที่ดินและขายได้ถึงไร่ละ 100,000 บาท

นั้น ก็แสดงเพียงว่าโจทก์ขายโดยมุ่งให้ได้ราคาสูงที่สุดเท่านั้น มิใช่ขายเป็นทางค้าหากำไรโจทก์จึงมิใช่บุคคลผู้ประกอบหรือดำเนินกิจการอันเกี่ยวกับธุระกิจการพาณิชย์หรือการอาชีพ คดีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่าโจทก์มีสถานการค้าหรือไม่ ที่ศาลล่างพิพากษาว่าจำเลยไม่มีสิทธิประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลรายนี้จึงมีเหตุสมควรฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นที่โจทก์ฎีกาว่า ค่าทนายความชั้นศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์แก้อุทธรณ์เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ จึงให้เป็นพับไปนั้นไม่ถูกต้อง ศาลแพ่งสั่งให้โจทก์ยื่นแก้อุทธรณืภายใน 15 วัน นับแต่วันรับหมาย โจทก์ได้รับเมื่อ 20 มกราคม 2505 วันสุดท้ายจะยื่นได้ คือ 4 กุมภาพันธ์ 2505 แต่เป็นวันอาทิตย์ โจทก์จึงยื่นแก้อุทธรณ์ในวันเปิดทำงานของศาลแพ่ง คือ 5 กุมภาพันธ์ 2505 จึงไม่เกินระยะเวลาโจทก์ควรได้รับค่าทนายตามกฎหมายนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมแต่อย่างเดียวและมิได้ยกเหตุว่าค่าฤชาธรรมเนียมนั้นมิได้กำหนดหรือคำนวณให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาพิพากษายืน ยกฎีกาจำเลยและโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พร สุขารมณ์ · ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้